“ในยามนี้นางเป็นเช่นไรบ้าง” เซียวอวี้รีบร้อนเอ่ยถามในทันที สายตาที่เย็นชาและเจือไปด้วยความเฉียบคมพลางเต็มไปด้วยความกังวลมากมาย
เฉินจี๋จึงตอบกลับ
“หยิ่นลิ่วส่งจดหมายมาเล่าว่า คุณชายซูได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ หาได้อันตรายถึงชีวิตไม่ อีกทั้ง สามารถจับตัวนักฆ่าเหล่านั้นได้แล้ว จึงขอความเห็นจากฝ่าบาทจัก ให้จัดการหรือมีพระประสงค์เช่นไรพ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากรู้ว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้เป็นอันตรายมากนั้น เซียวอวี้จึงรู้สึกโล่งอกไปในทันที
ส่วนนักฆ่าพวกนั้น แน่นอนว่าพวกมันต้องถูกประหารทั้งหมด!
ทว่า……
“เป็นผู้ใดที่อยู่บงการเบื้องหลัง!”
เฉินจี๋ทูลตอบตามความจริง: “หยิ่นลิ่วยังมิอาจเค้นปากพวกมันออกมาได้ในยามนี้พ่ะย่ะค่ะ”
ดวงตาของเซียวอวี้เต็มไปด้วยความเฉียบคม เขาเอามือไพล่ไปที่ด้านหลัง ร่างสูงใหญ่ของเขาราวกับก้อนหินขนาดใหญ่ ราวกับว่า หากตกลงไปบนพระราชวัง จักต้องทำให้ผู้คนตัวสั่นไปด้วยความกลัว
“นำนักฆ่าเหล่านั้นกลับมาสอบสวนพวกเขาดี ๆ เสีย!”
“รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!”
เซียวอวี้มองไปยังพระราชโองการแต่งตั้งฮองเฮาที่อยู่บนโต๊ะ สายตาเต็มไปด้วยกลิ่นอายฆ่าฟัน
เขาอยากจะรู้นัก ว่ามันผู้ใดขวัญกล้าเทียมฟ้ามาแตะต้องคนของเขา!
อีกด้านหนึ่ง
อำเภอหลิน
หลังจากเผชิญหน้ากับนักฆ่าบนท้องถนนแล้วนั้น อาการบาดเจ็บในคราก่อนของเฟิ่งจิ่วเหยียนที่ยังมิทันหายดีก็ปริแตกออกมาอีกครั้ง
นับว่าโชคดีที่นางนำยารักษาแผลภายนอกติดมาด้วย จึงจัดการทำแผลด้วยตนเอง
หยิ่นลิ่วปรากฏตัวขึ้นมาพลางเอ่ยแนะนำว่า
“คุณชายซูขอรับ ท่านได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ มิสมควรเดินทางต่อ มิสู้หาโรงพักแรมพักอยู่ที่นี่สักคืน?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้า
“อื้ม คงทำได้เพียงเท่านี้”
ทันทีที่นางมาถึงโรงพักแรม เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ได้รับจดหมายลับจากตงฟางซื่อในทันที
เขาพบกับรังโจรของหรานชิวแล้ว พลางขอให้นางไปรวมตัวกันกับเขา
ทางหยิ่นลิ่วที่เพิ่งจ่ายค่าห้องพักเสร็จ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็กล่าวออกมาว่า
“รีบออกเดินทางต่อ!”
……
สองวันต่อมา
ภูเขาหู่โถวที่อยู่ไม่ไกลจากอำเภอหลินนั้น
เฟิ่งจิ่วเหยียนที่มาพบกับตงฟางซื่อแล้ว ถูกเขาพาขึ้นไปบนภูเขาในทันที
มีถ้ำอยู่บนภูเขา ทั้งยังมีอาหารแห้งและสุราฝังอยู่ภายในมากมาย
ตงฟางซื่อกล่าว “นี่คือที่พักพิงสำหรับเหล่านายพรานที่มาหลบลมและหิมะ พวกเขาจะฝังอาหารบางส่วนไว้ที่นี่เพื่อป้องกันว่าหากหิมะถล่มบนภูเขาแล้วตนเองออกไปไม่ได้ ในยามนั้นอาหารเหล่านี้จักช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้ ทว่า วันปกติธรรมดานั้น น้อยคนนักที่จะมาที่นี่”
ยามที่พูดอยู่นั้น ตงฟางซื่อจึงชี้ไปที่ทางลึกเข้าถ้ำด้านใน
“มีเลือดอยู่ข้างใน ข้ายังพบสิ่งนี้ที่ช่องรอยแตกของกำแพงหินอีกด้วย”
มันเป็นเศษเสื้อผ้าชิ้นเล็ก ๆ
เฟิ่งจิ่วเหยียนจำได้ทันที มันเป็นของศิษย์สำนักเฉวียนเจิน
เสื้อผ้าอาภรณ์ของพวกเขาล้วนเป็นสีขาวล้วน ทั้งยังมีลวดลายขนนกสีเข้ม
ไม่ผิดแน่
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองมันอย่างละเอียดอีกครั้ง
“คงเป็นในยามที่ติงหยวนเอ๋อร์กำลังต่อสู้และดื้นรนออกมา มันจึงขาดออกมาในยามนั้น”
ตงฟางซื่อพยักหน้าลงอย่างเห็นด้วย
“ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน
“หรานชิวน่าจะขังคนเอาไว้ที่นี่”
เฟิ่งจิ่วเหยียนยกคบเพลิงไฟขึ้นมา ก่อนจะตรวจสอบสถานการณ์ในถ้ำอย่างระมัดระวัง
ด้านนอกถ้ำ
หยิ่นลิ่วรออยู่ด้วยความเคารพ
เมื่อเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนออกมานั้น เขาก็ยื่นขวดยารักษาแผลภายนอกให้นางหนึ่งขวด
“คุณชายซูขอรับ ถึงเวลาที่ท่านต้องเปลี่ยนยาแล้ว”
ตงฟางซื่อมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียน “เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้มีท่าทีแยแสไม่
“บาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น หาได้เป็นปัญหาอันใดไม่”
เดิมทีนางต้องการสังหารนักฆ่าเหล่านั้นให้จบ ๆ ไป ทว่า หยิ่นลิ่วต้องการส่งคนกลับไปที่เมืองหลวง
……
เมืองหลวง
ณ ตำหนักวั่นโซ่ว
ไทฮองไทเฮาเพิ่งดื่มยาไปนั้น ฝ่าบาทก็เสด็จมาถึงในทันที
“น้อมพบฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” ทุกคนในตำหนักพลันย่อกายทำความเคารพ
ฝ่าบาทกวาดสายตามองด้วยความเย็นชา พลางเอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ออกไปให้หมด”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ไทฮองไทเฮาที่มิรู้เรื่องอันใดนั้น “ฝ่าบาท ท่านมีอะไรจะกล่าวกับข้างั้นรึ...”
ดวงตาของเซียวอวี้ที่มืดดำลึกล้ำราวกับเหว พร้อมเจือไปด้วยความโหดร้าย
“เหตุใดท่านถึงส่งคนไปลอบสังหารซูฮ่วน?”
เมื่อได้ยินดังนั้นหัวใจของไทฮองไทเฮาพลันสั่นสะท้านไปในทันที
เขารู้ได้ยังไง!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...