ตำหนักหย่งเหอ
เซียวอวี้รู้เรื่องหลิวอิ๋งถูกพาตัวไป จึงถามเฟิ่งจิ่วเหยียน
“พวกนางออกจากเมืองไปแล้ว?”
สีหน้าเขาเคร่งขรึม
ใครคือซู่ยวน เขาไม่สนใจ
สิ่งที่เขาสนใจคือ ประมุขแคว้นซีหนี่ว์คนนั้น ไม่ได้เชื่อใจจิ่วเหยียนทั้งหมด ได้ส่งสายสืบมาอยู่เมืองหลวง
อย่างไร นางคิดว่า หลังจากจิ่วเหยียนเจอตัวซู่ยวน จะกีดกันการกลับแคว้นของซู่ยวนหรือไม่?
สิ่งนี้ทำให้รู้สึกผิดหวังอย่างเจ็บปวด!
เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้าอย่างเหม่อลอย
“คิดว่า น่าจะออกจากเมืองไปแล้วเพคะ”
เซียวอวี้คว้าจับมือเฟิ่งจิ่วเหยียน ประสานนิ้วทั้งสิบของนางไว้
“ในเมื่อคนถูกพวกนางพาตัวไปแล้ว เรื่องภายหลัง ก็ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย ไปภูเขาหวูหยากับเรา ดีหรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยหน้าขึ้นมามองเขา สัมผัสความร้อนใจในดวงตาของเขา แล้วพยักหน้า
“ได้เพคะ ทว่า...”
“ทว่าอันใด?” เซียวอวี้กังวลใจ กลัวว่านางจะถ่วงเวลาต่อไปอีก
เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดขึ้นมาอย่างแน่วแน่ “มีเริ่มต้นก็ต้องมีสิ้นสุด เรื่องของซู่ยวน หม่อมฉันจะให้คนสืบต่อไป”
อย่างแรก นางจะละเลยสิ่งที่ผู้อื่นฝากฝังไม่ได้
อย่างที่สอง ทั้งที่รู้ว่าเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสงสัย กลับไม่สืบต่อไป นางไม่สบายใจ
เซียวอวี้รู้ว่าห้ามนางไม่ได้ ขอเพียงนางไม่ไปสืบด้วยตนเอง ตามเขาไปยังภูเขาหวูหยาอย่างเชื่อฟัง เขาก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว
“ได้ เจ้าจะทำอย่างไรก็ได้ ฉะนั้นพรุ่งนี้เราออกเดินทางกัน?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบอย่างไม่ลังเล “ได้เพคะ”
หลังจากนั้นก็ถามอีก “ท่านยังไม่บอก ภูเขาหวูหยาคือสถานที่อะไร?”
สายตาเซียวอวี้เลื่อนลอยไปไกล ตกอยู่ในความทรงจำโดยไม่รู้ตัว
“เป็นสถานที่ ที่เราคารวะอาจารย์ฝึกวรยุทธ”
“ตอนนั้น หลังจากเกิดเรื่องกับเสด็จแม่ เราก็ถูกอดีตฮ่องเต้ส่งไปยังภูเขาหวูหยา แล้วอยู่ก็นานถึงเก้าปี”
เฟิ่งจิ่วเหยียนได้ยินเขาพูดถึงเรื่องอาจารย์น้อยครั้งมาก
นางฟังอยู่อย่างสงบ ใจเย็นไม่รีบร้อน
ทว่า เซียวอวี้ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขาหันไปมองเฟิ่งจิ่วเหยียน แววตาลึกล้ำ ลึกซึ้ง
“จิ่วเหยียน อาจารย์จะต้องสามารถรักษาเจ้าได้”
เขากลัวเพียง นางไม่ยอมรับกฎของภูเขาหวูหยา
จำต้องค่อยว่ากันไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เฟิ่งจิ่วเหยียนมีไหวพริบละเอียดอ่อน ดูออกว่าเขามีความในใจ
นางถามขึ้นมาอย่างตั้งใจ “ฝ่าบาท ภูเขาหวูหยา...”
เพิ่งอ้าปากพูด หลิวซื่อเหลียงเข้ามากราบทูล
“ฝ่าบาท ฮองเฮา มีคนกำลังตีกลองร้องทุกข์ จะฟ้องร้องตระกูลเฟิ่ง!”
หญิงสาวคุกเข่าบนพื้น พูดขึ้นมาพร้อมดวงตาบวมแดง
“ข้าถวายความเคารพฮองเฮา ฮองเฮาอายุยืนพันปี!”
พูดเสร็จ ก็โขกศีรษะกับพื้นอย่างรุนแรง
สายตาเฟิ่งจิ่วเหยียนเยือกเย็น
“เจ้ามีเรื่องร้องทุกข์อันใด”
ตีกลองร้องทุกข์นั้น ใช่ว่าจะตีได้ง่าย ๆ เช่นนี้
หลังจากเฟิ่งจิ่วเหยียนถามเช่นนี้ หญิงสาวยกมือกุมหน้าร้องไห้อย่างไม่ได้รับความยุติธรรม
“ทูลฮองเฮา ข้าอิงเอ๋อร์ ได้...ได้ตั้งครรภ์ลูกของคุณชายรองเฟิ่ง”
สายตาเฟิ่งจิ่วเหยียนบึ้งตึงเล็กน้อย สายตาหรี่ลง มองตรงท้องของอิงเอ๋อร์
“ข้า...ข้าชีวิตรันทด ไปตกอยู่ในสถานที่แบบนั้น คุณชายรองไม่รังเกียจข้า เขาเคยพูดว่า จะรับผิดชอบข้า แต่งงานกับข้า”
“ทว่าเมื่อหลายวันก่อน เขากลับพูดว่า ต่อไปจะไม่มาเจอข้าอีก
“เพื่อลูกในท้อง วันนี้ข้าไปที่จวนเฟิ่ง เมื่อไปถึงจวน ท่านแม่คุณชายรองออกมา ข่มขู่ข้า...”
พูดถึงตรงนี้ อิงเอ๋อร์ปกป้องท้องของตนเองไว้ยังไม่รู้ตัว “นางข่มขู่ให้ข้าแท้งลูก ห้ามข้าเข้าในประตูใหญ่ของจวนเฟิ่งอีก ฮองเฮา ข้าน่าสงสารมาก ขอร้องท่านให้ความยุติธรรมแก่ข้าด้วยเถอะ”
นางโขกศีรษะให้กับเฟิ่งจิ่วเหยียนอีก หมอบอยู่ตรงนั้น ไม่ลุกขึ้นมา
หว่านชิวฟังเรื่องราวทั้งหมด ก็คิดว่า เรื่องเล็กแค่นี้ ไม่จำเป็นต้องให้ฮองเฮาออกหน้า
หญิงคณิกาเหล่านั้น หากทุกคนที่ตั้งครรภ์ ล้วนได้ดิบได้ดีเพราะลูก แล้วหอนางโลมจะทำกิจการอะไร?
เพียงเพราะเหตุนี้ อิงเอ๋อร์ก็ต้องการให้จวนเฟิ่งรับผิดชอบ ถือเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี
หว่านชิวหันไปมองฮองเฮา ไม่รู้ว่าฮองเฮาจะจัดการอย่างไร

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...