สีหน้าของคุณชายสูงศักดิ์ ไม่ได้แตกต่างอะไรกับกินขี้ลงไปเลย
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ เขาแก้ตัวกลับมา “ที่นี่ไม่มีขี้ไม่ใช่หรือ?”
ติงอี้เมื่อได้ยินก็ไม่ตลกด้วยแล้ว “ตอนบอกว่ายผีเสื้อในบ่อขี้ก็บอก ไม่มีบ่อขี้ ตอนนี้บอกว่าจะกินขี้ก็ยังกล้าบอกว่าไม่มีขี้อีก เจ้าเชื่อไหมล่ะ ว่าข้าจะเอาออกมาให้ตอนนี้เลย”
พูดจบ สองมือของเขาก็จับเอวกางเกงทําท่าจะรูดลงมา
คุณชายสูงศักดิ์ตกใจสะดุ้งโหยง ร้อนรนขึ้นมาทันที “อย่ารังแกกัน ให้มากนัก เมื่อครู่ข้าบอกจะกินขี้ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะกินขี้อะไร แล้วก็ ไม่ได้บอกว่าจะกินอย่างไรด้วย เดี๋ยวข้ากลับไปกินคว้าขี้ไหมมากินก็ พอแล้วไม่ใช่หรือไร? คุณชายอย่างข้าเมื่อไรกันที่พูดแล้วไม่เป็นคําพูด”
ขี้ไหม ขี้ของตัวไหม เป็นยาจีนมีสรรถคุณบํารุงดวงตาบํารุงสมอง รักษาอาการเจ็บปวดได้
ติงอี้เดือดขึ้นมาแล้ว “เจ้าเล่นขี้โกงนี่นา คุณชายขี้ใช่ไหม? มิน่าเล่า ประเดี๋ยวก็บอกว่ายผีเสื้อในสระขี้เดี๋ยวก็พูดว่าจะกินขี้ เจ้านี่ไม่เนรคุณ ต่อชื่อของตนเองจริงๆ”
ผู้คนระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นอีกครั้ง
ฉายาคุณชายขี้ได้ติดตัวคุณชายวัยรุ่นผู้สูงศักดิ์ไปเสียแล้ว
ชั่วครู่ เจ้าของแผงในชุดคลุมดําโบกมีดหินครีบปลาด้วยความชํานิ ชํานาญ ท่าทีสง่างาม จัดการฝานเปลือกของหินต้นกําเนิดทั้งสองก้อน ออก จากนั้นหยิบเอาผลึกเซียนทองคําที่สกัดแยกออกมา จัดการปอก ผลึกทองคําปรับแต่งขนาดเล็กใหญ่กับรูปร่าง จากนั้นวางลงที่ด้านหน้า ของหลี่มู่
รอบด้านมีคนเริ่มขานราคาสูง คิดที่จะซื้อผลึกเซียนทองคํา
หลี่มู่ล้วนปฏิเสธ
เขาเก็บผลึกเซียนทองคํา จากนั้นได้ทําการเลือกหินต้นกําเนิดจาก ในกองต่อ
ตอนนี้เองผู้คนที่ล้อมรอบแผงได้มากขึ้นเรื่อยๆ
ข่าวเรื่องมีคนสกัดแยกเอาผลึกเซียนทองคําออกมาได้ แพร่กระจายไปทั่วตลาดนัด คนที่เข้ามาล้อมดูแผงร้านหินต้นกําเนิด มากขึ้นเรื่อยๆ จนแน่นขนัด
พวกพ่อค้าที่ขายของบางส่วน เมื่อเห็นว่าตนเองขายไม่ได้แล้ว จึง เก็บร้านของตนเองแล้วมาร่วมชมมหรสพด้วย
นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่เกิดขึ้นมาหลายสิบปีแล้ว
ในนั้นมีพ่อค้าที่คอยไปกดราคาเด็กชายที่มาขายสัตว์ตัวน้อยเมื่อ ครู่อยู่ด้วย ดวงตาวาวด้วยความอิจฉา จ้องเขม็งไปที่หลี่มู่ สายตา ร้อนแรงราวกับแมวป่ามองเห็นก้อนเนื้ออันโอชะ
หลี่มู่เข้าใจอย่างชัดเจนต่อสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ
แต่เขาก็ทําราวกับมองไม่เห็นอย่างนั้น ยังคงค้นหาในกองหินต้น กําเนิดต่อไป
สายตานับไม่ถ้วนล้วนรวมกันอยู่ที่สีหน้าของหลี่มู่และหินกําเนิด บนมือของเขา
คนทั้งหมดคิดว่าจะค้นพบอะไรจากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ เปลี่ยนไป
หลี่มู่เลือกอยู่อีกครู่หนึ่ง จึงได้ขมวดคิ้วขึ้น
เกิดอะไรขึ้น?
ยังคงหาเจ้าพลังมหัศจรรย์ครึ่งเป็นครึ่งตายที่ขานรับต่อ ‘วิชาต้น กําเนิด’ ไม่เจอเลย แฝงอยู่ในหินต้นกําเนิดก้อนไหนกันแน่นะ
ความรู้สึกนี้มันประหลาดมาก
ราวกับว่าพลังวูบนั้น มีชีวิตจิตสํานึกของตนเองก็มิปาน พอหลี่มู่ยิ่ง เข้าใกล้ ‘มัน’ ก็จงใจที่จะอําพรางตัวขึ้นมา
หลี่มู่สูดลมหายใจลึก
ไม่ไหวจริงๆ ทําได้เพียงแค่ใช้เนตรสวรรค์ตรวจสอบไปทีละก้อนๆ เท่านั้น
ถือว่าหากําไรไปด้วยก็แล้วกัน
ใช้ปราณแท้บริสุทธิ์กับเนตรสวรรค์มาพนันหิน ถือว่ามีโอกาสเก้า ในสิบ…ไม่สิ สิบในสิบเลยที่จะได้กําไรอย่างสบายๆ เป็นตัวเลือกดีที่สุดที่ จะพาชีวิตไปสู่ความร�ารวยแล้วจริงๆ
หลี่มู่เลือกต่อไป หยิบเอาหินต้นกําเนิดขนาดถังน�าขึ้นมาก้อนหนึ่ง ชั่งน�าหนักด้วยมือ ใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มพึงพอใจ เงยหน้าขึ้นมอง ไปยังเจ้าของแผงชุดดํา ถามว่า “เถ้าแก่ ก้อนนี้…”
“ผลึกเซียนสีเงินสามสิบเม็ด” เจ้าของแผงชุดดําเปิดราคาให้ เบ็ดเสร็จเรียบร้อย
ยังไม่ทันที่หลี่มู่จะได้พูดอะไร พ่อค้าร่างอ้วนเตี้ยข้างๆ คนหนึ่งได้ เอ่ยปากขึ้นว่า “เถ้าแก่ ข้าให้ผลึกเซียนสีเงินสามสิบเอ็ดเม็ดเลย หินต้น กําเนิดก้อนนี้ขายให้ข้าเถอะ”
นี่เป็นการชิงรุกก่อน
หลี่มู่มองไปยังพ่อค้าอ้วนเตี้ยคนนั้น
เมื่อครู่ที่ข้างแผงของเด็กชาย พ่อค้าที่บอกว่าจะสังหาร ‘เจ้าหัว เรียบ’ สัตว์ดาราเพื่อเอาหนังก็คือคนผู้นี้
ไม่ใช่คนที่ดีอะไรนัก
พ่อค้าอ้วนเตี้ยมองตอบสายตาของหลี่มู่ ยิ้มขึ้นอย่างนัยประท้วง เอ่ยขึ้นว่า “เด็กน้อย เจ้าก็ได้ไปไม่น้อยแล้ว ก้อนนี้ก็ยอมให้ข้าเถอะ อย่า โลภนัก ระวังกินมากไปจะย่อยไม่ไหว จนท้ายสุดก็ต้องอาเจียนออกมา”
ติงอี้ไม่ตลกขึ้นทันที “เจ้าหมายความว่าอะไร? เล่นขวางกันแบบนี้ เลยหรือ? อายบ้างไหมนั่น นี่เป็นสิ่งที่จ้าวลัทธิ…คุณชายของข้าเลือก ออกมาก่อนนะ รู้จักกฎมาก่อนมาหลังบ้างหรือเปล่าเนี่ย”
“ข้าทาสที่สายตาคับแคบไสหัวไปข้างๆ เลย ต่อหน้าหัวหน้าของ พวกเรา มีที่ให้เจ้าเสนอหน้ามาหรือ? ระวังชีวิตอันต�าต้อยของเจ้าไว้” องครักษ์ขั้นสามัญข้างกายพ่อค้าคนหนึ่ง จ้องมองมาทางติงอี้พร้อม ตําหนิอย่างไม่ไว้หน้า
ติงอี้เดือดดาลขึ้นทันที ตั้งท่าจะโต้กลับแต่หลี่มู่มาขวางเขาไว้
พ่อค้าอ้วนเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง “เด็กน้อยไร้เดียงสา เหลือเกิน มาก่อนมาหลัง? เหอๆ ในสนามการค้า ไม่มีมาก่อนมาหลัง หรอก ใครราคาสูงกว่าก็ได้ไป เข้าใจไหม?”
หลี่มู่ยิ้มขึ้นแล้ว “เจ้าแน่ใจว่าจะมาแข่งราคากับข้า?”
ต่อให้ไม่คิดการแกะห่อพัสดุที่เขาได้มาเมื่อตอนอยู่แผ่นดินใหญ่ เสินโจว ลําพังแค่ผลึกเซียนทองคําสองก้อนใหญ่เมื่อครู่ก็เพียงพอที่จะ กดดันคนในตลาดไปกว่าเก้าส่วนแล้วในด้านพลังแห่งทรัพย์สิน
หลังจากพ่อค้าอ้วนตะลึงไปครู่จนได้สติกลับมา สีหน้าไม่ค่อยเป็น ธรรมชาติ ในดวงตามีประกายคุกคามเข้มข้นเผยให้เห็น
ถ้าหากต้องทุ่มเงินจริงๆ ล่ะก็ ก็ไม่แน่ว่าจะทุบเจ้าเศรษฐีใหม่คนนี้ ลงได้
เขายิ้มเย็นชาเอ่ยเสียงต�า “เด็กน้อย อย่าหาเหาใส่หัวจะดีกว่า ต้นหญ้าที่พึ่งจะออกมาดูโลกอย่างเจ้า พลังบําเพ็ญขั้นแมลงที่ยังไม่ได้ แปรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งดวงดาราอย่างสมบูรณ์ แค่ข้าร่ายในใจ ก็เล่น งานจนตายได้นับสิบนับร้อยแล้ว”
คนบางส่วนรอบๆ สีหน้าที่จ้องมองที่หลี่มู่เริ่มรู้สึกเห็นใจ
หลี่มู่กลับไม่แม้แต่จะมองพ่อค้าอ้วน แต่มองไปยังเจ้าของแผงชุด ดํา ถามขึ้นว่า “เถ้าแภ่ว่าอย่างไรล่ะ?”
ภาพเช่นนี้ ดูแล้วยิ่งเหมือนกับการแสดงออกว่ายอมแพ้
…
…
“อะไรนะ? สกัดแยกเอาผลึกเซียนทองคําออกมาอีกสิบกว่าเม็ด?”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา