เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 780

ไอเย็นชื้นในร่างกายของเฟิ่งจิ่วเหยียนยังขับออกไปไม่หมด ถึงจะแต่งออกเรือนมา ฮูหยินเมิ่งยังต้องติดตามมาด้วย

หลังจากที่นางได้รับสมุนไพรนั้น ก็ส่งให้อาจารย์หญิงดู

“นี่บัวกลีบเปลวเพลิง!” ฮูหยินเมิ่งตกใจอย่างมาก

“จิ่วเหยียน บัวกลีบเปลวเพลิงเป็นสมุนไพรหายาก มีน้อยกว่าดอกจื่อซวี่นั่นเสียอีก มันเจริญเติบโตในภูเขาไฟแคว้นตงซาน ใช้เวลาห้าสิบปีจึงจะผลิดอก ไอเย็นชื้นในร่างกายของเจ้า หากมีบัวกลีบเปลวเพลิงผสมกับยา อาจจะรักษาอาการป่วยหายดีก็ได้”

เฟิ่งจิ่วเหยียนสงสัยอย่างเดียว ผู้ใดเป็นคนส่งยานี้มา

อู๋ไป๋ตอบ “ถามองครักษ์ผู้นั้นแล้ว บอกว่าเห็นหน้าตาอีกฝ่ายไม่ชัด ฝ่ายนั้นบอกแค่ว่าเป็นสหายเก่าของท่านแม่ทัพน้อย”

นัยน์ตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเรียบนิ่ง ตกอยู่ในภวังค์ความคิด

หากเป็นสหายเก่าจริง ๆ เหตุใดต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ

ฮูหยิ่นเมิ่งเอ่ยปลอบใจว่า “อย่างน้อยบัวกลีบเปลวเพลิงนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร คนผู้นั้นคงไม่ได้ประสงค์ร้ายต่อเจ้าหรอก”

เฟิ่งจิ่วเหยียนส่ายหน้า

“อาจารย์หญิง ของสิ่งนี้มีที่มาไม่ชัดเจน ควรระมัดระวังจะเป็นการดีที่สุด”

สำหรับนางบัวกลีบเปลวเพลิงเป็นเพียงทำให้โรคของนางได้หายไวขึ้น นางไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้ขนาดนั้น

ฮูหยินเมิ่งเองก็คิดว่ามีเหตุผล จึงวางบัวกลีบเปลวเพลิงลงที่เดิม

“เจ้าพูดมีเหตุผล แอบเอามาส่งลับ ๆ ล่อ ๆ ก็สมควรป้องกันจริง ๆ”

อู๋ไป๋ขอคำแนะนำ

“เช่นนั้นแล้วจะจัดการของสิ่งนี้อย่างไรดี?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

“วางไว้ในโรงพักแรม ให้พวกหยิ่นเอ๋อร์จับตาดูไว้ หากมีคนมาเก็บไป ก็จับมาสอบสวน”

“รับทราบ!” อู๋ไป๋ขานรับเสร็จ อดที่จะรู้สึกเสียดายไม่ได้ “หากไม่มีคนมาเก็บล่ะ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างไร้เยื่อใย

“ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า”

เดิมทีก็ไม่ใช่ของนางตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

วันต่อมา

ภายในร้านน้ำชาแห่งหนึ่งของเมืองม่อ

พนักงานผู้หนึ่งเข้ามารายงาน

“นายท่าน บัวกลีบเปลวเพลิงถูกปล่อยทิ้งไว้ขอรับ”

ข้อนิ้วเรียวขาวของชายหนุ่มโอบล้อมถ้วยน้ำชา นัยน์ตาแจ่มชัดสะท้อนความเลือดเย็นออกมาหลายส่วน

“นางระวังตัวขึ้นกว่าตอนนั้นแล้วสินะ”

……

หร่วนฝูอวี้อยากหาโอกาสเข้าใกล้เฟิ่งจิ่วเหยียนหลายหน แต่ก็ถูกรุ่ยอ๋องจับได้ตลอด

นางมีความคิดอยากฆ่าเขาด้วยซ้ำ

ไม่รู้เลยจริง ๆ ทุกครั้งนางระวังตัวแล้วแท้ ๆ แล้วมันหลุดออกไปได้อย่างไรกัน

ณ เมืองหลวง

ทั่ววังหลวงต่างประดับประดาไปด้วยสีแดง อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือขององค์หญิงใหญ่

นางยังคิดเหมือนเดิมว่า แม่ทัพน้อยไม่ควรแต่งเข้ามาในวัง แต่กระนั้นก็ดีใจที่จะได้กลายเป็นครอบครัวเดียวกัน

เพื่อเตรียมงานอภิเษกให้แม่ทัพน้อย นางต้องลงแรงด้วยตัวเอง!

แม้แต่ตำหนักจื้อเฉินก็ยังหนีไม่พ้น “ฝีมืออันร้ายกาจ” ของนาง

ทันทีที่เซียวอวี้กลับมาในตอนค่ำ ก็รู้สึกว่าตาบอดเสียจะดีกว่า

ภายในตำหนักเละเทะไปหมด มีแต่เผ้าและกระดาษสีแดงที่ใช้เหลือเต็มไปหมด

โต๊ะทรงงานของเขามีสิ่งของมากมายหลายอย่างที่ไม่รู้จักชื่อวางอยู่เต็ม

“ทำไมข้าได้ยินมาว่า แม่ทัพน้อยเมิ่งผู้นี้เป็นบุตรสาวของตระกูลเฟิ่งล่ะ?”

“ไม่ใช่หรอก หากเป็นบุตรสาวของตระกูลเฟิ่ง ทำไมไม่แต่งออกจากตระกูลเฟิ่งล่ะ?”

ณ จวนตระกูลเฟิ่ง

นายท่านเฟิ่งกระวนกระวายแทบนั่งไม่ติด

เขารอขบวนเกี้ยวเจ้าสาวเคลื่อนผ่านมา ชะโงกหน้ารอแล้วรอเล่า

อี๋เหนียงหลินที่อยู่ข้าง ๆ มั่นใจอย่างมาก

“นายท่าน ไม่ต้องห่วง ข้าให้หมิงเซวียนไปเชิญมาแล้ว จิ่วเหยียนต้องกลับมาที่จวนตระกูลเฟิ่งเพื่อแต่งออกจากที่นี่แน่นอน”

จนถึงยามโพล้เพล้ พ่อบ้านก็วิ่งเข้ามา

“นายท่าน นายท่าน!”

นายท่านเฟิ่งลุกขึ้นทันที

“ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวมาแล้วหรือ?”

พ่อบ้านกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เฟิ่งหมิงเซวียนก็รีบวิ่งตามมา กุมหน้าที่ถูกตบ พร้อมพูดอย่างน้อยใจ

“ท่านพ่อ! พวกเขาตบข้า!​ข้าบอกว่าข้าคือน้องชายของฮองเฮา พวกเขาพูดกับข้าว่า——‘ไปตายซะ!’

“ฮือ ๆ …ท่านพ่อ พวกเขาไม่เชื่อข้า ข้าไม่ได้เจอเฟิ่งจิ่วเหยียนเลย!”

อี๋เหนียงหลินสงสารจับใจ “ลูกแม่ เจ้ารอก่อนนะ เดี๋ยวฮองเฮาจะจัดการแทนเจ้าเอง!”

นายท่านเฟิ่งไม่สนใจเรื่องที่เขาถูกตบหน้า รีบถามว่า

“ตอนนี้ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวถึงไหนแล้ว!”

พ่อบ้านเพิ่งมีโอกาสพูดขึ้นมาว่า

“นายท่าน เจ้าหน้าที่ทหารไล่คนออกจากโรงพักแรมหมดแล้ว ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวจะไปที่นั่น!”

“อะไรนะ!!” นายท่านเฟิ่งตกตะลึง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย