เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้พูดอะไรมากไม่ นางเพียงแค่กล่าวกับเซียวอวี้ว่า
“อาจารย์หญิงจะต้องกลับไปที่ชายแดนเหนือแล้ว”
เซียวอวี้คิดว่าพวกนางเศร้าเสียใจที่จะต้องจากกัน ถึงได้มีอาการหม่นหมองเช่นนี้
เขาจึงวางแขนโอบไหล่ของเฟิ่งจิ่วเหยียนเอาไว้ พลางหันไปกล่าวกับฮูหยินเมิ่งว่า
“ท่านอาจารย์หญิงวางใจได้ จิ่วเหยียนแต่งให้เรานั้น นางจะมิถูกรังแกใด ๆ หากนางอยากไปเยี่ยมเยียนพวกท่านละก็ เราก็จะไม่ห้ามอีกด้วย ท่านเองก็เข้าวังมาพบนางได้เสมอ”
แน่นอนว่า มีเพียงฮูหยินเมิ่งเท่านั้นที่ทำเช่นนี้ได้
ท่านแม่ทัพเมิ่งที่ตรึงกำลังเฝ้าปกป้องอยู่ที่ชายแดนนั้น ย่อมมิได้รับอนุญาตให้ออกจากตำแหน่ง
ฮูหยินเมิ่งโค้งกายคำนับขอบคุณ
“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท เพียงเท่านี้ หม่อมฉันก็จากไปได้อย่างสบายใจแล้วเพคะ”
ถึงเวลารับสำรับมื้อค่ำพอดี เซียวอวี้จึงเสนอขึ้นมา
“รั้งอยู่รับสำรับมื้อค่ำด้วยกันเถิด มื้อนี้เพื่อเลี้ยงส่งท่านโดยเฉพาะ”
ฮูหยินเมิ่งเหลือบมองที่เฟิ่งจิ่วเหยียน ก่อนจะส่ายหัวไปมา
“อย่าดีกว่าเพคะ คู่ใหม่ปลามันเช่นฝ่าบาทและฮองเฮานั้น หม่อมฉันมิกล้ารบกวนเวลาของพวกท่าน”
……
หลังจากที่ฮูหยินเมิ่งจากไป เหล่าข้ารับใช้ในวังก็เข้ามาจัดวางสำรับมื้อค่ำในทันที
เฟิ่งจิ่วเหยียนและเซียวอวี้ต่างก็มีความกังวลอยู่ในใจของตนเอง
ยามที่รับสำรับอาหารอยู่นั้น พวกเขาต่างก็นั่งเงียบหาได้เอ่ยเรื่องใดขึ้นมาไม่
หลังจากรับสำรับเสร็จนั้น
ทั้งสองกลับเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน
“ฝ่าบาท……”
“จิ่วเหยียน เรา…”
“ท่านพูดก่อนเถอะเพคะ” เฟิ่งจิ่วเหยียนกลืนคำพูดของตนเองลงท้องไปในทันที
เซียวอวี้ที่ใบหน้ามืดมนนั้น พลางแย้มยิ้มก่อนจะส่ายหัวไปมา
“เรื่องของเราหาใช่เรื่องสำคัญอันใดไม่ เจ้าพูดก่อนเถิด”
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงมิได้ปฏิเสธออกไป พลางกล่าวออกมาตามตรงว่า
“หม่อมฉันที่เอ่ยเรื่องมนุษย์โอสถและศิษย์พี่ของหม่อมฉัน กับพระองค์ไปเมื่อเช้านี้”
เซียวอวี้จำได้
ในยามนั้น เขาเพียงแค่กำลังซึมซับกับบรรยากาศคู่ข้าวใหม่ปลามันกับนาง จึงมิได้ให้นางเอ่ยอธิบายอย่างละเอียดออกมา
“อื้ม เจ้าพูดต่อเลย” มีนางอยู่เช่นนี้ เขาย่อมมีความอดทนมากพอ
สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเต็มไปด้วยความจริงจังในทันที
“หลังจากหยางเหลียนซั่วตกตายไป เรื่องของมนุษย์โอสถนั้นหาได้มีผลลัพธ์ใด ๆ ไม่ มนุษย์โอสถเหล่านั้น เดิมทีหม่อมฉันคิดว่าเป็นพรรคเทียนหลงที่ชุบเลี้ยงพวกเขาเอาไว้ ทว่า ยิ่งสืบหาลึกไปเท่าไหร่ทุกอย่างหาได้เป็นเช่นนั้นไม่
“จิ่วเหยียน เรามิอยากรู้สึกเจ็บปวดเพราะต้องสูญเสียคนรักไปอีกแล้ว”
เหตุการณ์หิมะถล่มที่ภูเขาหิมะเทียนฉือนั้น
ยามที่หวนกลับไปคิดถึงเรื่องนี้ เขามักจะฝันร้ายตลอดเวลา จนมิอาจแยกแยะได้ว่าสิ่งใดคือความจริงหรือความฝัน
เซียวอวี้ใช้แรงโอบกอดเฟิ่งจิ่วเหยียนเอาไว้ ทั้งรักทั้งอยากผูกมัดเอาไว้
“เราเองก็มีเรื่องที่อยากจะเล่าให้เจ้าฟังเหมือนกัน” จู่ ๆ เซียวอวี้พลันเปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงที่เอ่ยยออกมานั้น ยังเจือไปด้วยเศร้าใจอีกด้วย
“ยามที่เราอายุได้หกขวบนั้น ฮ่องเต้พระองค์ก่อนพาเสด็จแม่ของข้าไปเที่ยวทางใต้ สิ่งที่เสด็จแม่ต้องพบเจอนั้น เจ้าเองก็รู้ดี
“ทว่า เราในยามนั้นหาได้รับรู้สิ่งใดไม่ เราจดจำได้เพียงว่า หลังจากที่เสด็จแม่กลับมาถึงวังหลังนั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตามากมาย ก่อนจะมีอาการซึมเศร้าอยู่ตลอดเวลา
“ฮ่องเต้พระองค์ก่อนหาได้เหยียบย่างเข้ามาในตำหนักเว่ยยางบ่อยครั้งไม่ เหล่าข้ารับใช้ในวังต่างก็กล่าวว่าเป็นเพราอาการประชวรของเสด็จแม่ถึงได้สูญเสียความโปรดปรานไป
“วันหนึ่ง เราได้พบกับนางกำนัลนางหนึ่งที่กำลังถูกดุด่าทุบตีเข้า...”
เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเซียวอวี้จึงเจือไปด้วยความเย็นชาในทันที
“ในยามนั้น เราเพียงรู้สึกว่านางกำนัลผู้นั้นดูน่าสงสารยิ่งนัก จึงได้อ้อนวอนเสด็จแม่ให้ช่วยเหลือนาง ก่อนจะพานางมาที่ตำหนักเว่ยยาง
“นางกำนัลผู้นั้นได้รับความโปรดปรานจากเสด็จแม่ในทันที ยามที่มีนางกำนัลผู้นี้อยู่เคียงข้างนั้น เสด็จแม่สามารถกลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง เนื่องจากนางถนัดสร้างของเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมาย เราวัยเด็กในยามนั้นจึงมักจะชื่นชอบที่ได้ใกล้ชิดสนิทกับผู้คน
“ต่อมา วันพระราชสมภพของเสด็จแม่ ในที่สุดฮ่องเต้พระองค์ก่อนจึงได้เสด็จมาเยือนตำหนักเว่ยยาง”
เฟิ่งจิ่วเหยียนสัมผัสได้ในทันทีว่าร่างกายของเซียวอวี้กำลังสั่นเทาไปด้วยความโกรธ
นางพอจะคาดเดาได้ในทันทีว่าเหตุการณ์ใดที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...