เข้าสู่ระบบผ่าน

จอมศาสตราพลิกดารา นิยาย บท 510

คืนนั้นได้มีจดหมายลับสุดยอดมากมายส่งมาที่มือของหลี่มู่ ส่วน ใหญ่ล้วนเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแดนเซียนฉินหลิ่งที่ฝ่ายทหารทราบ นอกเหนือจากนี้ยังมีข้อมูลของผู้แข็งแกร่งแต่ละฝ่ายที่คอยจับจ้องอยู่ รอบๆ ฉินหลิ่งก่อนหน้า ตอนนี้ได้แย่งเข้าไปในแดนเซียนฉินหลิ่งก่อน แล้ว

ในนั้น รวมไปถึงพวกต่างชาติบางกลุ่ม

ถึงแม้ฝ่ายทหารในครั้งนี้จะให้ความสําคัญอย่างมากต่อแดนเซียน ฉินหลิ่ง แต่ร้อยความรอบคอบก็ยังมีหนึ่งความผิดพลาด ใครก็ไม่ทันคิด ว่าแผ่นดินไหวครั้งหนึ่งที่ยากจะเข้าใจ จะทําให้ผลการคาดคะเนการ เปิดของแดนเซียนที่ใช้วิธีการต่างๆ นาๆ จากฝ่ายทหารเกิดความ ผิดพลาดขึ้น ประกอบกับเขาฉินหลิ่งนี้มันใหญ่โตมากจริงๆ ต่อให้ฝ่าย ทหารคิดจะปิดล้อม ก็ยังไม่สามารถปฏิเสธคนด้านนอกได้ทั้งหมด

ไหนจะยังเรื่องที่ยอดฝีมือของแต่ละฝ่ายล้วนเก่งกล้าสามารถ ไม่ใช่ สิ่งที่ทหารธรรมดาจะไปทัดทานได้เลย

นี่จึงเป็นสาเหตุว่าเพราะอะไรตอนนี้ฝ่ายทหารจึงได้ให้ความสําคัญ กับขั้วอํานาจบู๊ลิ้มขนาดนี้ คิดอยากจะสร้างกองทหารยอดฝีมือบู๊ลิ้มที่มี

แรงเกาะตัวและพลังการรบออกมา จากนั้นจึงค่อยขยับขึ้นไปเรื่อยๆ ใช้ คําพูดที่นิยมกันในตอนนี้ ก็คือสร้างวีถีการอยู่ร่วมกันในบู๊ลิ้มที่ สมเหตุสมผลต่อวิทยาศาสตร์

ฝ่ายทหารหวังว่าหลี่มู่จะสามารถเป็นคนควบคุมการบุกเบิกแดน เซียนฉินหลิ่งในครั้งนี้ ดูแลเหล่าจอมยุทธ์ของประเทศจีนที่เข้าไปด้าน ใน พยายามหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตาย และคอยคุ้มกันโอกาสและ อุปกรณ์เทพไม่ให้ถูกพวกชาวต่างชาติขโมยไป

หลี่มู่ไม่ได้ปฏิเสธอ รับปากคําขอร้องนี้

ทั้งหมดล้วนดําเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนไม่วุ่นวาย

นับตั้งแต่ข่าวจากหน่วยหน้าส่งเข้ามา กองทหารในช่วงแรกก็ได้ส่ง คนออกไปอย่างเร่งด่วนเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์

และในคืนวันเดียวกัน ฝ่ายทหารได้แจ้งให้กับสํานักใหญ่ๆ ที่ได้มา เข้าร่วมงานชุมนุมบู๊ลิ้มแล้ว และเริ่มคัดเลือกรายชื่อสมาชิกที่จะเข้าสู่ แดนเซียนฉินหลิ่ง

เนื่องจากเข้าสู่แดนเซียน มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับโอกาสการ ฟื้ นฟูค่อนข้างมาก ดังนั้นเริ่มจากมุมของฝ่ายทหารก่อน เงื่อนไขที่ สําคัญที่สุดในการเลือก ไม่ใช่เรื่องปัญญาหรือพรสวรรค์อะไรเทือกนั้น

แต่เป็นเรื่องลําดับอุปนิสัยความประพฤติ ความซื่อตรงจงรักภักดีต่อ ประชาชนและประเทศชาติ

ทั้งลานประลองยุทธ์ได้เกิดคลื่นขนาดยักษ์พัดถาโถม

แดนเซียนเปิดแล้ว ใครบ้างที่ไม่อยากจะได้โอกาสเข้าไปกัน?

การโต้เถียงการแย่งชิงต่างๆ นาๆ ได้เริ่มปะทุร้อนแรงขึ้น

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสํานักที่ใหญ่ที่สุด และเป็นหนึ่งในสํานักที่มี ความสัมพันธ์การร่วมมือกับฝ่ายทหารมากที่สุดสํานักเทวินทร์จึงได้ รายชื่อไปไม่น้อย เจ้าสํานักลู่เฮ่าหราน ศิษย์รุ่นที่สองหกคน ศิษย์รุ่นที่ สามอย่างลู่ซุน ลู่เยี่ยนเอ๋อร์ก็ล้วนได้เข้าไป เรียกได้ว่าแน่นขนัดเลย ทีเดียว

เทียบกันแล้ว สํานักวิญญาณแท้ที่เป็นหนึ่งในเจ็ดสํานักศักดิ์สิทธิ์ นับรวมกันทั้งหมดกลับได้รายชื่อไปเพียงสามคนเท่านั้น เช่นเดียวกันกับ สํานักชมดารา เป็นสํานักจากเจ็ดสํานักศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับรายชื่อน้อย ที่สุด

“มีสิทธิอะไรกัน? เพราะอะไรพวกเราจึงมีเพียงแค่สามรายชื่อ นี่ มันไม่ยุติธรรม!”

เจ้าสํานักวิญญาณแท้หลิงเฮ่ออู่เดือดขึ้นทันที

‘กระบี่เทพเจ็ดดาว’ ตงฟางอวิ๋นเจ้าสํานักชมดารา ก็คํารามด้วย ความเดือดดาลเช่นเดียวกัน

จากการนําของพวกเขา สํานักบางส่วนที่ได้รายชื่อน้อยหรือกระทั่ง ไม่ได้รับรายชื่อเลย ก็เริ่มที่จะกระสับกระส่ายกันบ้างแล้ว ไม่ยินยอมกับ การจัดวางของฝ่ายทหาร

“พวกเราต้องการพบผู้นํากองทหาร”

“เอาคนที่พูดจามีน�าหนักออกมาพูด”

“มีสิทธิ์อะไรไม่ให้พวกเราไปกัน?”

“ชิ นี่มันมีแผนร้าย แผนร้ายของฝ่ายทหาร หลอกให้พวกเรามาที่นี่ จริงๆ แล้วก็เพื่อที่จะไม่ให้พวกเราเข้าไปแดนเซียนฉินหลิ่ง ไร้ยางอาย สิ้นดี”

มีบางคนเริ่มใส่ฟืนราดน�ามัน

ในบริเวณลานประลองยุทธ์ บรรยากาศค่อยๆ เริ่มควบคุม สถานการณ์ไว้ไม่อยู่

ตอนนี้เอง ขบวนรถทหารที่ฝ่ายทหารจัดสรรไว้ ได้ขับเข้ามาสู่โรง ฝึกยุทธ์

คนจากสํานักใหญ่ต่างๆ ที่ได้ถูกเลือกก่อนหน้า ได้ขึ้นไปบนรถ ตามที่ฝ่ายทหารจัดวางไว้ และเดินทางไปยังสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดด้วย ขบวนรถทหาร จากนั้นโดยสารนั่งรถไฟเที่ยวพิเศษชั่วคราวขบวนหนึ่ง ตรงไปยังเมืองเป่าจี แล้วจึงตรงเข้าสู่ฉินหลิ่ง

นี่คือเส้นทาง

ทหารชั้นเยี่ยมที่แบกปืนใส่กระสุนจริงได้ล้อมรอบลานประลอง ยุทธ์นี้เอาไว้ แบ่งกั้นทางออกของพื้นที่ เพื่อยืนยันฝั่ งของคนที่ถูกเลือก ฝ่ายทหารแสดงออกถึงความแข็งกร้าวถึงที่สุด แสดงท่าทีไม่ยอมออก มาถึงที่สุด

เหตุผลง่ายมาก

รายชื่อเข้าสู่ฉินหลิ่งเหล่านี้ ร้อยละเก้าสิบล้วนมีหลี่มู่เป็นคนเลือก

ในสิบกว่าวันมานี้ คนทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การสังเกตของหลี่มู่ คนไหนที่ได้เรื่องคนไหนเลวทรามต�าช้า เขานั้นรู้ชัดเจนอยู่ในใจ รายชื่อ ที่เหลืออีกหนึ่งส่วนสิบนั้นเอาไว้สําหรับทางหนีทีไล่ของฝ่ายทหาร จึงได้ ออกมาเช่นนี้

เหล่าศิษย์อย่างลู่ซุน ลูเยี่ยนเอ๋อร์เดินตามคนของสํานักเทวินทร์ ตรงไปยังถนนที่รถขอฝ่ายทหารมาจอดรอไว้ ได้มองเห็น ‘คนจากสาย เดียวกัน’ รวมตัวออเป็นกลุ่มใหญ่อยู่ทั้งสองด้านของถนน

ขณะที่พวกเขาเห็นสีหน้าโกรธแค้น กระสับกระส่าย ใบหน้าบิด เบี้ยว ก็พบว่าในนั้นเต็มไปด้วยเจ้าสํานักและผู้อาวุโสบางส่วนที่มี ชื่อเสียงมายาวนาน ทว่ากลับไม่ได้รับเลือกให้เข้าสู่แดนเซียน เมื่อเทียบ กันแล้วก็รู้สึกได้ว่าพวกของตนเองนั้นโชคดีขนาดไหน ที่ได้รับการ ยอมรับจากฝ่ายทหาร

“เอ๋?” ลู่เยี่ยนเอ๋อร์ใช้มือสะกิดลู่ซุนที่อยู่ข้างๆ อย่างกะทันหัน เอ่ย ว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ พี่ดูสิ เพื่อนใหม่ของพี่ก็อยู่ด้วย”

ลู่ซุนใช้สายตามองตามลู่เยี่ยนเอ๋อร์ไป ก็พบว่านายทหารโง่ที่ ตนเองประมือด้วยสองครั้ง นั่งอยู่บนรถคันด้านหน้านี่แล้ว เห็นได้ชัดว่า เขาก็ได้รับรายชื่อให้เข้าไปยังแดนเซียนฉินหลิ่งด้วยเช่นกัน

นี่ทําเอาลู่ซุนรู้สึกเกินคาดเอามากๆ

หรือว่านายทหารคนนี้ไม่ใช่ฝ่ายคุ้มกันหรือฝ่ายแนวหลังของลาน ประลองยุทธ์นี่ แต่ก็เป็นคนในบู๊ลิ้มด้วยเช่นกัน?

ไม่ถูกสิ

และตอนนี้ เซี่ยวตงที่นั่งอยู่บนรถทหารก็มองเห็นพวกของลู่ซุน แล้วเช่นกัน โบกมือทักทายด้วยจิตใต้สํานึก

ลู่ซุนริมฝีปากสั่นกระตุกทําเป็นเหมือนมองไม่เห็น

ลู่เยี่ยนเอ๋อร์กลับหัวเราะคิกคักโบกมือตอบ

ไม่คิดว่าตอนที่จัดแบ่งรถกัน คนจากสํานักเทวินทร์ก็ได้ถูกแบ่งให้ มาขึ้นบนรถที่เซี่ยวตงนั่งอยู่ด้วย ครู่ต่อมาลู่ซุนจึงทําเป็นมองไม่เห็น ไม่ได้แล้ว ทักทายเซี่ยวตงด้วยสีหน้าไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ…ใบหน้าเขา เมื่อตอนเย็นถูกเซี่ยวตงเล่นงานเสียจนห้อเลือด ตอนนี้ก็ยังไม่หายเลย

ลู่เยี่ยนเอ๋อร์กลับขึ้นไปนั่งข้างๆ เซี่ยวตงด้วยตนเอง มองเห็น ด้านข้างเขายังมีชายหนุ่มผมสั้นใส่ชุดกีฬาสีขาวยี่ห้อหลี่หนิง จึงถามขึ้น อย่างอยากรู้อยากเห็น “เพื่อนของเจ้าหรือ?”

เซี่ยวตงรีบร้อนสั่นศีรษะ ตอบว่า “อาจารย์ของข้าน่ะ”

“อาจารย์?” ลู่เยี่ยนเอ๋อร์ประหลาดใจ เอ่ยถามขึ้นว่า “ยังหนุ่มอยู่ เลย? พวกเจ้ามาจากสํานักไหนหรือ?”

เซี่ยวตงยังไม่ทันจะอ้าปาก ชายหนุ่มผมสั้นชุดกีฬาสีขาวก็หัน กลับมาตอบว่า “สํานักดาบเทพ”

ศิษย์สํานักเทวินทร์ที่อยู่อีกด้านเมื่อได้ยิน ก็เหมือนจะนึกไม่ออก

ในงานชุมนุมบู๊ลิ้มครั้งนี้ เหมือนจะไม่มีสํานักที่ชื่อสํานักดาบเทพนี่ นา?

ลู่เฮ่าหรานที่อยู่อีกด้านก็รู้สึกเกินคาดเช่นกัน

เขามองออกว่า นักรบหนุ่มที่ชื่อเซี่ยวตงคนนี้ น่าจะเป็นคนที่ประ มือกับลู่ซุนหลานชายของตนเองถึงสองครั้งจนผลแพ้หนึ่งชนะหนึ่งกัน ทั้งคู่คนนนั้น แต่ที่เขาสนใจยิ่งกว่าก็คือ ‘อาจารย์’ ของเซี่ยวตงคนนี้ สามารถใช้เวลาอันสั้นแค่ไม่กี่ชั่วโมง ชี้แนะให้เซี่ยวตงเล่นงานลู่ซุนเสีย จนจมูกเขียวหน้าบวม เขาคิดว่าจะเป็นยอดฝีมือบู๊ลิ้มที่ท่องเที่ยวไปทั่ว โลกมนุษย์เสียอีก ไม่คิดเลยว่าจะเป็นชายหนุ่มที่ดูเหมือนกับนักศึกษา คนหนึ่งเช่นนี้

บทที่ 510 พวกเจ้าไม่คู่ควร 1

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา