เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 709

วันนี้รุ่ยอ๋องจะต่อสู้กับมู่หรงหลันจนตกตายไปพร้อมกัน

เขาจะไม่ทนให้นางมาคอยรบกวนเขาเหมือนคนบ้า และยังชอบปฏิบัติกับเขาอย่างไร้เหตุผลอยู่เสมออีกแล้ว

หากยังปล่อยไว้เช่นนี้ต่อไป เขาแค่กลัวว่าตนเองจะกลายเป็นบ้า

“ฝ่าบาท เป็นกระหม่อมเองที่พานางออกจากวัง!

“เมื่อกระหม่อมได้ทราบทีหลังว่านางสังหารองค์หญิงน้อย ก็ตระหนักได้ว่านางหมกมุ่นในตัวท่านจนเสียสติ และนางจะทำร้ายทุกคนที่อยู่รอบกายของท่าน

“ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไรกระหม่อมจะต้องหยุดยั้งพ่ะย่ะค่ะ

“ครั้นเมื่อนึกถึงมิตรภาพระหว่างพี่น้องของพวกเราตั้งแต่เยาว์วัย กอปรกับการวินิจฉัยของหมอ บอกว่านางมีอาการป่วยทางจิต และขอเพียงได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ก็ยังมีโอกาสรักษาหาย

“ดังนั้น กระหม่อมจึงขังนางไว้ในจวน และเชิญหมอมารักษาอาการของนางทุกวัน

“กระหม่อมหวังว่านางจะกลับมาเป็นคนปกติได้อีกครั้ง ต่อมา อาการของนางก็ดีขึ้นจริง ๆ กระหม่อมจึงค่อย ๆ ผ่อนปรนการควบคุมดูแลนางลง คาดไม่ถึงว่า นางจะฉวยโอกาสตอนที่กระหม่อมออกไปข้างนอก หลอกให้หมอปลดโซ่ตรวน และทำร้ายทั้งหมอทั้งองครักษ์จนบาดเจ็บ ก่อนจะหลบหนีออกมาพ่ะย่ะค่ะ”

รุ่ยอ๋องทูลอธิบายเสร็จแล้ว เซียวอวี้จึงได้ตระหนักถึงความจริง

เขาคาดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่า รุ่ยอ๋องจะปิดบังความลับใหญ่หลวงเช่นนี้เอาไว้!

กระนั้น เมื่อเทียบกับสิ่งที่มู่หรงหลันกระทำ ความผิดของรุ่ยอ๋อง ยังพอจะอภัยให้ได้

เซียวอวี้ไม่อาจให้อภัยมู่หรงหลันได้เลย

สิ่งที่นางทำกับเซียวหย่านั้น อำมหิตเกินไป!

มู่หรงหลันรู้สึกได้ถึงเจตนาฆ่าที่แวบผ่านดวงตาของเขา ทันใดนั้นน้ำตาก็ร่วงเผาะ

“ฝ่าบาท! หม่อมฉันไม่ผิด...หม่อมฉันถูกใส่ร้ายจริง ๆ เพคะ!

“ท่านอย่าได้ฟังความข้างเดียวจากรุ่ยอ๋องกับฝูหลิงนะเพคะ!

“หม่อมฉันปฏิบัติต่อท่านเช่นไร ท่านก็รู้!

“ศิษย์พี่ ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ ...”

แววตาของเซียวอวี้เย็นชา มองดูนาง ราวกับมองคนแปลกหน้า

สาวน้อยที่เคยสง่าผ่าเผยเที่ยงตรงเมื่อในอดีต ไฉนกลายเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตขนาดนี้

ผู้ใดพูดความจริง ผู้ใดเอ่ยความเท็จ เขาย่อมตัดสินได้เอง

ยิ่งกว่านั้น ยอมสังหารผิดคน ดีกว่าปล่อยตัวไป!

“ความผิดของสกุลมู่หรงชัดเจน กุมตัวไปเข้าคุก!”

“ฝ่าบาท!” มู่หรงหลันไม่อยากจะเชื่อเลย เขาจะตัดสินใจได้ทันที

นางรีบมองไปที่รุ่ยอ๋อง และกำลังจะเอ่ย กลับได้ยินฝ่าบาทรับสั่ง “รุ่ยอ๋อง คดีนี้มอบให้เจ้ารับผิดชอบ และจัดการตามกฎหมาย! ควรลงโทษอย่างไร ก็ทำเสีย! มีเพียงประการเดียว รายละเอียดของคดีทั้งหมดอย่าได้เปิดเผยต่อสาธารณะ!”

รุ่ยอ๋องน้อมรับคำสั่ง

“กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา!”

ก่อนที่มู่หรงหลันจะถูกกุมตัวออกไป สายตายังจ้องมองรุ่ยอ๋องอย่างอาฆาต

เขาบีบบังคับกันถึงเพียงนี้!

ดี!

ดีนัก!

……

ผู้ที่วางยาพิษองค์หญิงน้อย ถูกจับกุมได้อย่างรวดเร็ว

เป็นนางข้าหลวงคนหนึ่งที่ปกติดูซื่อสัตย์มาก และปลิดชีพตนเองหลังยอมรับสารภาพ

เฉินจี๋สืบพบว่า ครอบครัวของนางข้าหลวงคนนี้กำลังลำบาก——บิดาของนางสิ้นเนื้อประดาตัวจากการพนัน และเกือบขายน้องสาวของนางด้วย

“ทว่าก่อนหน้านั้น ครอบครัวของนางได้รับเงินก้อนหนึ่ง เกรงว่า นางข้าหลวงคนนี้อาจจะถูกติดสินบนพ่ะย่ะค่ะ” เฉินจี๋สันนิษฐาน

เซียวอวี้ยกมือหนึ่งประคองหน้าผาก นัยน์ตาเต็มไปด้วยหมอกควันมืดครึ้ม

“ตรวจสอบต่อไป! มู่หรงหลันเป็นผู้ต้องสงสัยรายใหญ่ ทว่า มิได้รับประกันว่าจะไม่มีฆาตกรรายอื่น”

เขาพลันเงยหน้าขึ้นมอง แววตาแหลมคมราวกับกระบี่ที่หลุดออกจากฝัก

“เชิญจู้กั๋วกงเข้าวังอย่างลับ ๆ ด้วย”

เปลือกตาของเฉินจี๋กระตุกอย่างหนัก

โดยหลักแล้ว จู้กั๋วกงเฝ้าพิทักษ์เมืองเซวียนซึ่งเป็นสถานที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ มิอาจออกนอกเมืองได้ตามใจชอบ การที่ฝ่าบาทเรียกตัวจู้กั๋วกงมาในเวลานี้ เกรงว่า...เวลาขององค์หญิงน้อยเหลือไม่มากแล้ว

“ไยเจ้าถึงกลับมาเล่า? รู้เรื่องของเซียวหย่าแล้วกระมัง...จิ่วเหยียน เราไม่รอบคอบพอ ทำหญ้ากู่หยางของเจ้าต้องสูญเปล่าแล้ว”

เสียงของเขาแหบแห้ง ความโศกเศร้ากัดกินหัวใจของเขา

อู๋ไป๋ยืนอยู่ข้างนอก พลันรีบปิดประตู และมองไปที่เฉินจี๋ซึ่งกำลังรออยู่ข้างนอกเช่นกัน

ท่อนไม้? เคลื่อนไหวไม่เป็นหรือไร?

ข้างในห้องมีบุรุษสองคนกกกอดกันอยู่ ไม่กลัวถูกคนอื่นเห็นเข้ารึ!

เฉินจี๋ : ?

ในห้อง

เฟิ่งจิ่วเหยียนผลักเซียวอวี้ออกอย่างอ่อนโยน พลางมองคิ้วตาที่เจือความโศกเศร้าของเขา

“ได้ยินมาว่าหลายวันนี้ท่านมิได้กินอิ่มนอนหลับ เพราะกังวลเรื่องขององค์หญิงน้อย ข้าสั่งอาหารไว้หลายจาน ไม่รู้ว่าจะถูกปากท่านหรือไม่”

เซียวอวี้จับมือนางไว้

“ที่นี่มีแค่พวกเราสองคน ไยเจ้าต้องรักษาระยะห่างด้วยเล่า?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเบนสายตาไปมองทางอื่น “เป็นความเคยชินเพคะ นั่งลงเถิด”

ระหว่างกินข้าว นางหาได้เอ่ยถึงองค์หญิงน้อยไม่ แค่เอ่ยถึงเรื่องหร่านชิวเท่านั้น

เซียวอวี้แปลกใจจริง ๆ

“นางเป็นลูกสาวของหยางเหลียนซั่ว?”

หากหยางเหลียนซั่วรู้ว่า ลูกสาวแท้ ๆ ของตนเองคิดแต่จะฆ่าเขาให้ตาย จะรู้สึกอย่างไรบ้าง

หลังมื้ออาหาร เฟิ่งจิ่วเหยียนเพิ่งเอ่ยถาม

“ตอนนี้องค์หญิงน้อยเป็นอย่างไรบ้างเพคะ?”

เซียวอวี้บอกเล่าความจริงทั้งหมด รวมถึงตัวตนแท้จริงขององค์หญิงน้อยด้วย

หลังจากได้รู้ความจริงทั้งหมด สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที

องค์หญิงน้อยถูกข่มเหงตอนที่อายุได้แค่สองขวบ มู่หรงหลันคนนั้นต่ำทรามยิ่งกว่าเดรัจฉาน!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย