เข้าสู่ระบบผ่าน

จอมศาสตราพลิกดารา นิยาย บท 597

คนของวังประสานฟ้าค้นหาทั่วสารทิศ แต่ก็หาตัวของกัวอวี่ชิงและ จั่วชิงชิงทั้งสามคนไม่พบ ทําได้เพียงถอยกลับก่อนชั่วคราว เรื่องนี้ทํา เอาเฝิงเจิ้นผิดหวังอย่างมาก

“อาจารย์ ท่านวางใจเถิด สามคนนี้หนีออกจากเมืองพายุดารา ไม่ได้แน่นอน ต่อให้ต้องค้นจนพลิกแผ่นดินข้าก็จะหาพวกเขามาให้ท่าน ให้ได้” มู่ซุ่นเพื่อที่จะเอาอกเอาใจอาจารย์ พยายามทุ่มสุด ความสามารถ พาคนออกค้นหาต่อไป

เฝิงเจิ้นพยักหน้า

กัวอวี่ชิงทั้งสามคน ขณะที่ไล่ล่ากันก่อนหน้าก็เหมือนกับธนูแผ่ว ปลายแล้ว เมื่อไร้ซึ่งการป้องกัน พวกเขาก็หนีไปไหนไม่พ้น

“พาเขากลับ”

เฝิงเจิ้นออกคําสั่ง พาหลี่มู่ที่ถูกจับกุมกลับไปยังศาลาว่าการวัง ประสานฟ้าในเมืองพายุดาราเสียก่อน

สีฟ้าสว่างจ้า

วันใหม่มาถึง เพียงแต่เมฆดํายังคงลอยทมึนอยู่กลางอากาศ

อากาศหลังฝนกระหน�าแสนสดชื่น แต่มีความหนาวเหน็บ

หลี่มู่ถูกคุมตัวขึ้นเรือเหาะ

เมืองพายุดาราเป็นพื้นที่ของวังประสานฟ้า ทําการมากว่าพันปี ศาลาว่าการจึงดูหนักแน่นยิ่งกว่าหนักแน่น เป็นหมู่วังที่ลอยอยู่กลาง อากาศ ตั้งตระหง่านราวเทือกเขา พลังยิ่งใหญ่อลังการ ใต้หมู่วังเป็นผืน ป่าสวนสมุนไพร มีหญ้าสมุนไพรปลูกอยู่มากมาย เป็นสวนยาของวัง ประสานฟ้า และเป็นจุดรวมชีพจรดินอีกด้วย พลังวิญญาณซัดสาด เหมือนกระแสน�าขึ้นลง ภายใต้การโน้มนําของค่ายกลที่สร้างขึ้น โดยเฉพาะ แทบจะพูดได้ว่าเป็นดินแดนสวรรค์ระดับสูงที่สุดแห่งเมือง พายุดาราก็ว่าได้

เรือเหาะแหวกชั้นเมฆ

“พาเขาไปยังคุกสวรรค์โลหิตเหล็กเสียก่อน” เฝิงเจิ้นเอ่ยขึ้น

ยอดฝีมือระดับสูงสุดขั้นสามัญจากวังประสานฟ้าสี่คน คุมตัวหลี่มู่ เดินผ่านด่านและค่ายกล ท้ายสุดหลี่มู่ได้ถูกพามายังพระราชวังใต้ดิน แห่งหนึ่งใต้ศาลาว่าการ ถูกคุมเอาไว้ในคุกมืดแห่งหนึ่ง

เนื่องจากเป็นเฝิงเจิ้นลงมือปิดผนึกปราณแท้บําเพ็ญของหลี่มู่เอง กับมือ ประกอบกับยังมีโซ่ตรวนที่เอาไว้คุมขังผู้แข็งแกร่งขั้นนักรบ โดยเฉพาะอีก ดังนั้นคนของวังประสานฟ้าจึงวางใจ หลังจากที่คุมขังห ลี่มู่แล้วจึงออกมาทันที

ในคุกมืดสลัวอึมครึม มีสายลมมืดครึ้มไหลเวียนอยู่

บนกําแพงรอบด้านทั้งสี่ มีการวางค่ายกลพิเศษเอาไว้ ทําให้คุก สวรรค์โลหิตเหล็กนี้ไม่มีทางพัง

กลิ่นเน่าและกลิ่นคาวเลือดข้นหนักปนเปอยู่ด้วยกัน เสียดแทงจมูก อย่างมาก ไหลเวียนอยู่ทั่วคุก

หลี่มู่นั่งเงียบอยู่บนพื้นคุกอันชื้นแฉะ มองพิจารณารอบด้าน

ถึงแม้เขาจะถูกปิดผนึกปราณแท้เอาไว้ แต่พลังสายตายังคง แข็งแกร่ง ความมืดรอบด้านทั้งหมดล้วนมองเห็นได้อย่างชัดเจน กําแพงหินสี่ด้านของคุกนี้มีลายขรุขระ บนกําแพงด้านหนึ่งมีประตูคุก รั้วเหล็กสีดําขนาดคนลอดผ่านได้คนเดียวอยู่ และเช่นเดียวกับบน กําแพง แต่ละซี่ของรั้วเหล็กลงอักขระค่ายกลพิเศษเอาไว้ ยากต่อการ ทําลาย บนพื้นดินมีกองกระดูก บางส่วนยังมีรอยเลือด บางส่วนสัมผัส ได้ถึงความเก่าแก่มีอายุ เห็นได้ชัดว่าในช่วงหลายปีอันยาวนาน ชีวิตที่ ตายลงที่นี่มีจํานวนนับไม่ถ้วน

ลอดช่องซี่กรงเหล็กออกไปสามารถได้ยินเสียงแว่วดังมา เสียงกรีด ร้องแผ่วเบาเป็นระยะแทรกมากับเสียงลมหวีดหวิวลอยเข้ามาในคุกหิน

น่าจะเป็นเสียงกรีดร้องการถูกทรมานของนักโทษ

หลี่มู่ยืนขึ้น ทดลองขยับตัวดิ้นรนเล็กน้อย ก็สามารถดิ้นจนเจ้าสิ่งที่ ถูกเรียกว่าเครื่องพันธนาการผู้แข็งแกร่งขั้นนักรบจนมีร่องเล็กๆ เกิดขึ้น

เขายิ้ม

พลังบําเพ็ญอันน่ากลัวของผู้แข็งแกร่งขั้นนักรบล้วนมาจากปราณ แท้ พอถูกผนึกปราณแท้เข้า พลังกายเนื้อไม่สามารถที่จะดิ้นหลุดจาก พันธนาการนี้ได้ แต่สําหรับเขามันไม่เหมือนกัน ปราณแท้เป็นเพียงพลัง การรบส่วนหนึ่ง กระทั่งเป็นเพียงส่วนน้อย พลังก้นหีบอันแข็งแกร่งที่ แท้จริง ล้วนเป็นพลังจากกายเนื้อ ก่อนหน้าไม่ว่าจะปราณแท้ก่อน กําเนิดก็ดี หรือปราณแท้บริสุทธิ์อย่างตอนนี้ก็ดี บําเพ็ญมาก็เพื่อเพาะ บ่มกายเนื้อ รองลงมาจึงเป็นการขับเคลื่อนวิชาการรบ

ดังนั้นเครื่องพันธนาการประเภทนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่มู่ก็เป็น เหมือนกับพลาสติกกระดาษปะเท่านั้น

แต่ว่าหลี่มู่ยังไม่อยากจะรีบร้อนดิ้นหลุดจากเครื่องพันธนาการเพื่อ หนี

เขาคิดที่จะสังเกตอีกหน่อย

เพราะการถูกจับเป็นคือเรื่องที่เขาคาดการณ์เอาไว้ จึงจงใจถูกจับ ตัวมา

หลังจากที่ยืนยันแล้วว่าปราณกระบี่ของเฝิงเจิ้ง ‘หนึ่งกระบี่ไร้ โลหิต’ ทําอันตรายเขาไม่ได้ หลี่มู่จึงตัดสินใจแทรกเข้ามาด้านในศาลา ว่าการวังประสานฟ้าเพื่อเล่นใหญ่เสียหน่อย

ดังนั้น จําเป็นต้องค่อยๆ เฝ้ารอโอกาส

หลี่มู่นั่งขัดสมาธิอยู่ที่เดิม ทดสอบกระตุ้น ‘พลังก่อนกําเนิด’ ผลลัพธ์คือปราณแท้ถูกสกัดหยุดนิ่ง ไม่สามารถไหลเวียนได้ เห็นได้ชัด ว่าวิธีปิดผนึกผู้แข็งแกร่งขั้นนักรบ ก็ยังดูถูกไม่ได้ แต่ว่าหลี่มู่ก็ไม่ได้ ท้อแท้ ยังคงทดลองฝ่าด่านหลายต่อหลายครั้ง ลักษณะพิเศษของ ‘วิชา ก่อนกําเนิด’ เกิดความเด่นชัดขึ้น พลังเส้นบางๆ เริ่มสามารถ สั่นสะเทือนถึงมันได้

หากยังอยู่ในประสิทธิภาพเช่นนี้ต่อไป อย่างมากที่สุดคือสิบวัน หลี่มู่ก็จะสามารถทําลายการผนึกปราณแท้ลงได้อย่างสมบูรณ์

เขาไม่รีบ

ศึกใหญ่ก่อนหน้า เขานําเอาสมบัติ อุปกรณ์ทั้งหมดในตัวซ่อน เอาไว้ในทะเลความรู้สึก คนของวังประสานฟ้าล้วนคิดว่าถูกปราณ กระบี่ของ ‘หนึ่งกระบี่ไร้โลหิต’ เฝิงเจี้ยนระเบิดทิ้งไปหมดแล้ว ดังนั้นจึง ไม่ได้ถูกค้นตัวอะไรออกมา

อย่างมากอีกแค่สามวัน พอปราณแท้ฟื้ นฟูขึ้นมาบ้าง ก็สามารถใช้ ป้ายเครือข่ายเพื่อใช้งานเครือข่ายเซียน และสามารถส่งข่าวไปยังติงอี้ และภูตหมูศิษย์พี่สองได้

หลี่มู่เริ่มหลับตาลงเพาะบ่มพลัง ในใจวางแผนว่าต่อไปควรจะ สร้างแค้นอย่างไรต่อวังประสานฟ้า

ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม

เสียงฝีเท้าดังขึ้น “เจ้านี่ล่ะ ที่สังหารศิษย์พี่น้องเราไปมากมาย” “เจ้าบ้านี่ จะให้มันมีชีวิตที่สบายนักไม่ได้” เสียงพูดคุยดังขึ้น

ประตูกรงคุกหินถูกเปิดออก เงาหลายคนเดินเข้ามา นําหน้าโดยคนๆ หนึ่ง มู่ซุ่นนั่นเอง

มู่ซุ่นมองหลี่มู่ พูดได้ว่าเป็นการมองอย่างเคืองแค้น ตาแดงเถือก คืนนี้เดิมทีเขาสามารถจับเป็นกัวอวี่ชิงและจั่วชิงชิงมามอบเป็นของ กํานัลใหญ่แด่ ‘หนึ่งกระบี่ไร้โลหิต’ เฝิงเจิ้งอาจารย์ของเขาจนได้รับการ ชมเชย ประคองตําแหน่งของตนเองให้มั่นคงขึ้นได้ ใครจะไปคิด ว่าจะ ถูกเจ้าบ้าที่ไม่รู้โผล่ออกมาจากที่ไหนทําลายจนย่อยยับ จนถึงตอนนี้ก็ ยังหากัวอวี่ชิงทั้งสามคนนั้นไม่เจอ แผนทั้งหมดของเขาพังไม่มีชิ้นดี แล้วจะไม่แค้นเคืองได้อย่างไร?

“ชกมันหนักๆ” มู่ซุ่นยิ้มเย็นชา

เขามาถึงกลางคุก ก็เพื่อจะมาระบายกับหลี่มู่ ซัดเสียให้อับอาย ค่อยว่ากัน

ด้านหลังของเขามีศิษย์วังประสานฟ้าหลายคนติดตามมา ในมือถือ ด้วยกระบองแส้เหล็ก ยิ้มเหี้ยมเกรียม พุ่งตรงเข้ามาเพื่อจะกระหน�า ฟาดหลี่มู่

หลี่มู่ยกเท้าขึ้น

ผัวะ!

ดูท่าก่อนหน้าคงเป็นเพราะมีตนเองอยู่ คนผู้นี้จึงอดทนเอาไว้ รอ จนถูกคุมตัวเข้าไปในคุก หลังจากที่ตนเองออกมา เขาจึงใช้โอกาสนี้ สังหารแหกคุกออกมา

มู่ซุ่นเอ่ยขึ้น “แต่ว่า ตอนนี้สามารถคุมตัวเขาได้ใหม่อีกครั้ง เพียงแต่ในคุกสวรรค์โลหิตเหล็ก ไม่มีห้องอื่นที่จะกักขังคนผู้นี้ได้แล้ว” ในใจของเขาทั้งอัดอั้นอัปยศ ช่วงนี้ชนเข้ากับตอจริงๆ อะไรอะไรก็ไม่ ราบรื่น กระทั่งแค่ไประบายในคุก ผลลัพธ์ยังเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เกือบถูก อัดจนตายเสียอย่างนั้น

เฝิงเจิ้งเอ่ยขึ้น “เดิมทียังคิดว่าจะเตรียมการอีกหน่อย ในเมื่อเป็น เช่นนี้ก็ช่างเถอะ…เจ้าพาคนนําตัวเขามาที่ห้องโอสถของข้าเสีย”

มู่ซุ่นตะลึง “ห้องโอสถ?”

ส่งไปห้องโอสถทําไมกัน?

เฝิงเจิ้งเอ่ยตอบ “ร่างอมตะ อภินิหารจากสวรรค์ มีอยู่ในตํานานอัน แสนไกลโพ้น แต่ถ้าหากใช้วิชาโอสถลับหล่อหลอม แล้วสามารถได้รับ ‘ลูกกลอนเซียน’ ในตํานานมาล่ะก็…เจ้ารีบไปจัดการเสียเถอะ”

มู่ซุ่นรีบร้อนตอบรับ “รับทราบ” หันหลังออกไปจัดการตามสั่ง

ใบหน้าของเฝิงเจิ้ง มีรอยยิ้มแห่งความยินดีปรากฏขึ้น

สําหรับนักโทษที่จับมาได้โดยบังเอิญคนนี้ เขาเกิดความสนใจมาก ขึ้นทุกที

การแหกคุกออกมาได้ครั้งนี้ ก็ยิ่งทําให้เขาประหลาดใจขึ้นอีก

เขาเรียกศิษย์คนสนิทอีกคนหนึ่งเข้ามา มอบใบสั่งตัวยาที่รายเรียง กันนับร้อยชนิดใบหนึ่งพร้อมเอ่ยว่า “เจ้าไปเก็บเอามาจากสวนยาเสีย ถ้าหากเป็นตัวยาที่ไม่มีในสวน ก็ไปซื้อจากร้านยาใหญ่ในเมืองหรือทาง เครือข่ายเซียน ภายในสามวัน ไม่ว่าจะต้องจ่ายไปเท่าไร ก็จงเตรียมตัว ยาทั้งหมดให้พร้อม”

ศิษย์คนนั้นค่อนข้างรู้เรื่องวิชายาสมุนไพร เมื่อเห็นรายการก็สูด ปากลมเย็นเข้าทันที

ถ้าจะเตรียมตัวยาทั้งหมดในใบสั่งนี้ให้พร้อม ต้นหญ้าสมุนไพรเทพ ที่สวนยาวังประสานฟ้าเพาะเลี้ยงมาทั้งหมดในหลายปีนี้ น่ากลัวว่า จะต้องเก็บมาจนเหี้ยนแน่ แถมยังไม่พออีกด้วย ตัวยาอื่นๆ ที่ต้องซื้อ ทั้งหมด หากไม่มีผลึกเซียนทองคําจํานวนสามหลักก็ไม่มีทางซื้อมาได้ หมดเป็นแน่ นี่เท่ากับมูลค่ารวมภาษีหนึ่งปีของวังประสานฟ้าเมืองพายุ ดาราทั้งหมดบวกกับรายรับอื่นๆ เลยนะ

กรีดเลือดครั้งใหญ่เลยทีเดียว

แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะประวิงเวลา รีบร้อนออกไปจัดการ

“เกิดอะไรขึ้นกัน? จ้าวลัทธิทําอะไรอยู่ ทําไมยังไม่ติดต่อมาอีก?”

ติงอี้ร้อนรนอย่างกับมดในหม้อร้อนอยู่ในห้อง เดินไปเดินมา หลาย ชั่วยามไปแล้วที่เขาลองติดต่อกับหลี่มู่ แต่กลับไม่มีสัญญาณตอบกลับ นี่ ทําเขากังวลอย่างมาก เพราะเขารู้ว่าหลี่มู่คืนนี้ออกไปทําอะไร

ภูตหมูอีกด้าน สั่งอาหารมาโต๊ะใหญ่ กําลังนั่งสวาปาม

“ไม่เป็นไรหรอก เจ้าวางใจเถอะ เหอๆ คนดีมักตายเร็ว ส่วนคนเลว มักอยู่เป็นพันปี ด้วยนิสัยเจ้าลัทธิของเจ้า ข้าว่าคงอยู่ได้เป็นหมื่นๆ ปี

ไม่มีทางตายแน่…” ภูตหมูศิษย์พี่สองปากมันแผลบ เคี้ยวตุ้ยๆ กินเนื้อ ไปด้วย ดื่มสุราอึกใหญ่ไปได้

……………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา