ฟู่กุ้ยดูใจเย็นมาก หลังจากที่ผ่านนาทีเฉียดตายมาได้ เดิมเขาคิดว่าตัวเองจะไม่รอดแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะยังมีชีวิตอยู่ แถมยังแค่กระดูกร้าว
แต่หลิวเหมยเป็นห่วง พอเห็นเขากระดูกร้าวก็ร้องไห้จะเป็นจะตาย
ตอนที่อวี๋หมิงหลางโทรมาเป็นตอนที่หลิวเหมยกำลังร้องไห้เสียใจสุดๆ แม้แต่แรงรับโทรศัพท์ก็ไม่มี ฟู่กุ้ยจึงต้องโกหกอวี๋หมิงหลางไป
“ตกใจหมดเลย ถ้าพี่เป็นอะไรไปฉันจะทำยังไง…” ตอนนี้หลิวเหมยยังอกสั่นขวัญแขวนไม่หาย พอได้ยินว่าเขาเกิดอุบัติเหตุก็ช็อควิญญาณแทบหลุดจากร่าง
“ไม่เป็นไรแล้วนะ ก็แค่บาดเจ็บนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่” ขาของฟู่กุ้ยถูกพันไว้ เขาเช่ารถเข็นจากทางโรงพยาบาลมาใช้
“ทำไมพี่ไม่บอกพี่หลางล่ะ ป้าฉันก็อยู่ เขาเป็นหมอกระดูก ให้เขาดูจะได้วางใจ” หลิวเหมยรู้ว่าแม่อวี๋เป็นหมอกระดูกที่มีชื่อเสียงมาก และดูเหมือนจะมีวิธีรักษาแบบลับเฉพาะด้วย จะกระดูกหักหรือกระดูกร้าวถ้าได้ยาของแม่อวี๋มาทาจะยิ่งหายไวขึ้น
“รอเสี่ยวเชี่ยนแข่งเสร็จก่อนค่อยให้คุณป้าดูก็ยังทัน”
ฟู่กุ้ยเป็นคนใส่ใจ รู้ว่าวันนี้ครอบครัวอวี๋กำลังมีเรื่องดีๆ เชี่ยนเอ๋อทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในรอบแรก ทุกคนกำลังกินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ถ้าเขาบอกเชี่ยนเอ๋อว่าตัวเองเกิดอุบัติเหตุบ้านนั้นก็คงยกโขยงมาเยี่ยมเขา ทำลายบรรยากาศงานฉลองคงไม่เหมาะเท่าไร
“แต่ว่า…” หลิวเหมยมองฟู่กุ้ยที่นั่งอยู่บนรถเข็น ในใจรู้สึกสงสาร
“ไม่เป็นไรหรอก ช่วงสองวันนี้พี่คงค้างที่นี่ กลับบ้านก็ไม่ได้ รอเสี่ยวเชี่ยนแข่งเสร็จก่อนพี่ค่อยกลับบ้าน”
ฟู่กุ้ยคิดทุกอย่างรอบคอบมาก
ถ้าตอนนี้เขากลับบ้านไม่ค่อยสะดวกเท่าไร ต้าหลงกำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย เชี่ยนเอ๋อเองก็กำลังแข่ง ถ้าแม่เสี่ยวเชี่ยนต้องแบ่งเวลามาดูแลเขา ฟู่กุ้ยกลัวจะไปรบกวนเรื่องของน้องสาวน้องชาย
หลิวเหมยสงสารฟู่กุ้ยมาก เขาเอาใจใส่ทุกคน ทำไมไม่นึกถึงตัวเองบ้างนะ?
“เดี๋ยวพี่จะหาโรงแรมค้างคืน คงต้องวานให้เธอช่วยโทรบอกน้าเจี่ยด้วยว่าเราสองคนไปเที่ยวที่อื่นสองสามวัน”
“จะหาโรงแรมทำไมคะ พี่สะใภ้ย้ายออกไปแล้ว ที่บ้านว่างอยู่ห้องหนึ่ง พี่ไปอยู่สิคะฉันจะได้ดูแลพี่ด้วย”
“สะดวกเหรอ?” ฟู่กุ้ยแอบจุดพลุในใจ
“ทำไมจะไม่สะดวกล่ะคะ สภาพแบบนี้พี่จะทำอะไรได้?”
หลิวเหมยไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน แต่ฟู่กุ้ยเหมือนถูกสบประมาทเล็กๆ ขาเขาใช้การไม่ได้ชั่วคราวแต่อย่างอื่นปกตินะ
แต่พอเห็นท่าทางหลิวเหมยเป็นห่วงเขามากฟู่กุ้ยกลับรู้สึกพอใจ นี่ถือเป็นผลพลอยได้เล็กๆสินะ ถึงขาจะบาดเจ็บ แต่เขาได้ขอแต่งงานไปแล้วแถมยังได้หลิวเหมยดูแลเขาด้วย
พอนึกถึงว่าช่วงเวลาสองสามวันนี้จะได้อยู่บ้านเดียวกันหัวใจของฟู่กุ้ยก็เบิกบาน
พวกเสี่ยวเชี่ยนยังไม่รู้ว่าฟู่กุ้ยเกิดอุบัติเหตุ ทุกคนในบ้านนั่งกินข้าวกันอย่างสนุกสนาน
อวี๋หมิงอี้มาถึงดึกหน่อย สองครอบครัวบวกแม่อวี๋นั่งเบียดกันรอบโต๊ะ
แม่อวี๋เห็นลูกชายสองคนมีครอบครัวกันหมดแล้ว แถมยังรักใคร่ปรองดองกันดี เธอรู้สึกอิ่มเอมใจ
“อะ เสี่ยวเชี่ยนกินขาหมูผัดเผ็ดนะ เฮงๆรวยๆ ทำอะไรก็ราบรื่นมีชัย” แม่อวี๋คีบขาหมูให้เสี่ยวเชี่ยน เพื่อแสดงออกว่าเธอไม่ลำเอียงจึงคีบให้ต้าอีด้วย
“ต้าอีก็กินหน่อยนะ หนูน่ะผอมเกินไปแล้ว” ถึงช่วงนี้ต้าอีจะอวบขึ้นมานิดหน่อย แต่ในสายตาของแม่อวี๋ก็ยังดูผอมอยู่ดี
“ช่วงนี้เขากินเก่งครับ แต่ก็ยังไม่อ้วน” พี่รองพูด
เสี่ยวเชี่ยนนิ่งเงียบ สองคนนี้พูดโกหกได้หน้าตาเฉย ช่วงนี้ต้าอีดูมีน้ำมีนวลขึ้นเยอะจะตาย
ต้าอีคีบขึ้นมาจะกิน แต่ปรากฏว่าพอได้กลิ่นขาหมูเธอกลับรู้สึกอยากอาเจียน จึงคีบไปให้พี่รอง
“คุณกินเยอะๆนะ”
“เสี่ยวเชี่ยนจ๊ะ ปีหน้าเรียนดอกเตอร์แล้วใช่ไหมจ๊ะ?”
“ใช่ค่ะ”
“คือว่า น้าได้ยินป้าหลิวที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันบอกว่าลูกสาวเขาก็เรียนดอกเตอร์ ดูเหมือนสองปีแรกจะสบายๆหน่อย”
เสี่ยวเชี่ยนวางซี่โครงลง นี่เธอฉลาดขนาดไหนกัน ได้ยินแม่สามีพูดแบบนี้ก็รู้แล้วว่าเรื่องอะไร
อวี๋หมิงหลางเองก็เข้าใจ ลูกสาวป้าหลิวน่าจะเพิ่งอยู่ไฟไปมั้ง? แม่ของเขาพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมกัน
“แม่ กินนี่ไหม อร่อยนะ” อวี๋หมิงหลางรีบคีบน่องไก่จะใส่ชามให้แม่อวี๋พลางพูดในใจ ดูซิว่าไก่น่องใหญ่ขนาดนี้จะทำให้หยุดพูดได้ไหม
แต่ยังไม่ทันที่น่องไก่จะถึงชาม เสี่ยวเชี่ยนก็พูดขึ้นมาก่อน
“ไม่ยุ่งค่ะ หนูเลยคิดไว้ว่าปีนี้จะดูแลสุขภาพให้ดี ปีหน้าแพลนจะมีลูก ช่วงแรกที่เรียนไม่หนักจะได้เลี้ยงลูกได้ พอถึงตอนที่หนูเริ่มยุ่งต้องเขียนรายงานลูกก็คงไม่ติดมือเท่าไรแล้ว ถึงตอนนั้นคงต้องรบกวนคุณแม่ให้หาพี่เลี้ยงมาช่วยหน่อยนะคะ”
โวะ
น่องไก่ของอวี๋หมิงหลางตกลงในชามซุปน้ำกระเด็นออกมาโดนใบหน้าที่เหมือนเป็นตะคริวของอวี๋หมิงอี้
อวี๋หมิงอี้เอากระดาษทิชชู่มาเช็ดหน้าอย่างใจเย็น สีหน้าอึ้งๆของน้องชายเขาตอนนี้ตลกเป็นบ้า
“ลูก ลูกเชี่ยน?” เสี่ยวเฉียงเสียงสั่น
เขายังแอบคิดว่าช่วงหลายปีนี้เสี่ยวเชี่ยนคงยังไม่อยากมีลูก ถึงเขาจะเริ่มอยากเป็นพ่อคน แต่ก็ไม่กล้าบอกเธอ ช่วงสองปีนี้ลูกเชี่ยนกำลังเรียนไปได้สวย เขาเองก็รู้ว่าถ้าบอกอยากมีลูกคงจะเร็วไป แต่ตอนนี้มันกะทันหันมาก
แม่อวี๋เองก็นึกไม่ถึงว่าเสี่ยวเชี่ยนจะพูดออกมาโท่งๆแบบนี้ เธออึ้งไปสักพัก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย