เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 702

เซียวอวี้มองดูคนตรงหน้าด้วยสายตาที่คาดไม่ถึง

คนผู้นั้นถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย...

“อะไรกัน จำข้าไม่ได้แล้วหรือเพคะ?” เฟิ่งจิ่วเหยียนยกโค้งมุมปากอย่างสงบ ดูเหมือนยิ้ม ทว่าก็เหมือนตำหนิเช่นกัน

นางสวมชุดดำพรางตัว รัดกุมแน่นหนา

เส้นผมดำขลับถูกรวบมัดสูง ดูสง่างามดุจวีรบุรุษ

ใบหน้าเจือด้วยความเหนื่อยล้าอยู่บ้าง ทว่ารอยยิ้มเล็ก ๆ นั้น ดุจบุปผากลางทะเลทราย ที่มีชีวิตชีวายิ่งนัก

และทำให้เซียวอวี้ยิ่งรู้สึกคาดไม่ถึง

เขาลุกขึ้นยืนทันที คว้าเสื้อคลุมมาใส่อย่างลวก ๆ และก้าวเดินไปหานางอย่างรวดเร็ว

เฟิ่งจิ่วเหยียนถอยหลังไปสองก้าว พลางเตือนเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“เนื้อตัวของข้ามีแต่ฝุ่นเพคะ”

ดวงตาที่เย็นชาของเซียวอวี้กลายเป็นแย้มยิ้มอ่อนโยน ไม่สนใจที่นางจะหลบเลี่ยง ก็ดึงนางเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนทันที จากนั้นจุมพิตหน้าผากของนาง และจูบสัมผัสมุมปากของนางอีกครั้ง

“ไยถึงกลับมาไม่บอกกล่าวกันเล่า? เรื่องนั้นจบแล้วหรือ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนส่ายศีรษะ

“ยังเพคะ

“มารดาผู้ให้กำเนิดของหร่านชิวอยู่ที่อารามวั่งเฉินในเมืองอาน ข้ากับตงฟางซื่อจึงแวะมาทักทายท่าน”

นางเอ่ยอย่างอ้อมค้อม

การทักทายเป็นข้ออ้าง ทว่าการจับคนได้นั้นเป็นเรื่องจริง

เมืองอานอยู่ติดกับเมืองหลวง ทว่าการเดินทางไปกลับจะต้องใช้เวลาสองหรือสามวัน

ทว่า นางมาที่พระราชวังได้เช่นนี้ เซียวอวี้รู้สึกประหลาดใจและเป็นสุขยิ่งนัก

“กินมื้อเย็นมาหรือยัง?” เขายกมือข้างหนึ่งลูบไล้ใบหน้าของนาง เพื่อเช็ดคราบดินให้นาง

ไม่รู้จริง ๆ ว่านางเร่งรีบเดินทางมาอย่างไร จนถึงกับมีคราบดินเปื้อนใบหน้าเช่นนี้ได้

เฟิ่งจิ่วเหยียนผงกศีรษะ

“กินแล้วเพคะ”

จากนั้น นางหยิบห่อสมุนไพรที่ห่ออย่างแน่นหนาออกจากอ้อมแขน และวางไว้ในมือของเขาอย่างระมัดระวัง

“องค์หญิงน้อยเป็นอย่างไรบ้าง? นี่คือหญ้ากู่หยาง มีสรรพคุณในการรักษาโรคหวัดได้ดีนัก”

เซียวอวี้เลิกคิ้วเบา ๆ

“เจ้ากลับมาเพื่อหาเซียวหย่า?”

เขาคิดว่า นางตั้งใจมาหาเขาที่นี่โดยเฉพาะ

เฟิ่งจิ่วเหยียนได้ยินความขุ่นเคืองในน้ำเสียงของเขา

นางเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา

“หากแค่มาส่งยา ข้าฝากให้หยิ่นลิ่วเอามาส่งก็ได้” แววตาของนางผ่อนคลาย หาได้เย็นชาห่างเหินเหมือนเดิมไม่ “แท้จริงคือคิดถึงท่านหน่อย ๆ เพคะ”

หากไม่กลับมาพบเขาบ้าง นางคงจะลืมไปแล้วว่าเขามีหน้าตาเป็นอย่างไร

สามารถทำให้นางเอ่ยว่าคิดถึงเขาได้ เป็นสิ่งที่มีครั้งเดียวในรอบหนึ่งพันปีเชียว

ลักษณะอันน่าเกรงขามและสง่างามในยามปกติของเซียวอวี้พลันอันตรธานสิ้น เขาสวมกอดนางไว้อีกครั้ง หอมแก้มของนาง และเอ่ยกระซิบที่ริมโสตของนาง

“เช่นนั้นก็อย่าเพิ่งไปเลย

“เราได้สั่งให้สำนักหอดูดาวหลวงคำนวณแล้ว ในวันที่ห้าเดือนสามของปีหน้า เป็นวันมงคล”

เฟิ่งจิ่วเหยียนผลักเขาออกอย่างเด็ดขาด

“พวกหร่วนฝูอวี้พยายามค้นหาที่อยู่ของหยางเหลียนซั่วอย่างหนัก ข้ากับตงฟางซื่อก็ได้วางแผนตามหาหร่านชิว โดยเริ่มต้นจากเคล็ดวิชาดาราโรยหมื่นวิถี เพื่อค้นหาวิธีจัดการกับหยางเหลียนซั่ว

ค่ำคืนเงียบสงัด หร่านชิวที่สวมผ้าคลุมหน้าพลันเดินเข้ามา

นางนำอาหารมาด้วย และวางไว้ข้างหน้าของต้วนเจิ้ง

ต้วนเจิ้งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”

เขากำลังเดินทางไปตามหาเฟิ่งจิ่วเหยียน กลับถูกหร่านชิวจับได้ระหว่างทาง

วิทยายุทธของนางก้าวหน้าขึ้นมาก เขาหาใช่คู่ต่อสู้ของนางไม่

ทว่า คาดไม่ถึงเลย เพื่อที่จะสืบหาสถานที่ตั้งเถ้ากระดูกของพี่ชายเขา นางกลับมัดเขาไว้ที่นี่อย่างหน้าไม่อาย!

หร่านชิวแย้มยิ้มให้เขา

“ไยเจ้าต้องดื้อรั้นเช่นนี้เล่า?

“ข้าก็แค่ต้องการเถ้ากระดูกของพี่ไหวซวี่ เป็นเจ้าที่เห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว

“เจ้าเต็มใจพูดเมื่อไร ข้าก็จะปล่อยเจ้าออกไปเมื่อนั้น มิฉะนั้น เจ้าก็แค่อยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต!”

ต้วนเจิ้งถ่มน้ำลายใส่นาง

“ถุย! นังสารเลว! ข้าไม่มีทางบอกเจ้า! หากเจ้าเก่งจริงก็ฆ่าข้าเลยสิ!”

แววตาของหร่านชิวเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“พูดดี ๆ ไม่ชอบต้องให้ใช้กำลัง! ดี ข้าจะรอดูว่า เจ้าจะทนได้นานแค่ไหน!”

นางยกเท้าเตะจานอาหารบนพื้นทิ้งไป ก่อนจะหันหลังกลับและเดินจากไป

ต้วนเจิ้งแผดเสียงคำรามไล่หลังนาง

“นังสารเลว! รอให้ข้าออกไปได้ จะต้องฆ่าเจ้าแน่!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย