“ผมไม่ไปแล้ว ตอนนี้ยังไม่อยากพบคนเหล่านี้”
หลี่มู่ปฏิเสธการเชิญของฟ่านจู่อั๋ง ไม่เข้าร่วมงานที่เรียกว่า ‘งาน ชุมนุมเจ้าสํานัก’ ครั้งนี้
เขตแดนจิตดาบของเขาสามารถครอบคลุมลงมาในรัศมีหนึ่งร้อยลี้ ดังนั้นทั่วทั้งลานประลองยุทธ์ จริงๆ แล้วสําหรับเขามันง่ายเหมือนนับ นิ้วเลยทีเดียว พวกเจ้าสํานักน้อยใหญ่เหล่านั้น ยอดฝีมือจากบู๊ลิ้ม เขาก็ ตรวจสอบมาหมดแล้ว มีทั้งดีทั้งเลวปะกันไป จะไปพบหรือไม่พบก็ เหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้นหลี่มู่ตอนนี้ยังไม่อยากจะเปิดเผยฐานะของ ตนเอง เขาอยากจะคอยลอบสังเกตอีกสักพัก
แน่นอน พวกสื่อวิดิทัศน์ภาพศึกที่เขาฉีเหลียนที่งานด้าน ประชาสัมพันธ์ของประเทศเปิดเผยต่อสาธารณะก่อนหน้า ก็ได้ผ่าน การเห็นด้วยจากหลี่มู่แล้ว
วันนั้นที่เขาไปพบกับผู้นําระดับสูงหลายคนของประเทศ เนื้อหาที่ พูดคุยกันทําให้หลี่มู่ค่อนข้างรู้สึกซาบซึ้ง
เหล่าบุคคลที่ยืนอยู่ในระดับสูงสุดนี้ สิ่งที่พินิจพิจารณา สิ่งที่ถามสิ่ง ที่คิด ล้วนเป็นเพื่อประเทศชาติและประชาชนทั้งสิ้น พูดได้ว่าลงแรง ทั้งหมดและใช้หัวทั้งหมดที่มีเลยทีเดียว ราวกับว่าสิ่งที่หลี่มู่กังวลก่อน หน้าอย่างเรื่อง ‘จักรพรรดิฮั่นอู่สืบหาตัวคนเก่ง ดึงเอาเจียอี้ที่ ประจําการที่นอกเมืองกลับมา เจียอี้เป็นผู้มีความเก่งกล้าสามารถ แต่ น่าเสียดายที่พวกเขาคุยกันทั้งคืนจนหาวโงนเงน จักรพรรดิฮั่นอู่ดัน ไม่ได้หารือเรื่องวางแผนเพื่อประชาราษฎร์ แต่กลับคุยเรื่องความเชื่อไป แทน’ นั้นไม่เคยเกิดขึ้น สิ่งที่เหล่าผู้นําใหญ่โตนี้กังวล หนึ่งคือด้านนอก ทางช้างเผือก สองคือบนตัวประชาชน สามคือการใช้ชีวิตของ ประชาชน ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาขบคิดอย่างหนักทั้งสิ้น และไม่ได้ เชิญให้หลี่มู่ช่วยเหลือให้พวกเขามีอายุยืนยาวขึ้นอะไรทํานองนี้เลย
ในความเป็นจริง จากการที่ดาวโลกปรากฏพลังวิญญาณ ประเทศก็ ได้เริ่มเข้าควบคุมพลังของบู๊ลิ้มแล้ว การรวมกันของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวิขาเต๋ายังลึกซึ้งยิ่งกว่าที่คนทั่วไปจะจินตนาการได้ถึง และการบํารุงร่างกายของเหล่าผู้นําในประเทศก็ได้รับอานิสงค์จางเรื่อง นี้ไปด้วย ล้วนสุขภาพแข็งแรงกันอย่างมาก และรับประกันได้ถึงกําลัง วังชาที่เต็มอิ่มในการทํางานของพวกเขา
สําหรับความปรารถนาเรื่องพลัง มันเป็นสิ่งที่ฝังรากลึกในยีน มนุษย์อยู่แล้ว ใครก็ล้วนอยากจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน ทั้งนั้น
แต่ต่อให้มีพลังวิญญาณและวิชา ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถกลายเป็นผู้ แข็งแกร่งไร้เทียมทานได้ทุกคน ยังจําเป็นต้องมีจิตใจที่แน่วแน่ โอกาส ปัญญารวมไปถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม อายุที่เหมาะสม พบเข้ากับวิชาที่ เหมาะสม
โลกใบนี้ก็ไม่ได้ต้องการให้คนทั้งหมดกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง
การขึ้นมาเป็นผู้นําของประเทศๆ หนึ่งได้ ก็ถือว่าเป็นหัวกะทิผู้มี ความมุ่งมั่นและสติปัญญายอดเยี่ยมมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว เป็นคนที่รู้ เลือกรู้ละ ทําการเลือกออกมาอย่างปราดเปรื่องที่สุดได้
เหล่าผู้นําหลายคนที่หลี่มู่เห็นนี้ ไม่มีใครที่จะไล่ตามความทะยาน อยากต้องการเป็นผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานเลย แต่กลับใช้ทุกวิถีทางเพื่อ จะมอบความสุขให้กับประเทศชาติและประชาชน นี่เหมือนกับเป็นการ กินยาสงบใจให้กับหลี่มู่เลยทีเดียว
ภายในสิบกว่าวันนี้ หลี่มู่ได้ไปที่เขาคุนหลุนเพื่อหาเบาะแสของ ซินแสเฒ่าที่อาจจะทิ้งไว้
แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมาอย่างไม่ต้องสงสัย
ซินแสเฒ่าชัดเจนว่าไม่อยากจะให้ใครหาร่องรอยของตนเองเจอ
หลี่มู่ครุ่นคิด ในความคิดของซินแสเฒ่า ตนเองจะกลับมาในยี่สิบปี ให้หลัง ดังนั้นอาจจะไม่ได้ทิ้งเบาะแสอะไรไว้ตนเองไปตามหา หรือเบาะ แสะเหล่านี้อาจจะปรากฏขึ้นหลังจากผ่านไปยี่สิบปีแล้ว และหรือ อาจจะหลังจากผ่านไปยี่สิบปี ซินแสเฒ่าก็จะปรากฏตัวมาหาเอง….สรุป ก็คือ หลี่มู่ค่อยๆ ปล่อยวางที่จะหาตัวซินแสเฒ่าด้วยกําลังของตนเองไป แล้ว
เขาที่เห็นด้วยกับงานด้านประชาสัมพันธ์ของประเทศ ให้กระจาย ภาพบางส่วนของหนึ่งวันพันสังหารที่เขาฉีเหลียนเมื่อวันนั้นออกไป ก็ หวังว่าถ้าหากซินแสเฒ่าได้มาเห็น ก็จะรู้ว่าตนเองได้กลับมาล่วงหน้า แล้ว และอาจจะปรากฏตัวออกมาเอง?
หลี่มู่ละทิ้งความคิดที่จะออกค้นหาตัวซินแสเฒ่าแล้ว
ตอนนี้มีเพียงสามเรื่องที่เขาจะหันมาสนใจ
หนึ่งคือถ่ายทอดวิชาให้กับ ‘ตังกวยน้อย’ เซี่ยวตง
สองคือในงานชุมนุมบู๊ลิ้มที่กําลังจะเริ่มขึ้นนี้ จะทําการเลือกผู้นํา พันธมิตรบู๊ลิ้มขึ้น เขาหวังว่าจะสามารถหาต้นกล้าอ่อนที่เหมือนกับ เซี่ยวตงได้อีกบางส่วน แล้วนํามาชุบเลี้ยงฝึกสอนเสีย
สามคือแดนเซียนฉินหลิ่งที่กําลังจะเปิดออก
นี่เป็นเรื่องที่ทําให้หลี่มู่สนใจมากที่สุดเรื่องหนึ่ง
ในเขาฉินหลิ่งเกิดเหตุประหลาดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากดูจาก ประสบการณ์การปรากฏตัวของแดนเซียนภายในประเทศหลายครั้ง ก่อนหน้า จะรู้ว่าจริงๆ มันควรได้เวลาเปิดแล้ว แต่ไม่รู้เพราะอะไร จน ตอนนี้ก็ยังไม่มีเค้าลางที่จะเปิดออกปรากฏให้เห็น ส่วนเชิงเขาฉินหลิ่ง ด้านเหนือ พลังวิญญาณฟ้าดินเริ่มที่จะเพิ่มพูนสมบูรณ์ เข้มข้นมากกว่า สถานที่อื่น เห็นได้ชัดว่ามีแดนเซียนขนาดใหญ่เปิดออกแล้ว ยิ่งใหญ่กว่า การเปิดออกของแดนเซียนภายในประเทศหลายครั้งก่อนหน้าอยู่มาก ส่งผลให้สายตามากมายทั้งในและนอกประเทศจับจ้องมายังสถานที่ แห่งนี้ ให้ความสําคัญอย่างยิ่งยวด
เนื่องจากตอนที่สังหาร ‘อูฐทราย’ ‘ดาบโค้ง’ ได้พบกับร่องรอย ของสํานักชั่วร้ายนอกพิภพ ผู้บําเพ็ญสํานักชั่วร้ายนั่นน่าจะผ่านเข้ามา ในโลกผ่านแดนเซียน นี่ทําให้ในใจของหลี่มู่เกิดการคาดเดาขึ้น และ ต้องการที่จะเข้าไปในแดนเซียนเพื่อยืนยันด้วยตนเอง
…
…
คืนนั้น
การชุมนุมเจ้าสํานักครั้งที่หนึ่งเสร็จสิ้นลง ลู่เฮ่าหรานค่อนข้าง ผิดหวัง
การอภิปรายในงานชุมนุมเจ้าสํานักไม่ค่อยราบรื่นนัก ให้คนจากบู๊ ลิ้มที่ชื่นชอบต่อพลังยุทธ์มานั่งประชุมกันอย่างสุภาพเรียบร้อย มันก็ ต้องเกิดความวุ่นวายตามคาด ผลลัพธ์ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
นักประพันธ์ไม่ยอตัวว่าเป็นยอดนักประพันธ์ แต่จอมยุทธ์มักข่ม ท่านว่าตนเองเป็นยอดยุทธ์
ถ้าหากไม่ใช่เพราะมีฝ่ายทหารระดับสูงคอยควบคุม น่ากลัวว่าคง ได้ซัดกันนัวไปแล้ว
แน่นอนว่าสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุด ก็คือในงานชุมนุมเจ้าสํานักคืนนี้ ‘ผู้ อาวุโส’ คนนั้นไม่ได้ปรากฏตัวออกมา ทําให้คนที่คิดจะมายลโฉมบารมี ต้องผิดหวังไปตามๆ กัน
หลังการชุมนุม คนทั้งหมดเดินออกจากห้องประชุมที่หนึ่ง
“เหอๆ ผู้อาวุโสคนนี้ก็หน้าใหญ่โตไม่เบานะ ทหารระดับสูง บวก กับเจ้าสํานักใหญ่ๆ แห่งบู๊ลิ้มทั้งหมดอย่างพวกเราก็ยังเชิญมาไม่ได้” เจ้าสํานักวิญญาณแท้พูดขึ้นอย่างเคร่งขรึมเย็นชา นางอายุหกสิบปี ผม เผ้าดําสนิทราวน�าหมึก ดูแลผิวเป็นอย่างดี ดูแล้วรู้สึกถึงอาวุโสวัยเยาว์
อย่างไรอย่างนั้น ว่ากันว่าเพื่อที่จะรักษาความงาม นางถึงกับไปขอซื้อ เคล็ดลับมาหลายต่อหลายครั้ง เป็นคนจากบู๊ลิ้มที่มีชื่อว่ารักสวยรักงาม
“ถึงอย่างไรก็เป็นเทพเซียนน่ะนะ ไม่คลุกคลีกับโลกมนุษย์ มันก็ สมควรแล้วนี่” กู่เฉินเจ้าสํานักคีรีบรรพกาลเอ่ยขึ้น
หลิงเฮ่ออู่ฟังแล้วก็เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ในเมื่อเป็นเทพ เซียน แล้วทําไมจึงต้องมาสอดมือเรื่องทางโลกด้วย? หนึ่งวันพันสังหาร ที่เขาฉีเหลียน หลั่งเลือดหลั่งชีวิตไปตั้งเท่าไร? เพียงแค่เพื่อแสดง อํานาจของประเทศ แค่ขับไล่ก็พอแล้ว ทําไมต้องไล่ล่าสังหารเสียขนาด นี้?”
ในใจนาง มีความรู้สึกแค้นเคืองอยู่บ้าง

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา