เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 90

ตำหนักหลิงเซียว ดวงอาทิตย์เพิ่งจะลาลับขอบฟ้า บาดแผลของกุ้ยเฟยก็เริ่มเจ็บปวด

นางกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวด ทุกลมหายใจราวกับจะฉีกแผลให้ปริออก

เจ็บเหลือเกิน!

ไม่นานนัก กุ้ยเฟยก็เจ็บจนสติเลือนราง

นางมีเหงื่อออกท่วมศีรษะ จับตัวชุนเหอแน่นและพูดด้วยความเกรี้ยวกราด

“ยา! รีบใช้ยาระงับความเจ็บปวดให้ข้าเดี๋ยวนี้! เจ้าอยากให้ข้าเจ็บจนตายหรืออย่างไร…”

ชุนเหอรีบปลอบนางว่า “พระนาง หมอหลวงบอกว่ามีแต่ต้องขับยาจู้หุนส่านออกไปก่อนจึงจะใช้ยาระงับความเจ็บปวดได้ อดทนหน่อยนะเพคะ”

พระนางเป็นแบบนี้ นางเองก็เจ็บปวดเช่นกัน

แขนของนางจะถูกพระนางจับจนถลอกทุกครั้ง

เจ็บจนยากจะทานทน

ครึ่งชั่วยามต่อมา กุ้ยเฟยมีเหงื่อออกท่วมตัวและเอนพิงหัวเตียงอย่างอ่อนแรง

ชุนเหอป้อนยาให้กับนางด้วยความระมัดระวัง

ทว่ากุ้ยเฟยกลับยกมือปัดยาทิ้ง

“สารเลว…ไม่ได้เรื่อง! พวกคนจากสำนักหมอหลวงจงใจประวิงเวลา…

“ข้า ข้าทรมานมานาน แต่พวกเขากลับทำอะไรไม่ได้เลย!

“ยาจู้หุนส่าน…ยาจู้หุนส่านบ้าอะไร! ข้าดื่มยาตั้งมากขนาดนี้ เหตุใดยังขับมันออกไม่หมดอีก!”

ชุนเหออธิบายอย่างมีน้ำอดน้ำทน

“พระนาง ท่านเพียงต้องดื่มยาให้มาก ไม่นานก็จะขับยาจู้หุนส่านได้หมด ถึงตอนนั้นก็จะใช้ยาระงับความเจ็บปวดได้แล้วเพคะ

“วันนี้หมอหลวงจับชีพจรให้ท่าน บอกว่ายาจู้หุนส่านในร่างกายท่านลดลงไปมากแล้ว…”

“พอแล้ว! ข้าต้องทนอยู่แบบนี้อีกนานเพียงใด!” ดวงตาของกุ้ยเฟยฉายแววเย็นยะเยียบ

ความเจ็บปวดทุกข์ทรมานเช่นนี้ นางอยากให้นางสนมเจียกับฮองเฮาได้ลิ้มลองบ้างเหลือเกิน!

นังแพศยาพวกนั้นคงได้ใจกันน่าดูสินะ!

จู่ ๆ กุ้ยเฟยก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น

“สถานการณ์ทางฝั่งภูเขาอวี้หยางเป็นอย่างไรบ้าง? ไทเฮาไทเฮาทรงทราบข่าวหรือยัง!”

ชุนเหอพยักหน้าโดยพลัน

“ทราบข่าวแล้วเพคะ

“ได้ยินว่าไทฮองไทเฮาทรงมีความเคลื่อนไหวและเตรียมตัวกลับวังแล้วเพคะ”

กุ้ยเฟยได้ยินดังนี้ก็อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง

อีกไม่นาน เฟิ่งเวยเฉียงก็จะถูกขับไล่ออกจากวัง!

ไม่สิ ไทฮองไทเฮาจะอนุญาตให้เรื่องอื้อฉาวอย่างการมีมลทินของฮองเฮาแพร่งพรายสู่ภายนอกได้อย่างไร? ไม่แน่ว่าจะโบยเฟิ่งเวยเฉียงให้ตายแล้วประกาศกับภายนอกว่าป่วยตายก็เป็นได้…

พลบค่ำ

ภายในตำหนักหย่งเหอ

เฟิ่งจิ่วเหยียนตั้งใจจะไปตำหนักฉางซิ่น

ก่อนจะไป นางทำการตรวจดูรอยข่วนที่คอตามเคยชิน

นี่เป็นรอยที่ถูกนางสนมเจียข่วนตอนที่ช่วยนางสนมเจียในวันที่แข่งขันขี่ม้าโปโล

“หม่อมฉันได้ยินมาว่าพระนางกำลังจะกลับมาที่วังแล้ว!”

สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนราบเรียบ ทว่าภายในใจกลับเกิดความฉงนสงสัย

สำหรับนางแล้ว บนโลกนี้มีคนอยู่แค่สองประเภท หนึ่งคือศัตรู สองคือมิตร

การที่ไทฮองไทเฮากลับวังในเวลาแบบนี้ มันทำให้นางอดที่จะคิดมากไม่ได้

“ไทฮองไทเฮาเป็นคนเช่นไร?” เฟิ่งจิ่วเหยียนถาม

นางสนมเจียเห็นนางสนใจก็รีบพูดให้ฟังแบบหมดเปลือก

“กล่าวถึงไทฮองไทเฮาแล้ว พระนางเป็นผู้ที่น่าเกรงกลัวที่สุดในวังหลวง

“แม้แต่กุ้ยเฟยก็ยังเคยถูกพระนางลงโทษ

“พระนางไม่พึงพอใจในผู้ใดทั้งนั้น ในบรรดานางสนมทั้งหมด พระนางทรงโปรดปรานแค่หรงเฟย เพราะพระนางมีศักดิ์เป็นป้าของหรงเฟย

“แม้แต่ไทเฮาก็ทรงหวาดกลัวท่าน ทั้งที่เป็นถึงไทเฮาแล้วแต่ก็ยังทรงถูกไทฮองไทเฮาลงโทษ

“บัดนี้ได้ยินว่าไทฮองไทเฮาจะกลับวัง ทุกคนต่างก็อกสั่นขวัญแขวน กลัวว่าจะประสบเคราะห์ร้าย ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันขอแนะนำให้ท่านยัดนุ่นใส่สนับเข่าให้มาก ไทฮองไทเฮาชอบสั่งลงโทษด้วยการคุกเข่าที่สุด”

เหลียนซวงรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อฟังถึงตรงนี้

เห็นท่าว่านางคงต้องรีบยัดนุ่นใส่สนับเข่าของพระนางแล้ว

หลังจากที่แยกกับนางสนมเจีย หว่างคิ้วของเฟิ่งจิ่วเหยียนราวกับมีหมอกหนาทึบที่ไม่ยอมจางลง นางนิ่งเงียบอยู่นาน

เหลียนซวงเอ่ยถาม

“พระนาง ท่านทรงคิดอันใดอยู่หรือเพคะ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดพลางไตร่ตรองว่า “จู่ ๆ ไทฮองไทเฮาก็จะเสด็จกลับวัง เรื่องนี้มีเลศนัย”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย