เซียวอวี้ยังจำเรื่องราววันพระราชสมภพของเสด็จแม่ ยามที่เขาอายุหกขวบได้เป็นอย่างดี
คืนนั้น ฮ่องเต้พระองค์ก่อนเสด็จมาเยือนตำหนักเว่ยยาง เสด็จแม่มีความสุขยิ่งนัก ทั้งยังลงมือจัดเตรียมทำน้ำแกงด้วยตนเองเพื่อรอฮ่องเต้พระองค์ก่อนเสด็จมา
หมัวมัวพาเซียวอวี้ออกมา ก่อนจะแย้มยิ้มกล่าวกับเขาว่า “องค์ชายห้าเพคะ พระสนมจะเสด็จร่วมบรรมทมกับฝ่าบาทในคืนนี้ พระองค์ควรรีบกลับไปบรรมทมแต่โดยไวนะเพคะ”
เขาเข้าใจความหมายของหมัวมัวได้ในทันที ว่าเสด็จแม่จักได้กลับมาเป็นที่โปรดปรานอีกครั้งแล้ว เช่นนี้ วันวานภายในตำหนักเว่ยยางก็จะกลับขึ้นมาดีขึ้นอีกครั้ง
เซียวอวี้ยังคงคาดหวังว่า เสด็จแม่กับเสด็จพ่อจักคืนดีกันเสียที เช่นนี้เสด็จแม่ก็จักมิต้องมีท่าทีเศร้าอกเศร้าใจตลอดวันอีกต่อไป
“เราจำได้ว่า แสงจันทร์ในคืนนั้นงดงามเป็นอย่างยิ่ง”
เสียงของเซียวอวี้แหบแห้งเล็กน้อย “ฮ่องเต้พระองค์ก่อนรู้สึกเหนื่อยอ่อนนัก จึงเข้าไปงีบหลับบนเตียง เสด็จแม่ที่เป็นกังวลว่าพระองค์จะมีอาการเมามายจากฤทธิ์สุรานั้น จึงได้ไปที่ห้องเครื่องเพื่อจัดเตรียมน้ำแกงสร่างเมา หลังจากที่พระนางกลับมายังห้องโถงหลักนั้น ก็พลันพบว่าฮ่องเต้พระองค์ก่อนกำลังร่วมรักกับนางกำนัลผู้นั้น…”
เฟิ่งจิ่วเหยียนยกแขนขึ้นโอบกอดเซียวอวี้เอาไว้ เป็นการปลอบประโลมจิตใจของเขาอย่างเงียบ ๆ
เรื่องนี้ ทำเอาเซียวอวี้ฝังใจกับมันมาเป็นเวลานาน
เขาหาได้เคยเล่าเรื่องนี้ให้ผู้ใดฟังไม่
“นางกำนัลผู้นั้นได้รับความโปรดปราน จนได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นเหม่ยเหริน
“ส่วนเสด็จแม่นั้น ผ่านไปไม่กี่วันร่างของพระนางก็ได้กลายเป็นเถ้าถ่าน
“คืนนั้นหิมะตกหนักยิ่งนัก เรานอนฝันร้าย จึงวิ่งตรงไปยังตำหนักในเพื่อตามหาเสด็จแม่
“ในความมืดมิดนั้น เราเอาแต่ก้าวเดินเข้าไปข้างหน้า ไม่นานนัก เราก็เห็นเสด็จแม่ตกลงมาจากที่สูง”
น้ำเสียงของเซียวอวี้เจือไปด้วยความทุ้มลึก
“เป็นเราที่ล่อหมาป่าเข้าบ้าน หากเรามิใจอ่อนละก็…”
เฟิ่งจิ่วเหยียนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเสียใจของเขา
ในคราแรก เซียวอวี้เคยกล่าวกับนางหลายครั้งหลายคราก่อนหน้านั้น ว่าเขารู้สึกรังเกียจการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นของวังหลัง ทั้งยังเกลียดเหล่าสตรีที่มีเล่ห์กลอีกด้วย
นั้นเป็นเพราะว่าเขาเคยถูกหลอกลวง ถูกหลอกใช้ และถูกทำร้ายในวัยเด็ก
เขาจึงเชื่อมาโดยตลอดว่า เป็นเพราะว่าความใจง่ายของตนเอง จึงเป็นเหตุที่ทำให้ทำร้ายเสด็จแม่ของตนเช่นนี้
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเอ่ยปลอบใจเขา
“แผนการของคนชั่วร้ายนั้น ย่อมมิอาจป้องกันได้ครบถ้วน ทั้งท่านและพระสนมซูเฟยนั้นล้วนเป็นบุคคลที่จิตใจดีมีเมตตา ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันหาได้คิดว่าเรื่องนี้ท่านผิดไม่เพคะ”
เซียวอวี้กดคางของตนเองลงเล็กน้อย ก่อนจะวางมันไว้ที่หัวของเฟิ่งจิ่วเหยียน
“จิ่วเหยียน เราสูญเสียเสด็จแม่ไปแล้ว เรามิอยากต้องสูญเสียเจ้าไปอีกคน
“หากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าจริง ๆ เราคงมิอาจทนได้
“ฉะนั้น เพื่อเราแล้ว เจ้าช่วยอยู่ในวังหลวงได้หรือไม่ อย่าได้เอาตนเองไปเสี่ยงอันตรายใด ๆ อีกเลย ได้หรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง
นางพลันผละตัวเองออกจากอ้อมกอดที่รัดแน่นของเซียวอวี้ ก่อนจะมองไปที่ใบหน้าของเขา
“ฝ่าบาทเพคะ การกักขังตนเองเอาไว้ บางทีอาจจะมิใช่ที่ที่ปลอดภัยที่สุดก็เป็นได้
“วิญญูชนมิยืนอยู่ใต้กำแพงอันตรายฉันใด หากมิจัดการภัยอันตรายออกไป ย่อมมีอันตรายแฝงอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งฉะนั้น
“ในปีนั้น ทั้งท่านและพระสนมซูเฟยต่างก็อาศัยอยู่ในวังหลวง ยังมีผู้ไม่ประสงค์ดีมาทำร้ายเขตความปลอดภัยของพวกท่านได้
“เรื่องของมนุษย์โอสถในครานี้ หากว่าหม่อมฉันมิออกไปสืบความ ช้าเร็วอย่างไร ไฟก็ย่อมรามมาหาพวกเราอยู่ดี
“หม่อมฉันทราบถึงความกังวลใจของท่าน
“ก่อนอื่น เจ้าบำรุงดูแลร่างกายของตนเองให้ดีเสีย มอบทายาทให้เราสักคน ส่วนเรื่องอื่นนั้น เจ้าอยากทำสิ่งใด เราจักไม่มีทางห้ามเจ้า”
ทั้งยังมิอาจขัดขวางได้เช่นกัน
เฟิ่งจิ่วเหยียนพยายามขัดขวางใบหน้าที่ค่อย ๆ เริ่มเข้ามาใกล้ของเซียวอวี้ ก่อนจะจ้องมองด้วยแววตาจริงจังว่า
“เรื่องนี้ยังอีกยาวไกลนัก แต่ท่านกำลังวางแผนคิดที่จะรังแกหม่อมฉัน”
เซียวอวี้เอาแขนเกี่ยวเอวของนางเอาไว้ พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า
“เราจักกล้าวางแผนรังแกเจ้าได้อย่างไร? เจ้าอยู่ที่นี่เมื่อใดนั้น เราหาได้มีทางเลือกอื่นไม่”
ทันทีที่เซียวอวี้พูดจบ เขาก็ดึงผ้าคาดเอวของนางออกมา ก่อนจะดันร่างของเฟิ่งจิ่วเหยียนเอาไว้บนโต๊ะ
เมื่อรู้ว่าเซียวอวี้ต้องการจะทำอันใดนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนพลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นลางร้ายว่า
“หากท่านมิกลัวว่าผู้อื่นจะมาพบเห็น เช่นนั้นก็ออกไปทำข้างนอกเถอะ แผ่นฟ้าเป็นผ้าห่มผืนดินเป็นเตียงของเรา”
เมื่อได้ยินวาจาเสียดสีของเฟิ่งจิ่วเหยียนนั้น เซียวอวี้ก็ได้ยกยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ พลางกอดนางเอาไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยกระซิบข้างหูว่า
“เรายังอยากมีหน้ามีตาอยู่ เรื่องเช่นนี้เราคงมิอาจทำได้ ไปที่เตียงดีหรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปที่หน้าท้องของเขา
“ท่านอยากให้หมอหลวงมาตรวจดูหน่อยหรือไม่? หม่อมฉันรู้สึกว่า มันอาจจะผิดปกติสำหรับท่าน”
เซียวอวี้:...
ขณะที่เซียวอวี้กำลังจะอุ้มนางขึ้นมานั้น เสียงรายงานของเฉินจี๋พลันดังขึ้นมาจากด้านนอกว่า
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! เหยาเหนียงยอมสารภาพแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...