“นี่จะใช่วิญญาณสิงในร่างใหม่ได้อย่างไร?”
นี่แตกต่างจากธรรมชาติที่นางพูดถึงอย่างนะ?
“จะไม่ใช่วิญญาณสิงในร่างใหม่ได้อย่างไร? ยืมร่างกายคนอื่น วิญญาณเป็นของเจ้าเอง ไม่น่าแปลกใจที่ข้าบอกว่าเจ้าดูน่าเกลียดมาก ที่แท้ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเจ้า วิญญาณน่าสนใจจริงๆ”หยู่เหวินเห้า เหมือนยกภูเขาออกจากอก ไม่ใช่ปีศาจน้อยอะไรก็พอแล้ว วิญญาณสิงในร่างใหม่ ยังไงวิญญาณก็สิงอยู่ในร่าง ไม่เดินออกมา
หยวนชิงหลิงอึ้งขึ้นมาในทันใด ถูกวงจรสมองของเขาทำให้ตนเองค่อนข้างอึ้ง เขาพูดเช่นนี้ ก็ดูเหมือนจะถูกอยู่
หยู่เหวินเห้าถามขึ้นว่า “เจ้าพูดว่าเดิมเจ้าเป็นดุษฎีบัณฑิตคนหนึ่ง? เป็นคนขายน้ำชาหรือคนขายเหล้า?”(คำที่เรียกคนขายน้ำชากับคนขายเหล้ากับดุษฎีบัณฑิต/ด็อกเตอร์ออกเสียงเหมือนกันในภาษาจีน)
หยวนชิงหลิงกระตุกมุมปาก พร้อมพูดขึ้นว่า “ดุษฎีบัณฑิต ไม่ใช่คนขายน้ำชาหรือคนขายเหล้าเสมอไปมั่ง? ตามที่ข้ารู้มา ในรัชสมัยของเราก็มีนักวิชาการระดับดุษฎีบัณฑิต”
“แต่ล้วนเป็นผู้ชาย เจ้า....” หยู่เหวินเห้ามองดูนางอย่างตื่นตกตะลึง พร้อมพูดขึ้นว่า “พระเจ้า เจ้าไม่ใช่ผู้ชายใช่ไหม? ข้าก็ว่าแหละ เจ้ารู้มากมายขนาดนั้น ดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์ คุยกับหวางเจียงเกี่ยวกับจุดบอดบนดวงอาทิตย์มาตลอด....”
หยวนชิงหลิงมองดูเขาอย่างทุกข์ใจ พร้อมพูดขึ้นว่า “เจ้าเคยพูด ไม่ว่าข้าจะกลายเป็นยังไง เจ้าก็จะรักข้า ข้ากลายเป็นผู้ชาย เจ้าก็จะไม่รักข้าแล้วหรือ?”
“ไม่น่าขำ”หยู่เหวินเห้ามองดูนางอย่างจริงจัง แต่เป็นท่าทีที่เหมือนจะเป็นลมไปแล้ว
หยวนชิงหลิงหัวเราะ พร้อมพูดขึ้นว่า “ข้าไม่ใช่ผู้ชาย เป็นหญิงที่สับเปลี่ยนมา ส่วนสถานะดุษฎีบัณฑิตอะไรนั่น ก็ไม่ต้องคิดมากแล้ว เจ้าก็คิดเสียว่าข้าเป็นหมอคนหนึ่ง พร้อมทั้งพอรู้เรื่องดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์อยู่บ้างก็พอ”
หยู่เหวินเห้าสูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมพูดขึ้นว่า “ความสามารถในการยอมรับความจริง เกือบถูกเจ้าทำให้ตกใจแทบตาย”
“เจ้าคิดไปเองเรื่อยเปื่อยคนเดียวต่างหาก” หยวนชิงหลิงพูดขึ้นอย่างคับข้องใจว่า “แต่หากสมมุติว่า เดิมข้าเป็นผู้ชายจริงๆ เจ้าจะทำอย่างไร?”
หยู่เหวินเห้ามองดูนาง พร้อมพูดขึ้นว่า “ไม่สามารถนึกภาพได้”
“ก็นึกภาพดูหน่อยสิ”
หยู่เหวินเห้าก้มหน้าก้มตาลง พร้อมพูดขึ้นว่า “งั้นก็ตบเจ้าติดผนัง ขุดออกมาแล้วก็ตบอีกที”
“โหดเหี้ยมขนาดนั้นเชียว?”
“หากเจ้าเป็นผู้ชาย เรื่องนี้สำหรับข้าก็ถือว่าโหดเหี้ยมเหมือนกัน”หัวใจหยู่เหวินเห้ายังเต้นตึกตัก ตื่นตกใจอย่างมาก
เขาคิดถึงคำพูดตั้งแต่แรก จึงถามขึ้นว่า “เจ้าพูดว่า พวกขนมหวานจะมีความผิดปกติอย่างไร เป็นความผิดปกติอะไรกันแน่?”
หยวนชิงหลิงเก็บอาการ พร้อมพูดขึ้นว่า “ที่จริงข้าก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เพราะร่างกายในตอนนี้ไม่ใช่ร่างกายเดิมของข้า ยาที่ข้าฉีดเข้าร่างกายตามหลักแล้วไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อร่างกายนี้ นอกเสียจากยาของข้าสามารถควบคุมระบบประสาทได้ เกิดการถ่ายทอดพันธุกรรมทางระบบประสาท แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ สิ่งนี้ไม่น่าที่จะเป็นไปได้ แต่ความจริงแล้ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกขนมหวานในตอนนี้ก็เป็นเช่นนี้ พวกเขาจะฉลาดกว่าคนทั่วไป มีพลังมากกว่าไปบ้าง.... ประมาณนี้”
ยังไงรายละเอียดนางก็ยังไม่รู้ พวกขนมหวานเป็นสิ่งล้ำค่าสามอย่าง จะต้องค่อยๆสืบค้น ถึงจะรู้ว่าอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
หยู่เหวินเห้าพยายามใช้ความคิดของตนเอง เพื่อทำความเข้าใจในคำพูดของเขา แล้วพูดขึ้นว่า “เจ้าเป็นวิญญาณสิงในร่างใหม่ ก่อนที่วิญญาณจะสิงในร่างใหม่ เจ้าเป็นดุษฎีบัณฑิต ดุษฎีบัณฑิตตายแล้วแต่วิญญาณค่อนข้างเก่งกว่าวิญญาณทั่วไป มีพลังวิเศษต่างๆ จากนั้นวิญญาณสิงในร่างใหม่ของหยวนชิงหลิง พลังวิญญาณไม่ได้จางหาย ถูกพวกขนมหวานสืบทอด ทำให้พวกขนมหวานมีความสามารถมากกว่าคนปกติทั่วไป หมายความเช่นนี้ใช่ไหม?”
หยวนชิงหลิงอึ้งไปเนิ่นนาน พยักหัวอย่างยากลำบากว่า “น่าจะ....ประมาณนี้”
“ก็คือพวกขนมหวานมีพลังผี” เขาถามขึ้นอีกครั้ง
“นี่ไม่ใช่พลังผี”
หยู่เหวินเห้าโบกมือ พร้อมพูดขึ้นว่า “ไม่ ข้าคิดว่าคือพลังผี มาพร้อมกับวิญญาณของเจ้า ไม่ใช่พลังผีแล้วคืออะไร?”
หยวนชิงหลิงฟังเช่นนี้แล้ว ก็ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร
แต่ก็ยังพูดอธิบายว่า “การควบคุมคลื่นสมอง นี่เป็นเรื่องของความคิด”
“ความคิดก็ไม่ใช่พลังอย่างหนึ่งหรือ? เมื่อก่อนเจ้าอาวาสเคยพูดว่า ผีก็คือพลังอย่างหนึ่ง ความสามารถอย่างหนึ่ง”หยู่เหวินเห้าพูดขึ้นอย่างมีความรู้
ทั้งสองคนมองสบตากัน ต่างก็สงบมาก
แต่หยวนชิงหลิงค่อนข้างไม่พอใจ นางคิดว่านางพูดเรื่องพวกนี้ออกมา สำหรับหยู่เหวินเห้า น่าจะเป็นข่าวที่ร้ายแรงอย่างมาก แต่เขากลับเชื่อเสียแบบนี้และสามารถยอมรับได้ ทำให้นางรู้สึกผิดหวังอย่างพูดไม่ออก อย่างน้อยก็ควรที่จะถามอะไรบ้าง แบบนั้นนางจะได้พูดถึงเรื่องของตนเองมากกว่านี้
ตอนนี้คนอื่นไม่ถาม ตนเองจะพูดเองอยู่ฝ่ายเดียวก็ดูไม่ดี
หยู่เหวินเห้าจู่ๆก็มองดูนางพร้อมพูดขึ้นว่า “ข้าอยากถามว่า......”
หยู่เหวินเห้าลังเลสักพัก พร้อมพูดขึ้นว่า “เอ่อ....ก็คือตอนที่จิ้งถิงมา ให้เขามาอยู่ในจวนของเราดีไหม? แบบนี้ใกล้หน่อย ข้าจะได้ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมา”
หยวนชิงหลิงหน้าดุขึ้นมา
“ไม่ให้?” หยู่เหวินเห้าผิดหวังอย่างมาก พร้อมพูดขึ้นว่า “งั้นก็พักโรงเตี๊ยม ข้าย้ายไปอยู่กับเขาไม่กี่วัน จะได้พาเขาไปเดินเที่ยวรอบๆเมืองหลวง”
“ไสหัวไป”หยวนชิงหลิงลุกขึ้นมาอย่างโมหู นางพูดถึงหลังจากที่ตนข้ามภพมาถึงที่นี่อย่างเป็นความลับที่สุด เขากลับคิดถึงแต่เรื่องที่เพื่อนที่ดีจะมา ไม่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญเลยสักนิด
ตลอดปีมานี้ นางเฝ้าระวังผู้หญิงพวกนั้นมาตลอด ตอนนี้เลวร้ายยิ่งกว่า ยังต้องเฝ้าระวังเพื่อนชายที่สนิทของเขา
หยู่เหวินเห้าเท้าลอยกลิ้งออกไป หัวใจแทบจะบินไปถึงขอบฟ้าแล้ว ยังจะคิดถึงหยวนชิงหลิงเสียที่ไหน?
หยวนชิงหลิงมองดูท่าทีที่ไม่คิดอะไรมากของเขา ทั้งหัวใจเยือกเย็นไปแล้วจริงๆ
เห้อ ผู้ชาย
มีลูกชายให้กับเขาตั้งสามคน ยังเทียบไม่ได้กับเฉินจิ้งถิงที่อยู่แสนไกล

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัลลังก์หมอยาเซียน
OMG ไม่คิดว่าจะอ่านจบ 2105 หน้าสุดปัง เรื่องสนุกมาก ดำเนินเรื่องได้น่าติดตาม มีความเรียลจนบางตอนมีน้ำตาซึมตามเพีาะความประทับใจ สนุกมากจริงๆทอยากให้มีภาคลูกไปบ้าง...
กลับมาอ่านอีกครั้ง สนุกจริง...
สนุกมากค่ะ มีต่อไหมคะ...
สองขาของหยู่เหวินเห้าก็คดงอคุกเข่าลงอย่างช่วยไม่ได้ เอ่ยอย่างไม่เต็มใจเลยสักนิดว่า “ลูกยินดียอมรับโทษทัณฑ์ที่เหลือของเสด็จพ่อ ชอบข้อความบทนี้ตลกดีคะพระเอก ตอน 394...
1...
1...
เพิ่งอ่านได้ 2ร้อยกว่าหน้า สนุกน่าติดตามมาก แต่ทั้งเรื่องมี2พันกว่าหน้า ทำไงจะอ่านจบ...
ขอบคุณผู้แต่ง และ novelones มากๆค่ะ ดีที่สุด อ่านรอบที่ 4 แล้วก็ยังสนุกครบรส ❤️...
เรื่องนี้ถือว่าสมบูรณ์มากสนุกต้นถึงจบ อยากให้เป็นซีรี่ย์...
สนุก ตลกดี เนื้อเรื่องชวนติดตามแต่คำผิดเยอะไปหน่อยค่ะ...