ภายในกระโจมหลัก บรรดาแม่ทัพเอ่ยกันทีละคน
“ฝ่าบาท กองทัพเยี่ยนมีทหารสองแสนนาย ก่อนหน้านี้พวกเขาตีฝ่าแนวป้องกันที่เมืองเซวียนอย่างลับ ๆ ตัดเส้นทางกองกำลังเสริม เกือบจะทำให้เมืองหลวงถึงขั้นเป็นพื้นที่อันตราย”
“ต้องขอบคุณกลยุทธ์ที่ถูกต้องของแม่ทัพน้อยเมิ่ง บวกกับการกลับมาอย่างทันท่วงทีของจู้กั๋วกง ที่นำกองทัพใหญ่ไปปกป้องเมืองเซวียนอย่างสุดชีวิต จึงทำให้กองทัพเยี่ยนทำไม่สำเร็จ หลายวันมานี้ พวกเราบีบกองทัพเยี่ยนให้ถอยกลับไปทางชายแดนตะวันออกแล้ว”
“ฝ่าบาท ดูจากภายนอก กองทัพเยี่ยนอยู่นอกชายแดนตะวันออก หนานฉีไม่ตกอยู่ในอันตรายชั่วคราว ที่จริงแล้ว ท่านลองดู...”
แม่ทัพผู้นั้นชี้ไปที่จุดหนึ่งบนโต๊ะทราย แล้วเอ่ยต่อ
“แนวป้องกันตอนกลางของเมืองเซวียน จะมีเมืองเซวียน เมืองม่อ กานโจว และด่านเฉาอวี๋เป็นหลักสำคัญ โดยเชื่อมกันเป็นแนวป้องกันตามขวางจากตะวันออกไปตะวันตก ก่อนหน้านี้กองทัพเยี่ยนเคยตีฝ่าด่านเฉาอวี๋ การคุ้มกันของที่แห่งนี้พังทลายแล้ว หากสงครามเริ่มขึ้น ด่านเฉาอวี๋ไม่สามารถรวบรวมกำลังได้แน่ ดังนั้น ที่แห่งนี้จึงไม่เหมาะเป็นสนามรบหลัก แทบจะกลายเป็นสถานที่ที่สูญเสียการคุ้มกัน”
เซียวอวี้นำธงเล็ก ๆ บนโต๊ะทรายปักลงบนด่านเฉาอวี๋
“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม กานโจวมีผู้คนอาศัยอยู่มาก จะไม่สามารถถูกทำลายการป้องกันได้อีก ด่านเฉาอวี๋จักต้องเป็นที่สู้รบ”
“ฝ่าบาท แม่ทัพน้อยเมิ่งก็พูดเช่นเดียวกันนี้ เพียงแต่ กองทัพด้านตะวันออกขาดแรงฮึกเหิมในการสู้รบ หากสู้รบกับกองทัพเยี่ยนอีก ก็ยากที่จะชนะ”
แววตาของเซียวอวี้เยือกเย็นในทันที
“ถ้าเช่นนั้นก็รวบรวมกันใหม่ ผู้ใดรวบรวมไม่ได้ ก็ถอนตัวไปเลย!”
แพ้ชนะเป็นเรื่องปกติของการทำสงคราม ทหารของหนานฉีจะแพ้ไม่ได้หรืออย่างไร?
แม่ทัพใหญ่ด้านตะวันออก---กวนไหลอิ้ง หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็เอ่ยอย่างนอบน้อม
“ฝ่าบาท กองทัพเยี่ยนโจมตีจิตใจครั้งนี้ จึงทำให้เหล่าทหารเกิดความหวาดกลัวสงคราม ภัยครั้งนี้ยากที่จะแก้ไข กระหม่อมเคยหารือกับแม่ทัพน้อยเมิ่งอยู่หลายครา ก็ยังไม่มีวิธีที่เหมาะสม”
กวนไหลอิ้งเพิ่งเอ่ยจบ เฉินจี๋ก็รีบเข้ามารายงาน
“ฝ่าบาท อาการของแม่ทัพน้อยเมิ่งรุนแรงขึ้นพ่ะย่ะค่ะ!”
เซียวอวี้ได้ยินดังนั้น คิ้วพลันขมวดปม และรีบไปในทันที
ภายในกระโจม
เฟิ่งจิ่วเหยียนนั่งอยู่บนเตียง โน้มตัวอาเจียนเป็นเลือดลงในอ่าง
เลือดมากมายเช่นนี้ เซียวอวี้เห็นแล้ว ดวงตาพลันแดงก่ำขึ้นทันที
หร่วนฝูอวี้ก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน นางนั่งลงข้างเตียง ลูบทรวงอกของเฟิ่งจิ่วเหยียนเบา ๆ ช่วยให้นางหายใจโล่งขึ้น
ฮูหยินเมิ่งกดจุดฝังเข็มที่คอของนาง ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล
เซียวอวี้เข้ามาในเวลานี้ มิรู้ว่าทำสิ่งใดได้บ้าง
ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า ตนเองในฐานะฮ่องเต้ และเป็นสามีในอนาคตของจิ่วเหยียน ไม่สามารถทำประโยชน์อันใดได้เลย
เฟิ่งจิ่วเหยียนอาเจียนเป็นเลือดจำนวนมาก เหงื่อเย็นผุดออกมาจากหน้าผาก ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย
ฮูหยินเมิ่งให้หร่วนฝูอวี้พยุงนางไว้ ป้องกันมิให้นางเอนตัวลงไป ลิ่มเลือดจะได้ไม่อุดกั้นลำคอ
เฟิ่งจิ่วเหยียนเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อย และผลักนางออกเบา ๆ “พอแล้ว ข้าไม่เป็นไรแล้ว”
อาเจียนเป็นเลือดเท่านั้นเอง มิใช่เรื่องใหญ่อะไร
ทว่าเฉินจี๋ เรียกฮ่องเต้มาด้วยความร้อนใจเพียงนั้นเพราะเหตุใด
เซียวอวี้ก้าวมาข้างหน้า และนั่งลงอีกด้านหนึ่งของนาง
เดิมทีเขามีคำถามมากมายที่จะถามนาง เช่น นางหนีเอาชีวิตรอดมาได้อย่างไร และรู้ได้อย่างไรว่าเขาถูกจับอยู่ที่วิหารบรรพบุรุษ...
ทว่าตอนนี้ เรื่องทั้งหมดนี้พักไว้ก่อนชั่วคราว
เขามีแต่ความกังวลใจเกี่ยวกับนาง
เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยกับอาจารย์หญิงและหร่วนฝูอวี้
“ข้ามีบางคำพูด ต้องการจะทูลกับฝ่าบาทเพียงลำพัง”
สองคนเข้าใจเจตนา จึงทยอยกันออกจากกระโจมไป
หลังจากในกระโจมเหลือเพียงพวกเขาสองคน สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปทางเซียวอวี้อย่างจริงจังหนักแน่น
“ประสบภัยเช่นนี้ ร่างกายนี้ของหม่อมฉัน ยากจะตั้งครรภ์ได้แล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...