ภายในลานจวนตระกูลซ่งนั้น ทั้งตระกูลซ่งและตระกูลเฟิ่งต่างก็มารวมตัวกันเพื่อฟังคำพระราชโองการพร้อมกัน
“ฝ่าบาทมีพระราชโองการ สตรีนามเวยเฉียง ท่วงท่างดงามอ่อนหวาน เราที่เห็นใจถึงชีวิตที่พบเจอประสบเคราะห์ร้าย ดังนั้นจึงได้มีการปรึกษากับท่านแม่ทัพเมิ่ง ให้รับนางเข้ามาเป็นบุตรีบุญธรรม โดยใช้สกุล ‘เมิ่ง’ ”
เมื่อได้ยินราชโองการออกมาเช่นนี้ ต่างคนต่างพากันมีสีหน้าประหลาดใจออกมา
นายท่านเฟิ่งทั้งรู้สึกหงุดหงิดแล้วไม่เข้าใจเป็นอย่างยิ่ง
บุตรสาวคนหนึ่งของเขาก็มอบให้กับเมิ่งฉวีไปแล้ว เหตุใดเขาถึงต้องมอบบุตรีของตนเองให้กับตระกูลเมิ่งอีกคนด้วยเล่า!
ก่อนหน้านี้ ฝ่าบาทได้ประกาศการหย่าร้างออกมา ทั้งยังขโมยฮูหยินไปเช่นนี้ ในยามนี้ยังมาขโมยบุตรสาวของเขาไปอีกหรือ!
อีกด้านหนึ่งเขารู้สึกหวาดกลัวยิ่งนัก
ฝ่าบาทหาได้มีสิ่งใดที่ไม่รู้ไม่ หรือว่าตลอดทางที่ผ่านมานั้นเขาถูกลอบติดตามมาโดยตลอดเช่นนั้นหรือ?
เมื่อคิดเช่นนี้ เหงื่อเย็น ๆ พลันไหลออกมาเต็มหลังในทันที
ฮูหยินเฟิ่งหาได้สนใจว่านางจักสกุลใดไม่ เมื่อพระราชโองการออกมาเช่นนี้แล้ว เวยเฉียงก็จักได้มีหน้ามีตาอย่างเหมาะสมเสียที
ตระกูลซ่งเองก็ดีใจเช่นกัน
พวกเขาเองยังนึกเป็นกังวลว่า หากสหายมาเยี่ยมเยียนจะแนะนำความเป็นมาของลูกสะใภ้อย่างไรดี
ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันแข็งค้างไปในทันที
นางมิคิดเลยว่า เซียวอวี้จักออกพระราชโองการเช่นนี้ออกมา
แล้วก็ เขารู้ถึงสถานการณ์ที่นี่ได้อย่างไรกัน?
หลังจากที่เจ้าหน้าในราชสำนักประกาศพระราชโองการจบแล้วนั้น ยังหันไปกล่าวกับเฟิ่งเวยเฉียงอีกว่า
“แม่นางเวยเฉียง ฝ่าบาทตรัสไว้ว่า ท่านแม่ทัพเมิ่งทำหน้าที่ปกป้องชายแดนเหนือได้เป็นอย่างดี หากท่านแต่งออกไป หีบสิ่งของที่อยู่ด้านนอกนั้น ล้วนแต่เป็นสินสมรสพระราชทานที่ฝ่าบาทมอบให้ ท่านได้โปรดรับไว้ด้วยเถิด”
เฟิ่งเวยเฉียงที่ยังตกอยู่ในความงุนงงนั้น
เหตุใดนางถึงกลายเป็นเมิ่งเวยเฉียงไปได้เล่า? อีกทั้ง เหตุใดฝ่าบาทถึงประทานสินสมรสให้กับนางด้วยเล่า?
เมื่อสลัดข้อสงสัยมากมายออกไปแล้วนั้น ทุกคนจึงพอใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
ตระกูลซ่งจึงมิมีสิ่งใดให้จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไป
พวกเขารู้แจ้งเห็นจริง เมื่อฮ่องเต้ส่งคนมาประกาศพระราชโองการเช่นนี้ พระองค์ก็คงจะทรงทราบเรื่องราวทั้งหมดแล้ว พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าราชวงศ์จะมาเอาเรื่องในภายหลัง
สิ่งที่สำคัญ หาใช่ในฐานะบุตรีของตระกูลเมิ่งไม่ แต่เป็นท่าทีที่ฝ่าบาทมีต่องานมงคลสมรสในครานี้
เมื่อกลับมาถึงโรงพักแรมนั้น นายท่านเฟิ่งจึงเรียกตัวเฟิ่งจิ่วเหยียนมายืนข้างกาย พลางเอ่ยกระซิบกับนางว่า
“ก่อนหน้าที่จะหย่าร้างกับเจ้านั้น ฝ่าบาทล่วงรู้ตัวตนของเจ้าแล้ว ทว่า หาได้เปิดเผยตัวตนของเจ้าออกมาไม่ ทั้งยังมาปกป้องเวยเฉียงอีก
“คนอื่นมิรู้ ข้าจักไม่รู้เลยหรือ? การที่ฝ่าบาททำเช่นนี้ ล้วนแต่เพื่อเจ้าทั้งนั้น”
“จิ่วเหยียน เจ้าฟังคำที่ข้าเอ่ยออกมาเสียหน่อย กลับเมืองหลวงไปเสีย กลับไปอยู่ข้างกายของฝ่าบาทเสีย
“ที่เจ้าต้องเร่ร่อนไปมาเช่นนี้ สบายใจกว่าที่เจ้าเป็นฮองเฮางั้นหรือ?”
การแสดงออกของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเจือไปด้วยความเย็นชาในทันที
นางส่งเวยเฉียงไปที่เซียวเหยาจวี จากนั้นจึงเดินทางไปที่จวนท่านแม่ทัพ เพื่อป้องกันมิให้ท่านอาจารย์และท่านอาจารย์หญิงมิรู้ข่าวเกี่ยวกับพระราชโองการของฝ่าบาท
เมื่อฮูหยินเมิ่งเห็นนางกลับมานั้น ก็มิพูดพร่ำทำเพลงอันใด รีบลากนางไปที่คลังของตนเองในทันที
เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกงุนงงยิ่งนัก
เมื่อเข้าไปด้านในคลังนั้น พลันเห็นหีบมากมายขนาดใหญ่กองเต็มอยู่ภายในคลัง ยิ่งทำเอานางงุนงงมากขึ้นไปอีก
“ท่านอาจารย์หญิง พวกนี้คือ?”
ฮูหยินเมิ่งที่มิมีที่จะเดินนั้น ทั้งนึกโมโหนึกอยากหัวเราะออกมา ทว่า ก็หมดหนทาง
“จะเป็นใครไปได้อีกเล่า? มีคนรอไม่ไหวแล้ว”
เฟิ่งจิ่วเหยียนยังคงขมวดคิ้วเป็นปม ทั้งยังไม่เข้าใจเรื่องราว
“ด้านในคืออะไรงั้นหรือ?”
หรือว่ามีคนใส่ร้ายท่านอาจารย์ว่ารับสินบนผู้อื่น?
เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนยังคิดไม่ออกนั้น ฮูหยินเมิ่งพลันหัวเราะออกมา
“จิ่วเหยียนนะจิ่วเหยียน บางครั้งเจ้าก็โง่ยิ่งนัก นี่ยังมิชัดเจนอีกหรือ นี่เป็นของหมั้นของเจ้ามิใช่หรือ!”
ของหมั้น?
เฟิ่งจิ่วเหยียน:!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
มีเหรียญใช้ไม่ มาหลายวันแล้ว แก้ไขให้ด้วย...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...