ในที่สุดเสี่ยวเชี่ยนก็เข้าใจแล้วว่าทำไมอยู่ๆอาจารย์ก็ให้เธอมาช่วยงานที่นี่ โรงพยาบาลในอำเภอต่อให้เล็กกว่านี้ก็ไม่ถึงขนาดต้องให้เธอลงมาช่วยงานหรอกไหม?
จุดประสงค์สำคัญคือต้องการให้เธอมาที่นี่ บังคับให้เธอต้องเจอกับศาสตราจารย์ชีอะไรนั่น
อารมณ์เสี่ยวเชี่ยนในเวลานี้ก็เหมือนกับคนไข้ที่ถูกจับมัดคนเมื่อครู่ ปล่อยฉันออกไปนะ
แต่เธอขึ้นเรือโจรสลัดมาแล้ว อยากจะลงคงไม่ง่ายแบบนั้น
“เดี๋ยวก็จะได้เวลาที่คนไข้นัดแล้ว งั้นก็ขอมอบแผนกนี้ให้คุณชั่วคราวแล้วกันนะ ข้างในมีพวกอุปกรณ์ที่คุณต้องการ เดี๋ยวพอคนไข้ลงทะเบียนแล้วคุณก็เริ่มตรวจได้เลย ถ้ามีเด็กหรือผู้หญิงต้องการเข้ามาคุณจะตรวจไปพร้อมกันเลยก็ได้ อาจารย์คุณโฆษณาคุณกับผมสุดๆ บอกว่าคุณเป็นจิตแพทย์ที่เก่งมาก อันที่จริงพวกเราก็ยังขาดจิตแพทย์เก่งๆ แต่หมอแผนกประสาทน่ะมี ขาดแค่จิตแพทย์ที่คอยช่วยรักษาร่วมกัน ไม่มีใครยอมมาโรงพยาบาลเล็กๆ…”
โรคประสาทหลายชนิดในระหว่างการรักษานอกจากต้องกินยาที่ช่วยควบคุมอาการแล้วยังต้องได้รับคำปรึกษาจากจิตแพทย์เพื่อช่วยควบคุมพฤติกรรมอีกด้วย อย่างเช่นผู้ป่วยโรคหลงผิดคนเมื่อครู่ นอกจากกินยาแล้วยังต้องพึ่งพาจิตบำบัด แต่ทรัพยากรหมอไม่เพียงพอนี่จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่อาจแก้ไขในระยะเวลาอันสั้นได้
ตอนนี้เสี่ยวเชี่ยนไม่มีอารมณ์คิดเรื่องนี้ สมองของเธอเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าทำอย่างไรให้ศาสตราจารย์ชีเกลียดขี้หน้าเธอดี
เธอมาถึงแล้ว คนไข้ก็ใกล้มาแล้ว จะให้เสี่ยวเชี่ยนหนีไปตอนนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อคนไข้นัดเวลามาแล้วเธอก็ต้องตั้งใจรักษา หวังแค่เพียงให้รักษาคนไข้รายนี้เสร็จได้ไวๆเธอจะได้หนีกลับก่อนที่ศาสตราจารย์บ้าบอนั่นจะมา
นับถือศาสตราจารย์หลิวจริงๆ นี่เข้าสู่วัยทองแล้วเหรอ?
ลงทุนวางแผนทำกับลูกศิษย์ตัวเองขนาดนี้ นี่อยากจะถีบเธอออกจากสำนักขนาดไหนกันเนี่ย? ความบังเอิญพบกันที่จงใจขนาดนี้ยังคิดออกมาได้…
เสี่ยวเชี่ยนพึมพำ จากนั้นก็เปิดประตูห้องทำงานชั่วคราวเข้าไป เหมือนโรงพยาบาลทั่วไป โต๊ะทำงานธรรมดาที่บนนั้นมีปากกากับประวัติคนไข้ ตรงข้ามมีเก้าอี้ที่ถูกยึดติดกับพื้น นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรอีก
บนโต๊ะยังมีเสื้อกาวน์ใหม่เอี่ยม เสี่ยวเชี่ยนครุ่นคิดเล็กน้อยจากนั้นจึงหยิบมาใส่
อันที่จริงเวลาเธอรักษาคนไข้ไม่ชอบใส่เสื้อกาวน์เท่าไร เพราะสำหรับคนไข้บางคนแล้ว พอเห็นว่าเป็นหมอจะรู้สึกกดดัน เสี่ยวเชี่ยนชอบใส่ชุดธรรมดามากกว่า
แต่วันนี้ช่วยไม่ได้ เมื่อมาอยู่ในโรงพยาบาลแล้วก็ต้องเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม
ดูเหมือนว่าตั้งแต่เธอกลับมาเกิดจะยังไม่เคยใส่เสื้อกาวน์เลยด้วยซ้ำ เธอเอาโทรศัพท์มือถือออกมาวางบนโต๊ะ ตั้งเวลาถ่ายรูปตัวเอง เนื่องจากไม่มีกล้องหน้า วางถ่ายบนโต๊ะมุมจึงแปลกๆหน่อย จากนั้นเธอก็ส่งข้อความภาพไปให้อวี๋หมิงหลาง ให้เขาเห็นรูปเธอตอนเธอใส่เสื้อกาวน์
เสี่ยวเชี่ยนเพิ่งส่งรูปเสร็จก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
“เชิญค่ะ”
มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา แต่งตัวรัดกุม สวมหมวก ใส่ผ้าปิดปาก บนหน้ายังมีแว่นตาดำขนาดใหญ่ สะพายกระเป๋าสะพายข้าง ก่อนเข้ามายังมองไปข้างหลังอย่างระแวง คล้ายกับดูว่ามีใครสะกดรอยตามมาหรือเปล่า
เสี่ยวเชี่ยนคิดในใจ ทำถึงขนาดนี้หรือจะเป็นโรคหลงผิด? คงไม่ได้วันๆเอาแต่กังวลว่าจะมีคนเข้ามาทำร้ายหรอกนะ?
แต่ทำไมเธอจำได้ว่าเมื่อครู่ผู้อำนวยการบอกว่าคนไข้รายนี้เป็นโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงล่ะ (PTSD)?
“คุณก็คือจิตแพทย์หญิงที่พวกเขาบอกว่าประสบการณ์สูงเหรอคะ?”
“ใช่ค่ะ ฉันเป็นจิตแพทย์ชื่อเฉินเสี่ยวเชี่ยน”
ผู้หญิงคนนี้ดึงผ้าปิดปากออก แต่ไม่ได้ถอดแว่นกันแดด
เสี่ยวเชี่ยนยิ่งมองคนๆนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าหน้าคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน…เดี๋ยวนะ หรือว่านี่จะเป็น?
นี่มันผู้อำนวยการโรงเรียนของเวยเวยไม่ใช่เหรอ?
คนที่มีความคิดบิดเบี้ยวคนนั้น คิดว่าการที่ผู้หญิงถูกลวนลามเป็นเพราะแต่งตัวโป๊ ไม่ระวังตัว ผู้อำนวยการคนที่รับเงินจากเย่ต้าเชียนไปแล้วพูดจาใส่ร้ายเวยเวย
“ปกปิดอาการกับหมอไม่ช่วยอะไรหรอกนะคะ ช่วยเล่าความจริงด้วยค่ะ”
“ก็คือฉันถูกหมากัดมา”
“อ่อ งั้นตอนถูก ‘กัด’ ร่างกายรู้สึกอะไรเป็นพิเศษไหมคะ เจ็บปวดหรือมีความสุข?”
“มีความ…ไม่ใช่สิ ถูกหมากัดจะให้ฉันมีความสุขได้ยังไง” ผู้อำนวยการรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าร้อนตัว
“ฉันขอย้ำอีกครั้งนะคะ ไม่ว่าเมื่อไรคุณก็ต้องเชื่อมั่นในตัวจิตแพทย์ของตัวเอง ห้ามปิดบังอาการกับหมอ ไม่มีอะไรต้องอายต่อหน้าหมอ แล้วก็ไม่มีอะไรที่พูดไม่ได้ด้วย”
พูดตามตรง เสี่ยวเชี่ยนไม่ชอบผู้อำนวยการคนนี้เลย เพราะเรื่องที่เคยใส่ร้ายเวยเวย ดูถูกหลิวเหมย เหยียดฉิวฉิว เสี่ยวเชี่ยนยังเคยเอาน้ำจากผ้าขี้ริ้วใส่ลงในอาหารของผู้อำนวยการคนนี้เลยด้วยซ้ำ
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เธอสูญเสียจรรยาบรรณแพทย์ ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตามเมื่อเธอนั่งอยู่ในห้องนี้ใส่เสื้อกาวน์แล้ว ไม่ว่าเธอจะได้ค่าตอบแทนเท่าไร ขอแค่คนที่นั่งตรงข้ามเป็นคนไข้ เธอจะไม่สนใจไม่ได้
พอเห็นผู้อำนวยการคนนี้เป็นตายก็ไม่ยอมพูดความจริงเพราะกลัวเสียหน้า เสี่ยวเชี่ยนก็ใกล้หมดความอดทนเต็มที
“ก็ฉันถูกหมากัดน่ะ ไม่ได้มีความสุข ไม่มีทางมีความสุขหรอก ฉันเกลียดหมาตัวนั้นจะตายอยู่แล้ว ทำไมมันไม่ไปตายซะ เลือกลงมือกับใครไม่เลือก ทำไมต้องเป็นฉัน มันทำลายฉัน ทำลาย…”
ผู้อำนวยการเอามือปิดหน้าแล้วร้องไห้ออกมา
หลายวันมานี้เธอใช้ชีวิตผ่านมาอย่างยากลำบาก ถึงแม้ว่าหลังจากเกิดเรื่องเธอจะไม่ได้บอกใคร และได้ยินเรื่องที่คนร้ายถูกจับไปลงโทษแล้ว แต่เธอกลับรู้สึกว่าทำไมทุกคนเหมือนรู้เรื่องของเธอ และที่น่ากลัวกว่าก็คือ เธอจะฝันเห็นมันทุกวัน…
มันทำให้เธอหวาดกลัวมาก มองใครก็ระแวงไปหมด ด้านหนึ่งเธอก็เกลียดตัวเองที่มีอารมณ์ร่วมกับคนร้ายไปด้วย ส่วนอีกด้านเธอกลับหมดความสุขกับสามีในเรื่องอย่างว่า ถึงขนาดที่รู้สึกว่าสามีที่เสร็จกิจไวทุกครั้งยังสู้คนร้ายนั่นไม่ได้เลยด้วยซ้ำ…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย