ตำหนักหลิงเซียว ดวงอาทิตย์เพิ่งจะลาลับขอบฟ้า บาดแผลของกุ้ยเฟยก็เริ่มเจ็บปวด
นางกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวด ทุกลมหายใจราวกับจะฉีกแผลให้ปริออก
เจ็บเหลือเกิน!
ไม่นานนัก กุ้ยเฟยก็เจ็บจนสติเลือนราง
นางมีเหงื่อออกท่วมศีรษะ จับตัวชุนเหอแน่นและพูดด้วยความเกรี้ยวกราด
“ยา! รีบใช้ยาระงับความเจ็บปวดให้ข้าเดี๋ยวนี้! เจ้าอยากให้ข้าเจ็บจนตายหรืออย่างไร…”
ชุนเหอรีบปลอบนางว่า “พระนาง หมอหลวงบอกว่ามีแต่ต้องขับยาจู้หุนส่านออกไปก่อนจึงจะใช้ยาระงับความเจ็บปวดได้ อดทนหน่อยนะเพคะ”
พระนางเป็นแบบนี้ นางเองก็เจ็บปวดเช่นกัน
แขนของนางจะถูกพระนางจับจนถลอกทุกครั้ง
เจ็บจนยากจะทานทน
ครึ่งชั่วยามต่อมา กุ้ยเฟยมีเหงื่อออกท่วมตัวและเอนพิงหัวเตียงอย่างอ่อนแรง
ชุนเหอป้อนยาให้กับนางด้วยความระมัดระวัง
ทว่ากุ้ยเฟยกลับยกมือปัดยาทิ้ง
“สารเลว…ไม่ได้เรื่อง! พวกคนจากสำนักหมอหลวงจงใจประวิงเวลา…
“ข้า ข้าทรมานมานาน แต่พวกเขากลับทำอะไรไม่ได้เลย!
“ยาจู้หุนส่าน…ยาจู้หุนส่านบ้าอะไร! ข้าดื่มยาตั้งมากขนาดนี้ เหตุใดยังขับมันออกไม่หมดอีก!”
ชุนเหออธิบายอย่างมีน้ำอดน้ำทน
“พระนาง ท่านเพียงต้องดื่มยาให้มาก ไม่นานก็จะขับยาจู้หุนส่านได้หมด ถึงตอนนั้นก็จะใช้ยาระงับความเจ็บปวดได้แล้วเพคะ
“วันนี้หมอหลวงจับชีพจรให้ท่าน บอกว่ายาจู้หุนส่านในร่างกายท่านลดลงไปมากแล้ว…”
“พอแล้ว! ข้าต้องทนอยู่แบบนี้อีกนานเพียงใด!” ดวงตาของกุ้ยเฟยฉายแววเย็นยะเยียบ
ความเจ็บปวดทุกข์ทรมานเช่นนี้ นางอยากให้นางสนมเจียกับฮองเฮาได้ลิ้มลองบ้างเหลือเกิน!
นังแพศยาพวกนั้นคงได้ใจกันน่าดูสินะ!
จู่ ๆ กุ้ยเฟยก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น
“สถานการณ์ทางฝั่งภูเขาอวี้หยางเป็นอย่างไรบ้าง? ไทเฮาไทเฮาทรงทราบข่าวหรือยัง!”
ชุนเหอพยักหน้าโดยพลัน
“ทราบข่าวแล้วเพคะ
“ได้ยินว่าไทฮองไทเฮาทรงมีความเคลื่อนไหวและเตรียมตัวกลับวังแล้วเพคะ”
กุ้ยเฟยได้ยินดังนี้ก็อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง
อีกไม่นาน เฟิ่งเวยเฉียงก็จะถูกขับไล่ออกจากวัง!
ไม่สิ ไทฮองไทเฮาจะอนุญาตให้เรื่องอื้อฉาวอย่างการมีมลทินของฮองเฮาแพร่งพรายสู่ภายนอกได้อย่างไร? ไม่แน่ว่าจะโบยเฟิ่งเวยเฉียงให้ตายแล้วประกาศกับภายนอกว่าป่วยตายก็เป็นได้…
พลบค่ำ
ภายในตำหนักหย่งเหอ
เฟิ่งจิ่วเหยียนตั้งใจจะไปตำหนักฉางซิ่น
ก่อนจะไป นางทำการตรวจดูรอยข่วนที่คอตามเคยชิน
นี่เป็นรอยที่ถูกนางสนมเจียข่วนตอนที่ช่วยนางสนมเจียในวันที่แข่งขันขี่ม้าโปโล
“หม่อมฉันได้ยินมาว่าพระนางกำลังจะกลับมาที่วังแล้ว!”
สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนราบเรียบ ทว่าภายในใจกลับเกิดความฉงนสงสัย
สำหรับนางแล้ว บนโลกนี้มีคนอยู่แค่สองประเภท หนึ่งคือศัตรู สองคือมิตร
การที่ไทฮองไทเฮากลับวังในเวลาแบบนี้ มันทำให้นางอดที่จะคิดมากไม่ได้
“ไทฮองไทเฮาเป็นคนเช่นไร?” เฟิ่งจิ่วเหยียนถาม
นางสนมเจียเห็นนางสนใจก็รีบพูดให้ฟังแบบหมดเปลือก
“กล่าวถึงไทฮองไทเฮาแล้ว พระนางเป็นผู้ที่น่าเกรงกลัวที่สุดในวังหลวง
“แม้แต่กุ้ยเฟยก็ยังเคยถูกพระนางลงโทษ
“พระนางไม่พึงพอใจในผู้ใดทั้งนั้น ในบรรดานางสนมทั้งหมด พระนางทรงโปรดปรานแค่หรงเฟย เพราะพระนางมีศักดิ์เป็นป้าของหรงเฟย
“แม้แต่ไทเฮาก็ทรงหวาดกลัวท่าน ทั้งที่เป็นถึงไทเฮาแล้วแต่ก็ยังทรงถูกไทฮองไทเฮาลงโทษ
“บัดนี้ได้ยินว่าไทฮองไทเฮาจะกลับวัง ทุกคนต่างก็อกสั่นขวัญแขวน กลัวว่าจะประสบเคราะห์ร้าย ฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันขอแนะนำให้ท่านยัดนุ่นใส่สนับเข่าให้มาก ไทฮองไทเฮาชอบสั่งลงโทษด้วยการคุกเข่าที่สุด”
เหลียนซวงรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อฟังถึงตรงนี้
เห็นท่าว่านางคงต้องรีบยัดนุ่นใส่สนับเข่าของพระนางแล้ว
หลังจากที่แยกกับนางสนมเจีย หว่างคิ้วของเฟิ่งจิ่วเหยียนราวกับมีหมอกหนาทึบที่ไม่ยอมจางลง นางนิ่งเงียบอยู่นาน
เหลียนซวงเอ่ยถาม
“พระนาง ท่านทรงคิดอันใดอยู่หรือเพคะ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดพลางไตร่ตรองว่า “จู่ ๆ ไทฮองไทเฮาก็จะเสด็จกลับวัง เรื่องนี้มีเลศนัย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...