สักพักเสี่ยวเชี่ยนกับอวี๋หมิงหลางก็ตามออกมา
เสี่ยวเชี่ยนปลอบใจหลี่เจิ้นว่าให้ใจเย็นๆ ไม่ว่าพ่อแม่เขาพูดอะไรก็อย่าใจร้อน อีกทั้งยังให้เขาให้ความร่วมมือกับเธอเรื่องหนึ่ง ไม่เกินสามวันอาหญิงมาขอร้องเธอแน่ หลี่เจิ้นจึงรับปาก
“เสี่ยวเชี่ยน คือเรื่องนี้—” พ่อหลี่กล่อมใครไม่ได้สักคน ทำได้แค่พูดกับเสี่ยวเชี่ยนอย่างลำบากใจ
เสี่ยวเชี่ยนยิ้มให้เขาเล็กน้อย “จิตแพทย์อย่างพวกหนูถือคติบังคับไปผลที่ได้จะไม่ดี ในเมื่ออาหญิงไม่เชื่อใจหนู งั้นก็คงต้องไปเชิญหมอคนอื่นมารักษาแล้วล่ะค่ะ”
“ใช่ครับ ฝืนใจทำคงไม่เกิดผลดีเท่าไร อีกอย่างเสี่ยวเชี่ยนของผมก็งานยุ่งมากด้วย” อวี๋หมิงหลางพูดเสริม เขายิ้มแย้มเหมือนเสี่ยวเชี่ยน ทั้งสองคนทำลักษณะท่าทางที่เหมือนกัน
ใบหน้าเหมือนมีอักษรสลักอยู่ว่า เจ้าเล่ห์
อวี๋หมิงหลางพาเสี่ยวเชี่ยนออกไป อาเขยโมโหจนชี้หน้าอาหญิง แล้วนิ่งเงียบอยู่นาน
“คุณจะโมโหขนาดนั้นทำไม ฉันก็ทำเพื่อลูกเหมือนกัน…” อาหญิงรู้สึกสับสน
ท่าทางของพี่ชายเมื่อกี้ทำให้เธออยู่ๆก็รู้สึกหวาดกลัว เธอตระหนักได้แล้วว่าตัวเองได้สูญเสียที่พึ่งอันแข็งแกร่งไปแล้ว
ส่วนท่าทีของสามีก็ทำให้เธอกระวนกระวาย ก่อนหน้านี้เธอยังคิดว่าสามีแค่เอาเรื่องหย่ามาขู่เธอ
แต่วันนี้ปฏิกิริยาของพ่อหลี่ บวกกับท่าทางของพี่ชายได้ทำให้อาหญิงค่อยๆเข้าใจแล้วว่าตอนนี้ตัวเธออยู่ในสถานการณ์วิกฤต
อยากจะคุยกับพ่อหลี่อีกครั้ง แต่กลับถูกเขาโบกมือไล่ไม่อยากคุยด้วย อาหญิงเดินตามเขาอยู่ข้างหลังอยากจะไปเยี่ยมลูกชาย
พ่อหลี่หันไปด้วยท่าทีเย็นชา “ถ้าไม่อยากให้ลูกเห็นคุณแล้วอาการแย่ลงก็อย่าตามเข้ามา”
“ไม่มีทาง…เขาต้องคิดถึงฉันแน่ ฉันคิดถึงเขามาตลอด”
“ที่เสี่ยวเชี่ยนพูดคุณก็ได้ยินแล้ว ที่ลูกยืนไม่ได้เหตุเกิดมาจากสภาพจิตใจ พอเขาตื่นขึ้นมาเรื่องแรกที่อยากทำก็คือขอโทษเสี่ยวเชี่ยน เขาขอโทษเสี่ยวเชี่ยนเพราะเรื่องที่คุณทำทั้งหมด คุณยังสู้ลูกไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ผมผิดหวังกับคุณมาก”
พ่อหลี่พูดจบก็เดินเข้าห้อง อาหญิงรู้สึกสะเทือนใจอย่างรุนแรง เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว แทบจะล้มทั้งยืน
นี่ลูกชายต้องกลายเป็นแบบนี้ก็เพราะเธออย่างนั้นเหรอ?
ไม่มีทาง…อาหญิงยืนอยู่ตรงนั้นสักพัก เธอพยายามปฏิเสธความไปได้นี้ เอามือสั่นๆล้วงโทรศัพท์ออกมากดเบอร์โทร
ก่อนอื่นเธอโทรหาศาสตราจารย์หลิวแล้วพบว่าสายไม่ว่างจึงโทรหาคนอื่น สายตาพร่ามัวพอเอามือไปเช็ดก็พบว่ามันคือน้ำตา นี่เธอร้องไห้?
เธอไม่เชื่อว่าโลกนี้นอกจากเฉินเสี่ยวเชี่ยนแล้วจะไม่มีใครรักษาลูกชายเธอได้ มันต้องมี ต้องมีแน่นอน
อวี๋หมิงหลางเดินออกจากโรงพยาบาลพร้อมเสี่ยวเชี่ยน เสี่ยวเชี่ยนยื่นมือจะไปผลักประตูกระจก แต่อวี๋หมิงหลางคว้ามือเธอมาจับไว้อย่างเป็นธรรมชาติแล้วใช้มืออีกข้างดันประตู
ปกติจูงมือกันในใจรู้สึกอุ่นใจ แต่วันนี้รู้สึกหวั่นใจ
“เมื่อกี้เรื่องที่ฉันคุยกับหลี่เจิ้น นาย…ได้ยินหมดเลยเหรอ?” เสี่ยวเชี่ยนถามอวี๋หมิงหลาง
“ผมเห็น” อวี๋หมิงหลางเน้นว่าเห็น
สมองอันชาญฉลาดของเสี่ยวเชี่ยนเชื่อมโยงได้ทันที “นายหมายความว่า กล้องวงจรปิดมีแต่ภาพไม่มีเสียง นายอ่านปากเอา?”
งั้นก็จัดการง่ายหน่อย มีแค่เขาที่รู้ อวี๋หมิงหลางก็คงคิดแค่ว่าเธอกำลังหลอกคนอยู่ ไม่มีทางคิดว่าเป็นเรื่องจริง
“แต่ผมรู้ความลับคุณอย่างนึงด้วยนะ” คำพูดของอวี๋หมิงหลางทำให้เสี่ยวเชี่ยนฉุกคิด
เขาก้มลงไปกระซิบข้างหูเธอเบาๆ “เป็นขี้เมาเหรอ?”
ที่แท้ก็เรื่องนี้ เสี่ยวเชี่ยนโล่งอก
อวี๋หมิงหลางเห็นเธอเป็นห่วงแบบนี้ในใจก็รู้สึกอบอุ่น ความรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านแผ่ซ่านไปทั่วจิตใจ
“ลูกเชี่ยน ผมรักคุณนะ”
“อะไรนะ?”
เสี่ยวเชี่ยนไม่ได้ยินเพราะมีรถบรรทุกส่งวัตถุดิบให้โรงพยาบาลผ่านมาพอดี เสียงดังจากรถกลบเสียงของอวี๋หมิงหลาง อวี๋หมิงหลางที่ปกติความรู้สึกไวมาตลอดไม่รู้เกิดอะไรขึ้น รถขับเข้ามาแล้วแต่เขากลับนิ่งมองเธออย่างรอคอย เสี่ยวเชี่ยนรีบดึงเขาไปข้างทาง ส่วนรถคันนั้นก็จอดห่างจากพวกเขาไปไม่ไกล
“นายว่าอะไรนะ?” เสี่ยวเชี่ยนหันไปถามอวี๋หมิงหลาง
อวี๋หมิงหลางเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้พูดแบบนั้นออกไป ความรู้สึกในใจมันเอ่อล้นออกมา ก็แค่อยากบอกเธอแบบนั้น และก็อยากได้ยินเธอตอบ มันจะต้องช่วยเติมเต็มความรู้สึกอย่างแน่นอน
แต่เสี่ยวเฉียงผู้น่าเศร้า ก่อนหน้านี้ตั้งนานไม่สารภาพ ดันเลือกเอาเวลาตอนที่มีรถเข็นมาพอดี เธอไม่ได้ยิน แน่ล่ะว่าย่อมไม่ตอบอะไรกลับ
อวี๋หมิงหลางมองท้องฟ้าอย่างเซ็งๆ เสี่ยวเชี่ยนไม่รู้เลยว่าภายในชั่วเวลาไม่กี่วินาทีเสี่ยวเฉียงที่น่าสงสารเจอกับอะไรบ้าง เธอเห็นเขาทำหน้าเซ็ง ทันใดนั้นจึงยื่นมือไปโอบไหล่เขาแล้วเข้าไปจูบ
รู้สึกได้ว่าเขาทะลวงลิ้นผ่านฟันเธอเข้ามาอย่างร้ายกาจ คล้ายกับระบายความโกรธ เจ็บเล็กน้อยแต่ไม่มาก ความรู้สึกชาๆนี้ทำให้เธอมึนๆ จากนั้นเขาถึงปล่อยเธอ
อากาศในฤดูใบไม้ผลิยังคงหนาวเย็น รถบรรทุกคันใหญ่สีเขียวเข้มบังคู่รักที่กอดกันอยู่คู่นี้ และได้ช่วยบดบังอารมณ์เก็บกดของผู้ชายที่ถูกความรักเข้าครอบงำ
อวี๋หมิงหลางปล่อยเธอ จากนั้นก็เอามือชี้หน้าเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เหมือนมีอะไรจะพูดแต่ไม่พูด
เสี่ยวเชี่ยนมองเขาด้วยความสงสัย อวี๋หมิงหลางได้แต่ชี้หน้าเธอ สุดท้ายจึงเปลี่ยนเป็นช่วยเธอดันแว่นที่เลื่อนตามจมูกลงมาให้กลับขึ้นไป
“ไว้เจอกันครั้งหน้า ผมจะ ‘จัดการ’คุณ”
“……” นี่เธอทำอะไรลงไปกันแน่นะ?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย