เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 849

เฟิ่งจิ่วเหยียนจ้องมองดูจ้าวหรู่หลานด้วยสายตาที่เย็นชา พร้อมด้วยนัยน์ตาที่ฉายแววความเป็นนักสู้ออกมา

เคล็ดวิชาภูษาเหล็ก

หนึ่งในเคล็ดวิชาของใต้หล้า

นางอยากจะเห็นมันด้วยตาของตนเองยิ่งนัก

ในทันใดนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนเพียงแค่ขยับฝ่าเท้าของตนเองเล็กน้อย ก่อนจะพุ่งกายออกไปในทันที

จ้าวหรู่หลานยังคงยืนแน่นิ่งอยู่กับที่ราวกับอาชา พลางกลั้นหายใจก่อนจะตั้งสมาธิขึ้น เพื่อรวบรวมกำลังภายในของตนเองไว้เกร็งกล้ามเนื้อทั้งหมดขึ้นมา พลางแปรเปลี่ยนร่างกายของนางให้กลายเป็นกำแพงเหล็ก

เฟิ่งจิ่วเหยียนโจมตีออกไปด้วยเพลงหมัด ทว่า หาได้ทำอันใดต่อคู่ต่อสู้ของนางได้ไม่

“รับหอกไป!” ประมุขแคว้นซีหนี่ว์รู้ว่านางเก่งกาจในการใช้เพลงหอก ดังนั้นพระนางจึงโยนอาวุธของตนเองส่งไปให้เฟิ่งจิ่วเหยียน

เฟิ่งจิ่วเหยียนรับหอกเอาไว้ด้วยมือหลัง ก่อนจะเอ่ย “ขอบคุณ” ออกมาโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับไปมอง

ใบหน้าของจ้าวหรู่หลานเริ่มมืดครึ้มลงเรื่อย ๆ นางพลางเหยียดแขนไปข้างหน้าก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง

หอกแทงเข้าที่ไหล่ของจ้าวหรู่หลาน ทว่า ก็ยังมิสามารถทำอันตรายอันใดกับนางได้

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเริ่มร่ายกระบวนท่าของตนเองขึ้นมา ก่อนจะใช้หอกแทงไปที่หน้าอกของจ้าวหรู่หลาน

ทว่า เคล็ดวิชาภูษาเหล็กของจ้าวหรู่หลานนั้น ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ปลายหอกย่อมมิอาจแทงทะลุอาภรณ์ของนางเข้าไปได้ ทั้งยังไม่ถูกแม้แต่เนื้อหนังของนางเสียด้วยซ้ำ

กระบวนท่าทุกอย่างของเฟิ่งจิ่วเหยี่ยนที่ปล่อยออกไปนั้น ราวกับหมัดมวยที่ต่อยลงปุยนุ่น

จนกระทั่งหอกหักลง ก็ยังมิอาจทำให้จ้าวหรู่หลานได้รับบาดเจ็บไปได้

เมื่อกำลังภายในถูกหลอมรวมตัวกันอีกครั้ง ผมเผ้าของจ้าวหรู่หลานพลันปลิวไสวไปมาในทันที สายตาเต็มไปด้วยความอำมหิตมากมาย

“ซู่เฉียนเสวี่ย วันนี้คือวันตายของเจ้า!”

เป้าหมายของจ้าวหรู่หลานนั้นชัดเจนยิ่งนัก นางต้องการสลัดเฟิ่งจิ่วเหยียนออก เพื่อตรงเข้าไปโจมตีท่านประมุขแคว้นซีหนี่ว์

แต่ก่อนที่นางจะได้เข้าใกล้ท่านประมุข เฟิ่งจิ่วเหยียนก็รีบเข้ามาโจมตีนางอย่างรวดเร็ว

จ้าวหรู่หลานโกรธมากเสียจน “เจ้าช่างโง่เขลาดเสียจริง ยังคิดที่จะมาขัดขวางข้า! ได้! ข้าจะสังหารเจ้าก่อนเป็นคนแรก!”

จ้าวหรู่หลานพลางใช้เคล็ดวิชาภูษาเหล็กเพื่อปกป้องตนเอง ก่อนจะลงมือโจมตีโต้ตอบกลับไปด้วยความโหดเหี้ยม

ทั้งคู่เคลื่อนไหวรับสู้กันอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงแค่เงาอันเรือนรางเท่านั้น

พื้นดินที่ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันนั้น ทำให้ผู้คนบริเวณใกล้เคียงมองเห็นภาพตรงหน้าได้ไม่ชัด

เหล่าองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดนั้น ต่างก็คอยเฝ้ามองดูอยู่ตลอดเวลา หยิ่นซานจึงหันไปขอคำแนะนำจากหยิ่นเอ้อร์

“พี่รอง พวกเราต้องเข้าไปช่วยหรือไม่?”

หยินเอ้อร์พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“ฮองเฮาเพียงกล่าวว่า รอฟังสัญญาณจากพระนางเท่านั้น”

หยิ่นซานรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา “จ้าวหรู่หลานแข็งแกร่งยิ่งนัก ข้ากลัวว่าฮองเฮาอาจจะได้รับบาดเจ็บได้”

เมื่อเห็นว่าจ้าวหรู่หลานเป็นฝ่ายได้เปรียบนั้น บรรดาเหล่าทหารรักษาพระองค์จึงรีบพาท่านประมุขเข้าไปด้านในวัดทันที

หากแต่ประมุขแคว้นซีหนี่ว์ปฏิเสธ

นางจ้องดูเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยความมั่นคง ราวกับว่าตั้งใจที่จะร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน

เฟิ่งจิ่วเหยียนเป็นคนของหนานฉี ทั้งยังเต็มใจที่จะเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องนางเช่นนี้ นางจะมารักตัวกลัวตายแต่เพียงผู้เดียวได้อย่างไร

จุดอ่อนของเคล็ดวิชาภูษาเหล็กคือใต้รักแร้ กลางเป้าและดวงตา

บริเวณเหล่านี้หาได้มีกล้ามเนื้อ หรือเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแอที่มิอาจสามารถสร้างชั้นป้องกันที่แข็งแรงออกมาได้

การเคลื่อนไหวของเฟิ่งจิ่วเหยียนจึงมุ่งเป้าไปที่การโจมตีตำแหน่งเหล่านี้แทน

อย่างไรก็ตาม การป้องกันของจ้าวหรู่หลานก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน การป้องกันของนางทั้งหมด ล้วนแต่พุ่งเป้าไปที่การปกป้องจุดอ่อนเหล่านี้ เพื่อมิให้คู่ต่อสู้มีโอกาสสำเร็จในการต่อกรกับนางได้

“ไปตายเสีย!” จ้าวหรู่หลานเล็งไปที่จุดตายของเฟิ่งจิ่วเหยียน ก่อนจะปล่อยหมัดออกไป!

ทันใดนั้น ประมุขแคว้นซีหนี่ว์ก็แสดงท่าทีกังวลออกมาบนใบหน้าของพระนาง “ระวัง!”

เพียงชั่วพริบตาเดียว คนที่ถูกโจมตีจนต้องล่าถอยออกมานั้น หาใช่เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ แต่เป็นจ้าวหรู่หลาน...

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” มั่วซินหมัวมัวที่มักจะมีท่าทีสงบเสงี่ยมอยู่ข้างกายท่านประมุขนั้น ก็อดที่จะตกใจขึ้นมาไม่ได้

เมื่อครู่ ผู้ที่ลงมือโจมตีคือจ้าวหรู่หลานมิใช่หรือ!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย