ไม่แปลกใจเลยที่ตงฟางซื่อจักเป็นผู้สืบทอดตระกูลตงฟาง แม้ว่าจักเป็นภาพวาดเสมือนที่ปลอมตัวมา เขาก็ยังคาดเดาถึงรูปลักษณ์ที่แท้จริงออกมาได้
เขาพลางยิ้มตาหยีออกมา แววตาพลันเผยให้เห็นความเฉลียวฉลาดออกมาในทันที
“ที่ข้าเอ่ยถามติงหยวนเอ๋อร์นั้น หาได้เอ่ยถามไปเรื่อยเปื่อยไม่
“วาดมังกรวาดพยัคฆ์ยากที่จะวาดถึงกระดูก
“คนธรรมดาทั่วไปมักจะวาดแค่ภายนอกออกมา แต่ข้าเริ่มวาดที่ภายในก่อนแล้วจึงค่อย ๆ แต่งเติมเนื้อหนังเข้าไป ทว่า กลับกัน…”
ตงฟางซื่อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะมองไปยังภาพวาดที่อยู่บนโต๊ะ “เป็นนางจริง ๆ ”
ด้านในภาพวาดนั้นเป็นสตรีวัยละอ่อนที่งดงาม
ที่ดูอย่างไรก็เป็นหร่านชิว!
เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวออกมาด้วยท่าทีเคร่งขรึม
“เดิมทีคนผู้นี้ก็เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยของพวกเรามาก่อน ทว่า ยามนี้ความจริงกระจ่างออกมาแล้ว”
ตงฟางซื่อพยักหน้าลง
ก่อนที่เขาจะหันไปเตือนเฟิ่งจิ่วเหยียนอีกครั้ง
“เรื่องนี้ ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น
“เจ้าบุกเข้าไปในสนามประลองยุทธ์ด้วยความโมโห ประหนึ่งวีรบุรุษช่วยเหลือสาวงาม เรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้ เกรงว่าหร่านชิวที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิดคงจะตื่นตระหนกไม่น้อย
“ที่ข้ามิได้วาดออกมายามที่อยู่ต่อหน้าเหลิ่งเซียนเอ๋อร์นั้น นั่นเพราะกลัวว่าจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น
“สำนักเฉวียนเจินมีลูกศิษย์ลูกหามากมายนัก เกรงว่าเหลิ่งเซียนเอ๋อร์จะเก็บความลับไม่อยู่เอาได้
“โดยเฉพาะ ในยามที่พวกเรายังมิมีแผนการรับมืออย่างรอบคอบเช่นนี้ เรื่องนี้ฟ้าดินรับรู้ข้าเจ้ารับรู้”
เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้ว่าเขากระทำการสิ่งใดมักจะระมัดระวัง แต่นางมิคิดว่าเขาจะระมัดระวังถึงเพียงนี้
“แม้แต่พวกเหล่าฝานเจ้าก็ไม่ไว้ใจพวกเขางั้นหรือ?”
ตงฟางซื่อยิ้มพลางส่ายหัวออกมา
“จักเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร? ก็แค่พวกเหล่าฝานมีภารกิจอื่น ๆ อีก เกรงว่าในยามนี้คงเดินทางไปถึงเป่ยเยี่ยนแล้วกระมัง อย่าทำให้พวกเขาต้องมาพะวงกับทางนี้เลย ก็แค่หร่านชิวเจ้ากับข้าจัดการได้อยู่แล้ว”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเห็นด้วยกับสิ่งที่ตงฟางซื่อพูด
“ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการตามหาหร่านชิว เพื่อขัดขวางมิให้นางไปทำร้ายผู้อื่นอีก
“เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าไปที่คุกเพื่อถามเหล่าคนที่อยู่ลานสนามประลองยุทธ์ ว่าพวกเขาตามหาแม่นางติงหยวนเอ๋อร์มาจากที่ใด ถึงพอจะคาดเดาได้คร่าว ๆ แล้วว่า ก่อนหน้านั้นนางถูกขังเอาไว้ที่ใด ทว่า ขอบเขตกว้างเกินไปนัก พวกเราแบ่งออกเป็นสองกลุ่มดีหรือไม่?”
“ได้” ตงฟางซื่อรีบฉีกรูปเสมือนออกเป็นชิ้น ๆ ในทันที เพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นมาพบเห็น
จู่ ๆ เขาก็มีท่าทีตกใจไปในทันที
เฟิ่งจิ่วเหยียนพลางเลิกคิ้วขึ้น “เป็นอะไรไป?”
ตงฟางซื่อชี้ไปที่โต๊ะด้วยสีหน้าเศร้าใจ
“ไก่ขอทาน มันเย็นแล้ว”
เฟิ่งจิ่วเหยียน:......
กลางคืน
โรงพักแรม
เซียวอวี้กลับมาจากคุก พร้อมทั้งทั่วร่างที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
เขาจึงรีบอาบน้ำชำระกายของตัวเอง ก่อนจะผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ตัวใหม่ถึงได้มาหาเฟิ่งจิ่วเหยียน
เฟิ่งจิ่วเหยียนที่เชื่อใจเขานั้น จึงเล่าเรื่องให้เขาฟัง
เซียวอวี้มิแปลกใจเลย ที่ได้ยินว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายคือหร่านชิว
“ยามที่อยู่เมืองอวี่นั้น เราก็คิดแล้วว่านางหาใช่สตรีธรรมดาไม่
“นางปรากฏตัวออกมาด้วยความบังเอิญยิ่งนัก ราวกับว่านางกำลังรอคอยโอกาสอยู่ในความมืด
“คิดเช่นนี้แล้ว หากมันไม่เป็นประโยชน์ต่อตัวของนางเอง แล้วเหตุใดนางถึงมาตั้งตนเป็นศัตรูกับหยางเหลียนซั่วด้วย? ในยามนี้ทุกอย่างล้วนกระจ่างแจ้งออกมาหมดแล้ว
“หร่านชิวผู้นี้ทำตัวราวกับตนเองเป็นขุนนางที่ก่อกบฏ เพื่อทำการแย่งชิงบัลลังก์ และตั้งตนสถาปนาตนเองขึ้นมาเป็นจักรพรรดิเสียเอง นางฝึกวิชาดาราโรยหมื่นวิถี เมื่อฝึกสำเร็จ ผู้คนในยุทธภพก็จักมิมีผู้ใดเป็นคู่ต่อสู้ของนางได้อีก นับว่ามีความทะเยอทะยานไม่น้อย”
ยามที่เซียวอวี้กำลังจะหลับตาลงนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับหยุดตัวเองขณะที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงนิ้วเดียว พลางเอ่ยถามด้วยท่าทีหยอกล้อว่า
“ฝ่าบาทเพคะ พระองค์จะยอมอดนอนหรือไม่เพคะ?”
เซียวอวี้: ยอม!
เช้าวันรุ่งขึ้น
ยามเช้านั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงลุกขึ้นเก็บข้าวของของตนเอง
เซียวอวี้จึงลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะสวมกอดจากด้านหลังของนาง
“เราจะส่งเจ้า”
เฟิ่งจิ่วเหยียนปล่อยให้เขากอดอยู่สักพัก ก่อนจะแกะมือของเซียวอวี้ออก
“ไม่สู้ไม่ส่ง จักได้ไม่ต้องมาอาลัยอาวรณ์กันด้วย”
เซียวอวี้จูบไปที่ใบหน้าของนาง พลางกล่าวว่า “คนใจร้ายเช่นเจ้านะหรือ จะมาอาลัยอาวรณ์เรา?”
พลางเอ่ยขึ้นมาอีกว่า “เราจะกำหนดวันมงคลสมรสให้ไวที่สุด”
……
เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนออกจากโรงพักแรมไปนั้น เซียวอวี้ยังคงยืนอยู่ข้างหน้าต่าง เฝ้าดูนางจากไป
จนนางจากไปไกลจนลับสายตาเขาไปแล้ว
มิรู้ว่าเหตุใด เขาถึงรู้สึกใจโหวง ๆ ยิ่งนัก
สัญชาตญาณของเขามักจะถูกต้องเสมอ
หลังจากที่เฟิ่งจิ่วเหยียนออกจากโรงพักแรมไปได้ไม่นาน ก็มีคนในความมืดติดตามนางออกไปในทันที
คนพวกนั้นเป็นคนของไทฮองไทเฮา – คือนักฆ่าที่รอคอยโอกาสนี้มานานแล้ว
หลังจากรอคอยมานาน ในที่สุด ซูฮ่วนก็แยกตัวจากฝ่าบาทออกมาเสียที
โอกาสของพวกเขา มาถึงแล้ว...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...