หลังจากที่พวก“กากเดน”แห่งหอจัยซิงที่อาศัยอยู่จวนอ๋องซู่ได้ส่วนแบ่งแล้ว โดยมีอ๋องชินเฟิงอันเป็นผู้วางแผนเส้นทาง ออกจากจวนไปอย่างสบายอกสบายใจ
ตอนที่ออกจากจวน เสียงอึกทึกครึกโครม จนทำให้เซียวเหยากงตกใจตื่น เขาคลุมเสื้อแล้วเดินออกมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ยินว่าเหล่าผู้อาวุโสชุดดำต่างก็ออกไปแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะถามอู๋ซ่างหวง “พวกเขาไปไหนกัน”
อู๋ซ่างหวงกำลังสูบบุหรี่อยู่ที่ใต้ระเบียง เหลือบมองด้วยสายตาหมดอาลัยตายอยาก “เมื่อคืนได้ยินพี่เหว่ยปลุกใจพวกเขา บอกว่าพวกเขาปกป้องเป่ยถังมาทั้งชีวิต สมควรออกไปเดินให้ทั่วทั้งแผ่นดินเหนือใต้ ดูว่าแผ่นดินที่พวกเขาปกป้องมานั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร”
โสวฝู่เดินเข้ามา พูดยิ้มๆว่า “ในเมื่อพี่เหว่ยพูดจายิ่งใหญ่เช่นนี้แล้ว ย่อมต้องมีเป้าหมายแน่ คาดว่าคงจะสั่งการให้พวกเขาจากไป”
“แล้วเจ้าคิดว่าเขาจะทำอะไรกันแน่”เซียวเหยากงนั่งลงถาม
“ไม่รู้ แต่สักพักก็คงจะรู้เอง”โสวฝู่สงบนิ่งมาก
เซียวเหยากงขยับตัวไปด้านข้างของอู๋ซ่างหวง ยื่นนิ้วมือสองนิ้วออกมา “เอามามวนหนึ่ง”
“ฝันไปเถอะ”อู๋ซ่างหวงค้อนให้เขาอย่างเฉยเมย หนึ่งเดือนได้สูบแค่นี้ ยังจะต้องแบ่งให้เขามวนหนึ่งอีกหรือ
“พรุ่งนี้พี่จูตี้มา ข้าจะฟ้อง”เซียวเหยากงเอ่ยขู่
อู๋ซ่างหวงโยนก้นบุหรี่ทิ้ง โมโหจนฟาดฝ่ามือลงไปที่หลังท้ายทอยของเขา“เจ้ากล้าหรือ ”
เซียวเหยากงนั่งลงไป เก็บก้นบุหรี่ที่ยังคงมีควันอยู่สูบไปคำหนึ่ง ปากก็พ่นควันบุหรี่ที่ออกมา ระหว่างที่ควันขาวโอบล้อมอยู่ก็เอ่ยอย่างอวดดีว่า
“ข้าไม่เพียงแต่จะฟ้องว่าท่านสูบบุหรี่ ยังจะฟ้องว่าเมื่อคืนท่านดื่มเหล้า แล้วยังตีข้าด้วย”
อู๋ซ่างหวงถอดรองเท้าจะเอามาตีเขา โสวฝู่ก็เข้ามาสงบศึก พูดกับอู๋ซ่างหวงว่า “ท่านให้เขาไปเถอะ ไม่เช่นนั้นก็จะพูดมากทั้งวัน ไม่จบไม่สิ้น ”
“ไม่ให้ ”อู๋ซ่างหวงเกลียดการข่มขู่จากน้องสิบแปดมากที่สุด
โสวฝู่ดันเขาเบาๆทีหนึ่ง ใช้สายตาส่งสัญญาณ “ให้เถอะให้เถอะ ประเดี๋ยวถ้าฟ้องขึ้นมาต้องถูกตรวจสอบ ในห้องของท่านยังซ่อนอยู่เท่าไหร่ท่านก็รู้ ในห้องข้าก็มีสมบัติซ่อนอยู่เช่นกัน ”
อู๋ซ่างหวงประหลาดใจมาก “ในห้องของเจ้ามีสมบัติอะไรซ่อนอยู่ ”
โสวฝู่เอ่ยอย่างระอาใจว่า “ครั้งที่แล้วเจ้าเมืองฉองโจวกลับมารายงานการทำงานได้เอาลูกหมากมาให้ข้า พี่จูตี้ไม่ให้กินสิ่งนั้น บอกว่าเป็นสารก่อมะเร็ง แต่ข้าก็ยังกินอยู่ดี ”
“ของนั่นไม่น่ากินจริงๆ เจ้าก็อย่ากินให้มาก”อู๋ซ่างหวงพูด
“สูบบุหรี่ก็ไม่มีอะไรน่าสูบ ทำไมท่านยังสูบอยู่เล่า”โสวฝู่ถามกลับ
เซียวเหยากงยื่นมือออกและถามอู๋ซ่างหวง “ท่านจะให้หรือไม่”
อู๋ซ่างหวงโยนให้เขามวนหนึ่งด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “เจ้ามันเหลือทน”
ผ่านไปชั่วครู่ ก็มีคนเข้ามารายงานว่า สองสามีภรรยาอ๋องชินเฟิงอันแบกสัมภาระออกจากจวนไปแล้ว
“บอกหรือไม่ว่าจะไปที่ใด”อู๋ซ่างหวงถาม
“ไม่ได้บอก บอกแค่ว่าถ้ามีเวลาว่างจะมาพักที่นี่”
โสวฝู่บอกว่า “คาดว่าคงจะกลับไปแล้ว”
หัวใจเป็นกังวลอยู่ตลอดเรื่องที่ฉีฮั่วบอกว่ารอให้กวากวาอายุครบสามขวบแล้วจะมาพานางไป ความเป็นมาของฉีฮั่ว ที่จริงเขานับว่าไม่รู้ทั้งหมด เพียงแค่ได้ยินพวกเขาคุยกันในยุคปัจจุบันเท่านั้น แม้ความจริงเป็นเช่นไร ก็ยังไม่รู้ จะวางใจให้เขาพาไปได้อย่างไร
เรื่องนี้ ยังคงค้างคาอยู่ในใจเขาตลอดมา ไม่สามารถสบายใจได้ คิดว่าจะใช้โอกาสหลังปีใหม่ตอนที่ส่งพวกลูกๆไป ให้ยายหยวนถามเรื่องของฉีฮั่วให้ละเอียด
คืนรวมญาติในวันปีใหม่ปีแรกของฮ่องเต้องค์ใหม่ที่เพิ่งจะขึ้นครองราชย์ หยู่เหวินเห้าได้ให้คนไปรับอู๋ซ่างหวงและไท่ซ่างหวงกลับมาร่วมฉลองปีใหม่ด้วยกัน บรรดาญาติพี่น้องในราชวงศ์ต่างก็เข้าวังอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
องค์หญิงท้องใหญ่มากแล้ว ไม่สะดวกในการเดินทาง ฉะนั้นปีนี้จึงไม่ได้กลับบ้านมารดา วันที่สองของปีใหม่หยวนชิงหลิงไปเยี่ยมนางด้วยตัวเอง และได้ทำการตรวจร่างกายให้นาง
เมื่อก่อนท่านชายสี่เหลิ่งเอาแต่บอกว่าหนึ่งครรภ์คลอดสามคนก็ดี เพราะว่าเป็นการแก้ไขเรื่องราวทั้งหมดได้ในครั้งเดียว แต่พอหลังจากที่หยู่เหวินหลิงต้องทรมานจากการตั้งครรภ์ เขาก็เปลี่ยนความคิด คนเดียวก็พอ ความเสี่ยงจะได้ไม่สูงนัก
หลังจากหยวนชิงหลิงตรวจร่างกายแล้ว ก็มีแค่คนเดียวจริงๆ ท่านชายสี่เหลิ่งรู้สึกโล่งใจมาก
เท้าทั้งสองข้างของหยู่เหวินหลิงบวมเบ่งอย่างร้ายกาจ เดินลำบากมาก และอ้วนเป็นอย่างยิ่ง หลักๆคือความผิดของท่านชายสี่เหลิ่ง หลังจากหยู่เหวินหลิงตั้งครรภ์และผ่านช่วงแพ้ท้องไปแล้ว ก็กินจุมาก หยวนชิงหลิงได้เคยกำชับไว้แล้วว่าต้องกินให้น้อยแต่กินบ่อยๆ แต่หยู่เหวินหลิงควบคุมไม่ได้ ได้แต่ร้องว่าหิวอยู่ตลอดเวลา ท่านชายที่สี่เหลิ่งที่มีสติสัมปชัญญะมาตลอดสงสารภรรยา ก็เริ่มไม่มีสติเสียแล้ว ทำของกินอร่อยต่างๆนานาให้นางกิน ทุกครั้งเขาจะเป็นคนบอกว่ากินอีกมื้อหนึ่ง มื้อหน้ากินให้น้อยหน่อย ผลปรากฏว่าก็กินมากทุกมื้อ ตอนที่หยวนชิงหลิงมาตรวจร่างกาย เขาก็ให้คนปิดบังเอาไว้ บอกว่ากินน้อยลงจริงๆ
จนกระทั่งช่วงหลังที่น้ำหนักเกินเกณฑ์ไปมากแล้ว ตอนที่หยวนชิงหลิงบอกว่าลูกตัวใหญ่เกินไปจะทำให้คลอดลำบาก ท่านชายสี่เหลิ่งจึงเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา แต่ว่ากระเพาะขององค์หญิงถูกเลี้ยงจนใหญ่แล้ว จะให้อดอาหารเป็นเรื่องที่ลำบากมาก
วันที่สองของปีใหม่ หยวนชิงหลิงนั้นมาทำการตรวจร่างกายให้โดยเฉพาะ เกรงว่าอาหารในช่วงปีใหม่จะอุดมสมบูรณ์มากเกินไป บรรยากาศก็ดี ท่านชายสี่เหลิ่งไม่มีสติให้นางกินมากเกินไป
พอมาถึงจวนเหลิ่งและทำการสอบถาม ก็กินมากเกินไปจริงๆด้วย และยังกินจนอาเจียนอีกด้วย
หยวนชิงหลิงกล่าวโทษท่านชายสี่เหลิ่งเป็นคนแรก ครั้งนี้ท่านชายสี่เหลิ่งนั้นบริสุทธิ์จริงๆ หยู่เหวินหลิงอาเจียน เขาก็ร้อนใจจะแย่ เพราะว่าครั้งนี้หยู่เหวินหลิงแอบขโมยกินเอง โดยที่เขาไม่รู้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัลลังก์หมอยาเซียน
OMG ไม่คิดว่าจะอ่านจบ 2105 หน้าสุดปัง เรื่องสนุกมาก ดำเนินเรื่องได้น่าติดตาม มีความเรียลจนบางตอนมีน้ำตาซึมตามเพีาะความประทับใจ สนุกมากจริงๆทอยากให้มีภาคลูกไปบ้าง...
กลับมาอ่านอีกครั้ง สนุกจริง...
สนุกมากค่ะ มีต่อไหมคะ...
สองขาของหยู่เหวินเห้าก็คดงอคุกเข่าลงอย่างช่วยไม่ได้ เอ่ยอย่างไม่เต็มใจเลยสักนิดว่า “ลูกยินดียอมรับโทษทัณฑ์ที่เหลือของเสด็จพ่อ ชอบข้อความบทนี้ตลกดีคะพระเอก ตอน 394...
1...
1...
เพิ่งอ่านได้ 2ร้อยกว่าหน้า สนุกน่าติดตามมาก แต่ทั้งเรื่องมี2พันกว่าหน้า ทำไงจะอ่านจบ...
ขอบคุณผู้แต่ง และ novelones มากๆค่ะ ดีที่สุด อ่านรอบที่ 4 แล้วก็ยังสนุกครบรส ❤️...
เรื่องนี้ถือว่าสมบูรณ์มากสนุกต้นถึงจบ อยากให้เป็นซีรี่ย์...
สนุก ตลกดี เนื้อเรื่องชวนติดตามแต่คำผิดเยอะไปหน่อยค่ะ...