เมิ่งฉวีแกล้งเมากรึ่ม ทั้งที่จริงแล้วจิตใจกระจ่างใสดุจคันฉ่อง
เขาบอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจในวัยเด็กของจิ่วเหยียนให้ฟัง ด้วยต้องการให้ฝ่าบาทได้รู้จักจิ่วเหยียนมากขึ้น
ทว่าสิ่งใดสมควรพูดนั้น เขายังรู้จักแยกแยะได้
“มีเด็กผู้ชายหลายคนชื่นชอบนางพ่ะย่ะค่ะ
“ทว่า เด็กหญิงคนนั้นหาได้รับรู้ไม่ แข็งทื่อเสมือนก้อนหินก็มิปาน
“ในสมัยนั้นมีเด็กชายคนหนึ่งมาเรียนวิทยายุทธกับกระหม่อมด้วย และมักจะชอบดึงผมของจิ่วเหยียนบ่อย ๆ เพราะแค่อยากให้นางหันมาสนใจตนเองมากขึ้น ผลลัพธ์คือ สาวน้อยโมโหโทโสขึ้นมา และกระชากดึงผมของเขาติดออกมาเป็นกำมือ
“หลังจากนั้น เด็กชายคนนั้นไม่เคยกลับมาเรียนอีกเลยพ่ะย่ะค่ะ”
เมิ่งฉวีเอ่ยถึงแค่เรื่องเล็กน้อยไม่มีปัญหามากนัก และมิได้เอ่ยถึงต้วนไหวซวี่เลย
เขาย่อมรู้ว่า ต้วนไหวซวี่แตกต่างจากเด็กชายเหล่านั้น เพราะนั่นคือคนที่จิ่วเหยียนเคยชอบด้วยใจจริง
ถึงแม้ฝ่าบาทจะไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องเก่าก่อนก็ตาม ก็คงมิชอบฟังเรื่องแบบนี้
กลับกลายเป็นว่า หม้อไหนไม่เดือดกลับยกหม้อนั้นแทน
เซียวอวี้รุกถามเอง
“ในเมื่อนางหัวช้าขนาดนั้น แล้วนางตกหลุมรักต้วนไหวซวี่ได้อย่างไร?”
เมิ่งฉวีตกตะลึงงัน
สายลมรอบด้านพลันหยุดหมุน ในบัดดล
แววตาของเมิ่งฉวีเปลี่ยนเป็นจริงจัง และเอ่ยชี้แนะ ตามมุมมองของผู้อาวุโส
“ฝ่าบาท ต้วนไหวซวี่เป็นอดีตไปแล้ว ส่วนท่านคือปัจจุบันและอนาคตของสาวน้อยคนนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวอวี้แค่อยากรู้ เขามีจุดไหนที่เทียบกับต้วนไหวซวี่ไม่ได้
ดังนั้น การพูดจากเลี่ยงประเด็นของเมิ่งฉวีนั้น จึงมิอาจทำให้เขาพึงพอใจได้
“แล้วท่านแม่ทัพเห็นว่า หากต้วนไหวซวี่ยังไม่ตาย นางจะเลือกใคร?”
บรรยากาศในศาลาพลันตึงเครียดขึ้นมา
เซียวอวี้เปรียบเสมือนสิงโตที่พร้อมตะครุบเหยื่อ แววตาคมกริบ หากมิได้เหยื่อที่ต้องการ ก็จะไม่ยอมรามือ
เมิ่งฉวีก็เปรียบเสมือนแม่ทัพรักษาเมือง จำเป็นจะต้องยึดมั่นสุดกำลัง
“กระหม่อมคิดว่า จากอุปนิสัยของจิ่วเหยียน หากนางไม่อาจลืมความรักครั้งเก่าที่มีต่อต้วนไหวซวี่ได้จริง ๆ ก็จะไม่เกิดความหวั่นไหวกับผู้อื่นเด็ดขาด ฝ่าบาท ท่านชนะแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
คำตอบของเมิ่งฉวีครอบคลุมในทุกประเด็น
……
ลานหลัก
แม่ทัพเมิ่งกลับห้องพร้อมกลิ่นสุรากรุ่น เข้าสวมกอดฮูหยินเมิ่งที่หลับไปแล้ว จนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง
“ฮูหยิน ฝ่าบาทนั้นหลอกไม่ง่ายเลย ตรัสถามแต่เรื่องต้วนไหวซวี่จากข้าน่ะ”
ฮูหยินเมิ่งดันใบหน้าของเขาออก
“ดื่มสุราแล้ว ไยท่านไม่รู้จักแกล้งเมาเสียบ้าง?”
ต้วนเจิ้งจ้องมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียน นัยน์ตาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน
พี่ชายจากไปแล้ว นางจึงเป็นญาติเพียงคนเดียวของเขาที่เหลืออยู่
เฟิ่งจิ่วเหยียนยืนขึ้น และกล่าวอย่างสงบ
“ออกไปคุยกันข้างนอกเถอะ”
เวยเฉียงมีร่างกายอ่อนแอ มิอาจทนการถูกกระตุ้นได้
ต้วนเจิ้งก็คำนึงถึงร่างกายของเฟิ่งเวยเฉียงเช่นกัน ได้แต่ระงับโทสะ และหันหลังเดินออกไป
หว่างคิ้วงามของเฟิ่งเวยเฉียงขมวดมุ่น พลางเอื้อมไปจับมือของเฟิ่งจิ่วเหยียน และเอ่ยถามอย่างกังวล
“ท่านพี่ ต้วนเจิ้งเป็นอันใดไปหรือ?
“ไฉนเขาถึงโกรธมากขนาดนี้?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนตบแขนของนางเบา ๆ “ไม่เป็นไรนะ เขาแค่มีนิสัยแบบเด็ก ๆ ”
ทว่า เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนเปิดประตูก้าวออกไป กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของต้วนเจิ้งแล้ว
……
ณ ค่ายเป่ยต้า
เซียวอวี้กำลังลาดตระเวน พลันมีนายทหารเข้ามาทูลรายงาน
“ฝ่าบาท คุณชายต้วนมาขอเข้าเฝ้าอยู่ข้างนอกพ่ะย่ะค่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...