รุ่ยอ๋องมองดูสตรีที่อยู่ตรงหน้า แววตาไร้ซึ่งความอบอุ่นและสงบนิ่งเช่นเคย
“มู่หรงหลัน เจ้าหมดหนทางจะเยียวยาแล้วจริง ๆ !”
เขาพลันหันหลังให้นาง ไม่อยากจะมองนางมากนัก
มู่หรงหลันถอดอาภรณ์ชั้นนอกออกเหลือเพียงเสื้อชั้นในเท่านั้น ก้าวมาข้างหน้า และสวมกอดเขาจากด้านหลัง ทว่าถูกเขาต่อต้านอย่างรุนแรงและผละตัวออกห่าง
“ออกไป! อย่ามาแตะต้องข้า!”
มู่หรงหลันจ้องมองแผ่นหลังของเขา พลางหัวเราะเบา ๆ
“ในสมัยนั้น ท่านกักขังข้าไว้ บอกว่าต้องการรักษาข้า และทำให้ข้ากลายเป็นคนปกติ แนะนำให้ข้าอย่าปิดบังความเจ็บป่วยและปฏิเสธการรักษา
“วันนี้ข้าอยากรักษาให้ท่าน ไยท่านกลับปฏิเสธด้วยเล่า?”
รุ่ยอ๋องขบกรามแน่นขึ้น ใบหน้าเขียวคล้ำ
มู่หรงหลันเห็นว่าเขาเพิกเฉยต่อตนเอง จึงเดินอ้อมไปหยุดข้างหน้าของเขา
แววตาของนางอ่อนโยน ทว่าแฝงไว้ด้วยเจตนาฆ่า
“เหตุใดจึงไม่ช่วยข้า?
“หรือว่า ท่านคิดจะกำจัดข้าไปตั้งนานแล้ว เช่นนั้นข้างกายของฝ่าบาทก็จะได้เหลือท่านเพียงคนเดียว?”
ดวงตาของรุ่ยอ๋องเย็นชา
“ข้าไม่เหมือนเจ้า”
นางเสียสติไปนานแล้ว
“มู่หรงหลัน หากมิใช่เพราะมิตรภาพตั้งแต่วัยเยาว์ของพวกเราแล้วไซร้ สิ่งที่เจ้าทำกับเซียวหย่าในตอนนั้น จักทำให้เจ้าตายกี่หนก็ยังไม่พอจะชดใช้!”
มู่หรงหลันพยักหน้าอย่างเชื่องช้า พลางเอนกายพิงหน้าอกของเขา
“ใช่ ข้ารู้ ท่านเห็นแก่มิตรภาพเก่าก่อน
“พวกเราสามคน จักอยู่ด้วยกันตลอดไป
“คนนอกพวกนั้นไม่ควรเข้ามาแทรกแซงในความสัมพันธ์ของพวกเรา
“ดังนั้น...ช่วยข้าหน่อย ได้หรือไม่?
“ฝ่าบาทไม่มีข้าอยู่เคียงข้าง แล้วจะทำอย่างไร?”
รุ่ยอ๋องผลักนางออกไปอย่างเย็นชา บังเอิญสัมผัสโดนผิวบนไหล่ของนางอย่างไม่ตั้งใจ พลันรู้สึกไม่สบายใจ
เขาขมวดคิ้ว และเอ่ยหักล้างนาง
“เป็นเจ้าเองที่ขาดฝ่าบาทมิได้
“มู่หรงหลัน เจ้าน่ะป่วย และต้องรักษา
“ตอนนี้ฝ่าบาทให้โอกาสเจ้าแล้ว เจ้าก็ควรจะถนอมมันไว้”
เพียะ!
มู่หรงหลันยกมือตบหน้าเขาโดยตรง
แววตาของนางเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นดุร้าย เปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าการพลิกหน้าหนังสือ
“จักให้ข้าพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ และไม่ต้องทำอันใดเลยรึ!
“ไม่เกิดกับท่านก็พูดง่ายน่ะสิ!
“เมื่อใดที่ท่านถูกเฉดหัวทิ้งบ้าง ค่อยมาดูกันว่า ท่านยังจะพูดง่าย ๆ แบบนี้ได้อีกหรือไม่!”
คล้ายว่ารุ่ยอ๋องจะคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงของนางแล้ว สำหรับการถูกตบครั้งนี้ เขาหาได้โต้ตอบไม่
หลังจากนั้น เขาก็ออกคำสั่งไปทางนอกห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“หลิวหวา! ส่งแขก!”
มู่หรงหลันถูกเชิญออกจากจวนรุ่ยอ๋อง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
……
เมืองอาน
“ข้าคิดว่าไม่เป็นไร ทว่าด้วยวัยของท่าน สมควรระมัดระวังไว้เสมอ ไว้พรุ่งนี้จะเชิญหมอมาตรวจอีกที”
จู่ ๆ ฮูหยินหร่านก็คว้าจับมือของนางไว้
“แม่นาง เจ้าเป็นคนดีมีน้ำใจ”
ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ นางเองก็รู้สึกได้เช่นกันว่า คนเหล่านี้ที่ขังนางไว้ มิได้เลวทราม
นอกจากนี้ ซูฮ่วน ตงฟางซื่อ สองชื่อนี้มักจะมีผู้คนเอ่ยให้ได้ยินอยู่เสมอ ถึงแม้นางจะอยู่ในสำนักชีมาหลายปีแล้ว กลับได้ยินเรื่องวีรกรรมของพวกเขาไม่น้อยเลย
ใบหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนไร้ซึ่งความรู้สึก
“ท่านพักผ่อนเถิด หากต้องการสิ่งใดก็ตะโกนเรียก อย่าวุ่นวาย”
ในขณะที่นางกำลังจะเดินออกจากห้อง ฮูหยินหร่านพลันเรียกนางไว้
“แม่นาง พวกเจ้ากำลังตามหาหร่านชิวอยู่ใช่หรือไม่?”
ในยามนี้ อู๋ไป๋ที่อยู่นอกประตูพลันปากมากขึ้นมา
“ก็ใช่น่ะสิ! คิดว่าเชิญท่านมาเป็นแขกของเราหรือไร? ลูกสาวของท่านจับคนไปฝึกฝนวิชามาร หากไม่ตามจับนาง ก็มิรู้ว่านางจะฆ่าคนไปอีกมากมายเพียงไร!”
ครั้นฮูหยินหร่านได้ยินเช่นนี้ แววตาพลันเปลี่ยนไปทันที
“วิชามาร? นางกำลังฝึกฝนวิชามารประเภทใดอยู่!”
“วิชาดาราโรยหมื่นวิถี” เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยอย่างเย็นชา
“ว่าอย่างไรนะ!” ใบหน้าของฮูหยินหร่านพลันซีดเซียว ราวกับถูกโจมตีอย่างหนัก ทำให้ร่างกายล้มเอียงไปด้านข้าง
คล้ายว่านางจะเสียสติไปทันที และได้แต่พึมพำ
“นางกำลังฝึกฝนวิชาดาราโรยหมื่นวิถีจริง ๆ ...นางทำแบบนั้นได้อย่างไร! เวรกรรม! ช่างเป็นเวรกรรม! ข้าควรจะบีบคอนางให้ตายเสียตั้งแต่แรก...มังกรให้กำเนิดมังกร หงส์ให้กำเนิดหงส์ นางก็ไม่ต่างจากบิดาผู้ให้กำเนิดของนาง ล้วนเป็นหายนะ…”
เฟิ่งจิ่วเหยียนตระหนักได้ถึงความหมายในน้ำเสียงนั้นอย่างเฉียบแหลม ใบหน้าพลันมืดลง
นางหันกลับมามองฮูหยินหร่านทันที และถามอย่างเย็นชา
“บิดาผู้ให้กำเนิดของหร่านชิว เป็นผู้ใด?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...