นายหญิงเฟิ่งเห็นฮูหยินซ่งเข้าใจผิด จึงรีบอธิบาย
“มิใช่หรอก ท่านเข้าใจผิดแล้ว มิใช่ข้า เป็นฮองเฮา ข้าอยากได้ยาชนิดนั้นไปให้ฮองเฮา”
เป็นไปไม่ได้เลยที่เวยเฉียงจะตั้งครรภ์ได้
ทว่าจิ่วเหยียนยังพอมีโอกาส
นางที่เป็นมารดาคนหนึ่ง มิอาจทำสิ่งใดเพื่อจิ่วเหยียนในวัยเด็กได้เลย ตอนนี้นางไม่มีภาระหน้าที่ถ่วงรั้ง สามารถทำบางอย่างเพื่อลูกสาวได้แล้ว
ถึงแม้นางจะตัวคนเดียว และไม่เข้าใจเรื่องยาสมุนไพร ความแข็งแกร่งก็มีน้อย ทว่านางยังมีสองขา สามารถเดินทางไปทั่วหล้า เพื่อใช้ปากของนาง สอบถามจากหมอเทวดาอื่น ๆ ได้
ผู้คนที่จางโจวก็เคยได้ฟังเรื่องที่ ฮองเฮาแท้งบุตรระหว่างทำศึก และไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก
ฮูหยินซ่งครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างระมัดระวัง
“พื้นฐานสุขภาพของแต่ละคนแตกต่างกัน ฮองเฮามีอาการป่วยอย่างไร จักต้องได้รับการวินิจฉัยก่อน ถึงสั่งจ่ายยาที่ถูกต้องได้
“ดังนั้น ตอนนี้จึงยากที่ข้าจะตัดสินใจ
“เช่นนั้นให้สามีของข้าเข้าวัง ถวายการรักษาฮองเฮาดีหรือไม่?”
นายหญิงเฟิ่งมีน้ำตาคลอหน่วย “ดี รอให้ข้ากลับไปที่เมืองหลวงครั้งนี้ จักหารือกับฮองเฮา ให้ท่านหมอซ่งเข้าวังเพื่อถวายการรักษา”
เดิมความตั้งใจของนางก็เป็นเช่นนี้ เพียงแต่ไม่อยากสร้างความยุ่งยากให้ท่านหมอซ่ง
อย่างไรก็ตาม ตระกูลซ่งสืบทอดวิชาแพทย์อยู่ในจางโจวหลายชั่วอายุคน แทบมิได้ออกไปต่างถิ่นเลย
หมอซ่งเองก็เป็นผู้ที่หมกมุ่นในการแพทย์ หมกตัวอยู่แต่ในโรงสมุนไพรทั้งวัน ไม่ค่อยกลับบ้าน มีหลายคนที่ยอมจ่ายค่าตอบแทนจำนวนมากเพื่อให้เขาไปรักษาที่เมืองอื่น กลับถูกเขาปฏิเสธทั้งหมด อ้างว่าเดินทางไปมาจักทำให้เสียเวลา
ครั้นได้ฟังฮูหยินซ่งเอ่ยเช่นนี้ นายหญิงเฟิ่งก็รู้สึกโล่งใจ
ทว่าคิดดูอีกที นายหญิงเฟิ่งยังมีอีกสิ่งหนึ่งให้กังวล
นางมองไปที่ลูกสาวคนเล็กของตระกูลซ่ง และเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา
“ท่านพี่ ยังคิดจะมีบุตรเพิ่มอีกหรือไม่?”
ฮูหยินซ่งเลือกตั้งครรภ์ในช่วงวัยนี้ ก็อยากจะมีบุตรชาย เพื่อสืบทอดสายเลือดของตระกูลซ่ง
เนื่องด้วย ซ่งหลีแต่งงานกับเวยเฉียง และเวยเฉียงมิอาจตั้งครรภ์ให้กำเนิดบุตรได้ ดังนั้น ตระกูลซ่งจึงไร้ทายาทสืบทอด
ฮูหยินซ่งอุ้มลูกสาวไว้ในอ้อมแขน พลางจัดเสื้อผ้าของนางให้เรียบร้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนของมารดา
“ไม่มีแล้ว
“พ่อของนางกับข้าได้ตกลงกันแล้ว เมื่อนางเติบโตขึ้น ค่อยหาลูกเขยแต่งเข้าจวน ลูกสาวที่คลอดนั้น เป็นสายเลือดของตระกูลซ่งเช่นกัน ไม่ต่างจากลูกชาย
“หากเอ่ยถึงแล้ว ในพิธีหยิบของเสี่ยงทายอายุครบปี เด็กน้อยคนนี้เลือกหยิบสมุนไพรกำหนึ่งด้วย”
นายหญิงเฟิ่งแปลกใจมาก
ลำพังฮูหยินซ่งไม่มีปัญหา แต่ผู้ที่มีนิสัยดื้อรั้นเช่นหมอซ่ง จักยอมให้ลูกสาวสืบทอดกิจการของตระกูลได้อย่างไร?
ภายหลังได้สอบถามจากเวยเฉียงตามลำพัง จึงได้รู้ว่า ตอนฮูหยินซ่งคลอดลูกสาว ได้ประสบภาวะคลอดลำบาก ร่างกายได้รับความเสียหายอย่างหนัก
หลังงานเลี้ยงไหว้พระจันทร์ในวังจบลง เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับไปเปลี่ยนอาภรณ์ที่ตำหนักหย่งเหอ
นางสัญญากับหร่วนฝูอวี้ คืนนี้จักไปฉลองด้วยกันที่นอกวัง
นางเพิ่งเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จ เมื่อหันกลับไป พลันเห็นเซียวอวี้นั่งอยู่บนตั่งตัวเล็ก จ้องมองนางเงียบ ๆ แฝงด้วยความตัดพ้อ
“ฮองเฮา วันนี้เป็นวันไหว้พระจันทร์”
นางจะทิ้งเขาไปจริง ๆ และร่วมกินดื่มกับคนนอกอย่างรื่นเริง และไม่ยอมพาเขาไปด้วย
เฟิ่งจิ่วเหยียนซ่อนอาวุธลับไว้ในมวยผมอย่างชำนาญ พลางเอ่ยกับเซียวอวี้อย่างอดทน
“แค่ออกไปไม่นาน จักรีบกลับมาเพคะ”
ขณะที่เอ่ย นางก้าวไปข้างหน้า และเป็นฝ่ายกอดเซียวอวี้ก่อน
เซียวอวี้ยกมือขึ้นกอดตอบนาง จุมพิตแผ่วเบาที่ข้างแก้มของนาง “ได้ เราจะรอเจ้า”
ทว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนเพิ่งเดินออกจากตำหนักหย่งเหอ ม่านตาของเซียวอวี้พลันมืดลง และลอบติดตามไปอย่างเงียบ ๆ
หว่านชิวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด : ?
ไยฝ่าบาทถึงทำตัวเหมือนหัวขโมย?
หากเป็นห่วงฮองเฮานัก ไยไม่เดินออกไปพร้อมกันอย่างเปิดเผยเล่า?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...