ภายในกระโจมหลัก จางฉวนเหมือนเด็กที่ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ เอ่ยฟ้องด้วยความรู้สึกคับแค้นต่อความไม่เป็นธรรม
“ฮองเฮา พวกเขาพูดเช่นนั้นจริง ๆ ! คนจำพวกเห็นแก่ตัว ช่างไร้จิตสำนึก! ท่านจะไปช่วยจัดการเรื่องศพให้พวกเขา แต่พวกเขากลับมิสนใจบุตรของท่านแม้แต่น้อย ท่านไม่มีความจำเป็นต้องช่วยเหลือพวกเขาแต่แรก!”
เนื่องจากในตอนกลางวันพูดมาก น้ำเสียงของเขาจึงฟังดูแหบแห้ง
เฟิ่งจิ่วเหยียนฟังจบ ก็มิได้สนใจสามคนแม่ลูกตระกูลกวนแม้แต่น้อย
การสู้รบในวันพรุ่ง มิใช่เพื่อสามคนนี้ และมิใช่เพื่อกวนไหลอิ้งเท่านั้น สิ่งสำคัญยิ่งกว่า คือเพื่อชัยชนะของหนานฉีในที่สุด
นางคงมิโง่เขลา ทำให้ตนเองต้องตกอยู่ในอันตราย เพียงเพราะเรื่องจัดการศพ
การแสดงความแข็งแกร่งเพียงชั่วขณะ ไม่สามารถเป็นผู้กล้าหาญที่แท้จริงได้
กองกำลังพันธมิตรของสี่แคว้นทำลายขวัญกำลังใจของทหารชายแดนตะวันออก นางก็จะลอกเลียนบ้าง จะทำลายความน่ายำเกรงของพวกเขา!
จางฉวนยังคิดจะเกลี้ยกล่อมนาง
“ฮองเฮา ท่านตั้งครรภ์โอรสฮ่องเต้ จะบุ่มบ่ามมิได้!”
ฮ่องเต้ทรงมีบุญคุณต่อเขา เขาจึงต้องปกป้องโอรสรัชทายาทของฮ่องเต้เป็นอย่างดี!
เฟิ่งจิ่วเหยียนเหลือบตามองไปที่เขา
“อะไร แล้วเจ้าจะออกรบแทนข้าหรือ?”
จางฉวนถึงกับพูดไม่ออก
เขาเพิ่งจะอายุสิบขวบ คนยังสูงไม่เท่าม้าเลย จะไปรบได้อย่างไร?
ในยามค่ำคืน ที่ด่านเฉาอวี๋จะได้ยินเสียงร้องของนกกระรางหางแดงโดยเฉพาะ คล้ายกับเสียงกระซิบของภูติผี
เหล่าทหารที่รักษาเมืองคอยจับตาดูอยู่ตลอด มิกล้าละเลย
ในเมืองหลวง
ณ ตำหนักจื้อเฉิน
เวลาดึกมากแล้ว เซียวอวี้ยังคงอ่านรายงานการสู้รบในแต่ละแห่ง
ความเหนื่อยล้าบนใบหน้าเขามองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
หลิวซื่อเหลียงซึ่งกำลังฝนหมึกอยู่ด้านข้าง เอ่ยชี้แนะอย่างระวังตัว
“ฝ่าบาท พระวรกายสำคัญอย่างยิ่ง ดึกเพียงนี้แล้ว เข้าบรรทมดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
เซียวอวี้ขมวดคิ้ว รู้สึกสายตาเริ่มพร่ามัว
ยิ่งต้องการจะมองอักษรเหล่านั้นให้ชัดเท่าใด ก็ยิ่งมองไม่ชัด
เขาวางรายงานการสู้รบลง บีบนวดโหนกคิ้วด้วยมือข้างเดียว ความเย็นชาบนใบหน้าปกคลุมด้วยความกลัดกลุ้มจาง ๆ
มิรู้ว่าสงครามครั้งนี้เมื่อใดจะสิ้นสุดลงได้
เขารู้สึกละอายใจต่อฮองเฮา
ในฐานะสามี ควรจะทำให้ภรรยาของตนใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขและไร้ความกังวล
ตอนนี้กลับทำให้นางต้องลำบาก
ซ้ำยังมิรู้ว่านางอยู่ชายแดนตะวันออกเป็นอย่างไรบ้าง
เซียวอวี้เงยหน้าขึ้น มองไปที่ตะเกียงน้ำมัน ภายใต้ขนตา ดวงตาทั้งคู่มืดมนและเศร้าหมอง
“ไปตำหนักหย่งเหอ”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
หลิวซื่อเหลียงในฐานะขันทีคนสนิท ค่อนข้างรู้จักสังเกตและวิเคราะห์
นั่นคือ หากหนานฉีได้รับชัยชนะ กองกำลังพันธมิตรของสี่แคว้นจักต้องส่งศพคืนมา
ซ่านชุนนั่งอยู่ภายในกระโจมรถม้า บนเอวห้อยตราประทับของแม่ทัพสี่แคว้น ท่วงท่ามีความน่าเกรงขามของแม่ทัพใหญ่
บนหอประตูเมือง เหล่าทหารของหนานฉีก็ขับร้องโคลงตลกขบขันอีกครั้ง
“แคว้นต้าเซี่ยมีสองพ่อลูก สภาพเน่าบูดเหมือนผักกาด เสื่อมโทรมตั้งแต่รากจนถึงใบ คนพ่อถูกคนอื่นขี่ ส่วนคนลูกถูกทำลายศักดิ์ศรี...”
ใบหน้าของซ่านชุนสักพักเขียวคล้ำสักพักซีดขาว
ไอ้พวกหนานฉี ปากร้ายยิ่งนัก!
ยิ่งโมโหเท่าใด ก็ยิ่งต้องนิ่งเท่านั้น
ซ่านชุนตะคอกท้าทายอย่างโอหัง
“เมื่อวานตะโกนว่าจะสร้างเนินความตาย! เหตุใดวันนี้ถึงมิเห็นคนออกมาสู้! คงจะกลัวตายเป็นแน่!”
เหล่าทหารที่อยู่ด้านหลังเขาตะโกนขึ้นพร้อมกัน
“เจ้าหนูหนานฉี รีบมาให้ท่านปู่ทางนี้สังหารซะ!”
ท่ามกลางเสียงตะโกนนับหมื่นนับพัน บนหอประตูเมืองด่านเฉาอวี๋ก็ปล่อยบันไดลงมา
จากนั้น เงาร่างสายหนึ่งก็ไต่ลงมาจากบันไดเชือก
คนผู้นั้นสวมชุดเกราะ ซ้ำยังมีหน้ากากปกปิดใบหน้า
มือข้างหนึ่งเกาะเชือก มืออีกข้างหนึ่งถือทวนยาว ท่วงท่าดูองอาจสง่างาม
หลังจากยืนนิ่งแล้ว ทวนยาวก็พุ่งมาด้านหน้า เสียงทะลวงอากาศที่รวดเร็วและทรงพลัง ขับเน้นให้แววตาของนางยิ่งดูเยือกเย็นเข้ากระดูก
“หนานฉีรับคำท้า!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...