ดาบดี
เส้นดาบไหลลื่น งดงามดั่งละมั่งแขวนเขา เป็นธรรมชาติ ประหนึ่ง งานศิลปะที่งดงามสมบูรณ์แบบ ดั่งขนห่านป่าที่ยาวที่สุด สมบูรณ์แบบ ที่สุดอันนั้น ประกายสีแดงดําทอประกาย
ร่องกลางดาบทั้งสองด้านเส้นคมชัด เต็มไปด้วยความรู้สึกเหมาะ มือ ทอประกายแสงล�าลึกอันเป็นเอกลักษณ์ของอาวุธ ชวนให้คนขนลุก ขึ้นมาเสียเฉยๆ
เป็นดาบที่ดียิ่งนัก!
เป็นดาบที่ดีแน่นอน
หลี่มู่ตาวาววาบ ชอบดาบเล่มนี้ทันที
ตัวเขาเองเป็นนักดาบ ความชอบต่อดาบก็มีความปรารถนา ออกมาจากห้วงลึกของจิตใจเหมือนกับนักกระบี่ที่มีต่อดาบวิเศษ ทหาร ม้าที่มีต่อม้า นักรบขุนพลที่มีต่อชุดเกราะ นักเล่นหมากล้อมต่อกระดาน หมากล้อม ชายโอตาคุที่มีต่อแผ่นเอวี โอตาคุหญิงที่มีต่อหนุ่มสองมิติ
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือ ดาบเล่มนี้ยังไม่ได้ลับคม
พ่อค้าตัวเตี้ยเอ่ย “ดาบวิเศษเล่มนี้ชื่อว่า ‘ขอบฟ้าเพียงเอื้อม’ เป็น อาวุธระดับของวิเศษเต๋า เคยเป็นของจอมมารทายาทคนบาปที่สยบ เขตดาราเทพวีรชนคนหนึ่ง ภายหลังจอมมารทายาทคนบาปผู้นี้ถูก สํานักเซียนต่างๆ สังหาร ดาบเล่มนี้จึงได้ผลัดเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ ข้า เองบังเอิญได้มาจากสหายเก่า โรงยุติธรรมได้ตัดสิน มีใบรับรองว่าเป็น ของแท้แน่นอน ราคาจริงของมันเกินสองร้อยผลึกเซียนสีทองแน่นอน สหายน้อย โอกาสหายากยิ่งนัก เจ้าอย่าได้พลาดโอกาสเสียเล่า”
โรงยุติธรรมที่เขาว่าเป็นร้านค้าแฟรนไชน์ที่มีชื่อเป็นอย่างยิ่งใน แดนดาราจื่อเวย มีชื่อเสียงเป็นประกันหลายหมื่นปี วิจารณ์และพิสูจน์ ของล�าค่า สมบัติแปลกประหลาดต่างๆ ได้ ของที่ผ่านการพิสูจน์จาก ร้านนี้เก่าแก่ร้านนี้ รับประกันได้ว่าเป็นของจริงแท้แน่นอน ไม่มีทางเป็น ของปลอม พูดได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความน่าเชื่อถือ
ในเขตดาราเทพวีรชน โรงยุติธรรมล้วนมีสาขาย่อยบนดาวดวง ใหญ่ๆ คอยรับงานภารกิจต่างๆ ซื่อสัตย์จริงใจไม่หลอกแม้แต่เด็กหรือ คนแก่ ชื่อเสียงดีนัก
แน่นอน หลี่มู่ไม่รู้เรื่องพวกนี้
เขารู้แค่ว่าตัวเองชอบดาบเล่มนี้มาก
ดังนั้นหลี่มู่ไม่แม้แต่จะคิด พยักหน้าแล้วตอบไปทันที “ดี”
เขายื่นมือหยิบดาบเล่มนี้มาเลย
ความรู้สึกคล่องถนัดมือได้ดั่งใจอย่างไม่เคยมีมาก่อนแผ่มาตาม ด้ามดาบ
หลี่มู่รู้สึกว่าเหมือนดาบเล่มนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายทันที ทั้งยังเหมือนว่าก่อนหน้านี้ก็เคยถือดาบเล่มนี้เอาไว้หลายร้อยปี ใจสื่อถึง กันได้นานแล้ว
ความรู้สึกคนและดาบรวมเป็นหนึ่งแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เป็นตอนที่ใช้ดาบวัฏจักรก็ไม่มีความรู้สึกเช่นนี้
และก็ในเสี้ยวขณะที่หลี่มู่จับดาบสงครามปีกห่านป่าด้ามนี้ ตัวดาบ ก็สั่นสะท้านเล็กน้อย ส่งเสียงดั่งมังกรพยัคฆ์ เสียงของมันยินดีปรีดา เหมือนว่าดาบนี้มีจิตวิญญาณ กําลังร้องอย่างตื่นเต้นขานตอบรับหลี่มู่ อย่างนั้น
พ่อค้าอ้วนเตี้ยเห็นภาพฉากนี้ก็หน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย
ดาบเล่มนี้ได้รับการพิสูจน์จากโรงยุติธรรมแล้วจริงๆ เป็นดาบที่ เขาลอบวางแผนสหายสนิทสังหารช่วงชิงมา ราคาสองร้อยผลึกเซียนสี
ทองแน่นอน เดิมเขาคิดจะเก็งกําไร ปั่ นราคาแล้วค่อยขายทิ้ง ตอนนี้ เพื่อรวบรวมเงินจึงหยิบเอาออกมาก่อน
แต่ว่า เขาไม่ปวดใจแม้แต่น้อย
เพราะในใจของเขา หลี่มู่เป็นคนตายไปแล้ว
เขาไม่กลัวหลี่มู่จะหลอกเขาเลยสักนิด
เพราะเขาจ้องผลึกเซียนสีทองที่หลี่มู่สกัดออกมาพวกนั้นไว้ตั้งนาน แล้ว เขาตัดสินใจแล้วว่า แค่หลี่มู่ออกจากตําบลฉาบทอง ก็จะลงมือฆ่า ชิงสมบัติทันที
เรื่องแบบนี้เขาทํามานักต่อนักแล้ว เขาไม่ความกดดันในใจเลย แม้แต่น้อย
ตอนนี้หลี่มู่ได้ไปจากเขาเท่าไหร่ ถึงตอนนั้นเขาก็จะให้หลี่มู่คาย ออกมาเป็นเท่าตัว
ผลึกเซียนสีทองและเงินทั้งหมดในตัวเอาออกมารวมกัน รวมกับ ดาบสงครามปีกห่านป่า ‘ขอบฟ้า’ พ่อค้าอ้วนเตี้ยก็รวมสี่ร้อยผลึกเซียน สีทองจนครบ
“ช่วยสกัดหินที”
พ่อค้าอ้วนเตี้ยบอกกับเจ้าของแผงลอยชุดคลุมดํา
เจ้าของแผงลอยชุดคลุมดําพยักหน้า หยิบดาบหินทรงครีบปลา ออกมาอีกครั้ง แสงสีขาวฉายประกายวาบ ยกมือดาบตวัด เฉือนราชา หินต้นกําเนิดก้อนมหึมาก้อนนี้ออกไปหนึ่งชุ่น
ฉัวะ! เสียงเบาๆ ดังขึ้น หินต้นกําเนิดประมาณหนึ่งในสี่ร่วงลงพื้น รอบๆ ดังไปด้วยเสียงแตกตื่นฮือฮา
ที่รอยผ่า ขาวโพลนไปทั่ว ไม่มีประกายแสงแม้แต่น้อย เป็นหิน ธรรมดาโดยสิ้นเชิง ไม่มีผลึกเซียนอยู่แม้แต่น้อย แม้แต่ประกายสี ทองแดงก็มองไม่เห็น
“นี่…”
“พลาดแล้ว?” “หินไร้ประโยชน์!” “ไม่จริงน่า” เหล่าผู้ชมที่ล้อมมุงอึ้งไปในทันที
คนที่อึ้งยิ่งกว่าคือพ่อค้าอ้วนเตี้ย
เห็นชั้นหินขาวโพลนซีดๆ นั่น ใบหน้าอวบอ้วนเหมือนสุนัขพันธุ์ ชาเป่ยเขียวคล�าขึ้นทันที ใจก็เย็นวาบไปกว่าครึ่ง
“นี่มันเรื่องอะไรกัน” เขามองไปยังหลี่มู่ น�าเสียงซักไซ้
หลี่มู่เอ่ยด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “นี่เหลืออีกตั้งสามในสี่ส่วนไม่ใช่หรือ ไง?”
พ่อค้าอ้วนเตี้ยชะงัก
คนรอบๆ ได้ฟังก็ตั้งสติขึ้นได้เช่นกัน
ใช่แล้ว ราชาหินต้นกําเนิดก้อนใหญ่ขนาดนั้น ไม่มีทางเป็นผลึก เซียนสีทองไปเสียทั้งก้อนหรอก ไม่ต้องพูดว่าสามในสี่ส่วน ต่อให้เหลือ หนึ่งในสี่ส่วน ขอแค่สกัดผลึกเซียนสีทองได้ร้อยละห้าสิบจากหนึ่งในสี่ ส่วนที่เหลืออยู่ ราคาของมันอยู่เหนือสี่ร้อยผลึกเซียนสีทอง
“อ่า เป็นข้าที่วู่วาม สหายน้อยโปรดอภัย โปรดอภัย”
พ่อค้าอ้วนเตี้ยก็ใจเย็นลงมาอย่างรวดเร็ว เขามองไปยังราชาหิน ต้นกําเนิดสามในสี่ส่วนที่เหลือ ดวงตาฉายประกายละโมบร้อนผ่าว
ก็เห็นดาบหินทรงครีบปลาในมือของเจ้าของแผงลอยชุดคลุมดํา ส่องประกายฟุ่บๆ เฉือนทิ้งไปอีกหนึ่งในสี่ส่วน
สีขาวซีดโพลน
ก็ยังคงเป็นหินไร้ประโยชน์
“นี่…”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา