วันที่สอง เยี่ยอู๋เหินมายังวิหารเซียนทะยานตั้งแต่เช้า
“ขอบคุณท่านมาก” นางเอ่ยกับหลี่มู่อย่างตั้งใจ
นี่เป็นการขอบคุณที่หลี่มู่ช่วยชีวิตนิรนาม รวมไปถึงการคอยดูแล คุณย่าเยี่ยก่อนที่นางจะออกจากด่าน
หลี่มู่ยิ้มๆ ตอบกลับว่า “ทําไมต้องเกรงใจขนาดนั้น ตอนแรกเจ้าก็ ไปช่วยข้าที่ยอดเขาโต๊ะอย่างไม่คิดชีวิตจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด เช่นกัน…ในบ้านเกิดของข้ามีประโยคหนึ่งว่าไว้ ใครดีด้วยจงดีตอบ ใคร ดีกับข้า ข้าก็จะดีกับเขากลับเช่นกัน”
ใบหน้าของเยี่ยอู่เหิน ปรากฏรอยยิ้มที่ยากจะได้เห็นขึ้น เจิดจ้าราว แสงฤดูใบไม้ผลิ
ชั่วครู่ เหล่าระดับสูงของภูเขาสู่ล้วนมารวมตัวกันที่วิหารเซียน ทะยาน
สีหน้าของเยี่ยอู๋เหิน ได้กลับไปเป็นเรียบสงบตามเดิมอีกครั้ง นําพา กลุ่มคนตรงไปยังคลังยุทธ์อําพรางที่หลี่ไป๋ทิ้งเอาไว้
หลังจากที่เปิดเส้นทางลับที่กระทั่งเจ้าสํานักสายใหญ่ก็ยังไม่รู้ออก บางส่วน ใจกลางยอดเขาไป๋ตี้ใต้สระบัวคราม ประตูคลังยุทธ์ขนาดใหญ่ ถูกอู่เยี่ยเหินใช้วิชาลับเปิดออก โลกมิติขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ค่อยๆ เปิด ออกต่อหน้าคนทุกคน ด้านในกองเต็มไปด้วยอัญมณี ชุดเกราะ อาวุธ และยังมีเงินทองล�าค่าของโลกทั่วไปอยู่ด้วย รวมไปถึงแผนการลับ ตําราลับแตกแยกอีกหลายสาย กองรวมกันเหมือนภูเขาอย่างไรอย่าง นั้น จนทําให้คนต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อมอง
เวลาเดียวกัน กลางอากาศยังมีเงาแสงเป็นสายๆ กําลังส่องแสง ระยิบระยับ เป็นเงาสะท้อนภาพวิถียุทธ์ของวิชาและกระบวนท่ายุทธ์ ต่างๆ มากๆมาย
ทุกคนล้วนรู้สึกลานตาไปหมด “พระเจ้า” “ข้าไม่เคยรู้เลยว่ามีสถานที่นี้อยู่ด้วย” “ไม่น่าเชื่อเลย”
ต่อให้เป็นพวกของจ้าวเขาราชันมังกรอย่างหลงอู่ นั่งแท่นอยู่ใน เมืองไป๋ตีมาหลายปีก็ยังไม่เคยรู้มาก่อน ว่าใต้ยอดเขาไป๋ตี้จะมีคลัง สมบัติเช่นนี้อยู่ด้วย
นั่งอยู่บนภูเขาสมบัติแท้ๆ แต่กลับไม่รู้ตัวเลย
“ถ้าเกิดเปิดคลังสมบัตินี้ไวกว่านี้ ภูเขาสู่ของพวกเราไยต้องไปกลัว เจ้าพวกเก้าสํานัก เราคงบดขยี้พวกเขาไปนานแล้ว” หลงอู่เอ่ยขึ้นอย่าง ตื่นเต้น
มีทรัพยากรมากมายเช่นนี้ อนาคตของภูเขาสู่สามารถเข้าสู่ยุคการ พัฒนาอย่างโจนทะยานแน่นอน
คุณชายเงาจันทร์ “ก็ไม่แน่ ถ้าหากคลังสมบัติถูกเปิดขึ้นมาก่อน หน้า น่ากลัวว่าพวกเรายังไม่ทันจะได้ใช้ คงจะถูกสํานักนอกพิภพบดขยี้ เสียก่อนแล้ว”
เยี่ยอู๋เหินพยักหน้า เอ่ยต่อว่า “ท้านจ้าวลัทธิเก่าแก่ก็พูดไว้เช่นนั้น ก่อนหน้าที่ท่านจะจากไป ภูเขาสู่แตกระแหงกระจัดกระจาย ไม่สามารถ ร่วมมือกันได้อย่างจริงใจ ถ้าหากข่าวของคลังสมบัติถูกเผยออกไป การ กระตุ้นให้สายต่างๆ เข้ามาแย่งชิงกันเองยังไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่เลวร้าย ที่สุด ถ้าหากข่าวแพร่ออกไปจนเก้าสํานักก็เข้ามาร่วมแย่งชิง พวกเรา คงรักษาคลังสมบัตินี้ไว้ไม่ได้แน่นอน”
เมื่อพูดเช่นนี้ เจ้าสํานักสายต่างๆ ล้วนใบหน้าร้อนฉ่ากันขึ้นมา
ก่อนหน้านี้ พวกเขาก็โต้เถียงช่วงชิงกันจริงๆ จนทําให้ภูเขาสู่ เหมือนเม็ดทรายที่กระจัดกระจายตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบ ภูเขาสู่ใน
วันวานน่าเกรงขามขนาดไหน แต่เมื่อเก้าสํานักมาอยู่ต่อหน้าภูเขาสู่ ก็ ทําได้เพียงตัวสั่นงันงกเท่านั้น ภายในถดถอยแต่ต้องรับมือกับแรงกดดัน ภายนอก ส่งผลให้ภูเขาสู่แย่ลงทุกวัน ครั้งนี้ถ้าไม่ใช่เพราะจ้าวลัทธิต้ วนสุ่ยหลิวมาออกหน้า น่ากลัวว่าภูเขาสู่คงได้กลายเป็นชื่อใน ประวัติศาสตร์ไปแล้ว และพวกเขาก็จะกลายเป็นคนผิดบาปแห่งภูเขาสู่ ไป
ในใจหลี่มู่เห็นพ้องกับความเห็นนี้
ครั้งนี้เพียงแค่มีการทะลักของปราณสมบัติบัวคราม ก็ยังดึงดูดเอา ความอยากครอบครองของเก้าสํานักและสํานักนอกพิภพ จินตนาการ ได้เลย ถ้าหากข่าวคราวคลังยุทธ์ของเซียนกระบี่บัวครามหลี่ไป๋หลุด ออกไป จะต้องดึงดูดเอาคลื่นลูกใหญ่เข้ามาเป็นแน่ ด้วยพลังของภูเขาสู่ ในปัจจุบันไม่มีทางป้องกันอยู่
เซียนกระบี่บัวครามหลี่ไป๋หกคํานี้ ในเขตดาราเทพวีรชนถือว่ามี พลังในการสยบและแรงดึงดูดเป็นอย่างมาก
หลี่มู่เดินเข้าไปในส่วนลึกของคลังยุทธ์
ปราณสมบัติบัวครามอันข้นหนาปะทะหน้าเข้ามา อากาศล้วนเปลี ย่นเป็นสีเขียวสด
“ปราณแห่งชีพจรดินถูกพ่นออกมาจากที่นี่”
เขาเดินเข้าไปถึงส่วนกลางของคลังยุทธ์ มองเห็นแท่นบูชาเก้าชั้น แท่นหนึ่ง ผิวหน้าและบนกําแพงของแท่นบูชา เต็มไปด้วยอักษรจีน ล้วนเป็นบทกวีของหลี่ไป๋
บทกลอนเหล่านี้ ทุกอักษรล้วนแฝงไว้ด้วยจิตกระบี่ของวิถีกระบี่บัว คราม แท่นบูชาจิตกระบี่เก้าชั้นนี้สูงประมาณสามจั้ง กดอัดอยู่ที่ใจกลาง ของคลังยุทธ์ และด้านใต้แท่นบูชาก็เป็นพื้นที่ที่ชีพจรดินรวมตัวกัน ปราณแห่งชีพจรดินที่ราวกับเป็นเสาแสงเขียวต้นหนึ่ง หลังจากแล่น ผ่านแท่นบูชาจิตกระบี่บัวครามได้ถูกกลั่นจนแปรสภาพเป็นปราณ สมบัติบัวคราม พุ่งตรงไปยังส่วนยอดของคลังยุทธ์ ผ่านค่ายกลและพุ่ง ขึ้นไปยังเมืองไป๋ตี้
พลังวิญญาณชีพจรดินใต้ภูเขาสู่อันยิ่งใหญ่ ทําเอาหลี่มู่รู้สึกตก ตะลึงเช่นกัน
ถูกจิตกระบี่บัวครามกดอัดเอาไว้กว่าหนึ่งร้อยปี ราวกับเป็นพลังที่ สะสมอยู่ใต้ภูเขาไฟนับร้อยปี ยิ่งใหญ่ทรงพลังถึงขีดสุด
นี่คือวิธีการของหลี่ไป๋
เช่นเดียวกับการปิดซ่อนของคลังยุทธ์ใต้พื้นดิน พลังแห่งชีพจรดิน ถูกกดทับอยู่ด้านล่างจนรวมตัวกัน หลังจากที่ภูเขาสู่รวมกันเป็นหนึ่ง แล้วจึงค่อยปลดปล่อยออกมา สร้างความผาสุกแก่ชาวภูเขาสู่ ไม่กี่เดือด
มานี้แท่นบูชาจิตกระบี่บัวครามแทบจะสะกดพลังแห่งชีพจรดินที่ รวมตัวกันเข้ามาไม่ไหวแล้ว ดังนั้นจึงมีสถานการณ์การพ่นทะลักของ ปราณสมบัติบัวครามเกิดขึ้น จนดึงดูดความสนใจของเก้าสํานัก
ปราณแห่งชีพจรดินที่ถูกบีบอยู่ใต้ดิน เวลานี้ได้ตกผลึกจน กลายเป็นอัญมณี
เพียงแค่ขุดมันออกมา จะพบว่าด้านในแฝงไว้ด้วยพลังวิญญาณ ศิษย์แห่งภูเขาสู่สามารถดูดซับได้ และรวดเร็วยิ่งกว่าการฝึกฝนแบบ ธรรมดาหลายเท่าตัว เพียงในระยะเวลาสั้นๆ ก็สามารถที่จะเพาะบ่มผู้ แข็งแกร่งขึ้นมาได้มากมาย
นี่คือโอกาสที่หลี่ไป๋ทิ้งไว้ให้ภูเขาสู่
พวกของหลงอู่เริ่มที่จะจัดระเบียบทรัพยากรต่างๆ ที่กระจัด กระจายอยู่ภายในคลังยุทธ์ ทําการลงทะเบียนเป็นเล่ม
หลี่มู่ใช้เนตรสวรรค์ ตรวจสอบทั่วทั้งคลังยุทธ์นี้อีกครั้ง และก็พบ กับเงื่อนงําบางส่วน
“จริงๆ ด้วย สิ่งที่หลี่ไป๋ทิ้งไว้ไม่ได้มีเพียงแค่นี้”
เขาค้นพบว่ายังมีค่ายกลกระบี่ที่อยู่ในสภาวะ ‘หลับลึก’ อยู่อีก มากมาย กระจัดกระจายอยู่ทั่วคลังยุทธ์ กระทั่งทะละออกไปทาง
กําแพงภูเขา ยื่นยาวออกไปหลายพันลี้ ครอบคลุมรัศมีภูเขาสู่กว่าพันลี้ เอาไว้ อักขระกระบี่แน่นขนัดซ่อนอยู่ในส่วนเล็กๆ ยอดเยี่ยมลึกลับไร้ เทียมทาน รวมกันเป็นหนึ่งกับตัวภูเขา
หลี่มู่แอบตกตะลึงทอดถอน
ถ้าหากไม่มีวิธีสอดแนมพิเศษแล้วล่ะก็ อย่าว่าแต่ขั้นทะลวงสวรรค์ เลย ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งขั้นสะพานเป็นตายหรือขั้นนักรบก็ไม่สามารถ ค้นพบการคงอยู่ของค่ายกลกระบี่นี้ได้
“ประหยัดวิธีกับเวลาของข้าไปได้มากเลย”



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา