หลี่มู่ชัก ‘กระบี่ราชามังกรทมิฬ’ ออกมาจากกําแพง เช็ดเลือดแล้ว เก็บลงไป จากนั้นก็เก็บเกราะเกล็ดมังกรทมิฬที่เสียหายไปแล้วบนพื้น เอาไว้
สองสิ่งนี้ล้วนเป็นของวิเศษระดับสมบัติวิญญาณ ราคาไม่ธรรมดา แน่อนว่าเขาไม่มีทางพลาด
‘กระบี่ไร้เลือด’ เฝิงเจิ้นกลายเป็นสายฝน มิติเก็บของในตัวเขาร่วง ลงบนพื้น หลี่มู่เก็บขึ้นมา ตรวจสอบอย่างละเอียด
“อืม ส่วนมากเป็นเคล็ดวิชา ยังมีของเล็กๆ น้อยๆ บางอย่าง ไม่มี ผลึกเซียนเท่าไหร่ ท่าทางก่อนหน้านี้เพื่อที่จะหลอมยา ตาแก่นี่คงจะ ละลายทรัพย์ที่มีทั้งหมดไปแล้วจริงๆ”
หลี่มู่ไม่เจอของที่มีค่าอะไรเป็นพิเศษในมิติเก็บของของเฝิงเจิ้น แต่ กลับเป็นตํารา จดหมาย ประสบการณ์การฝึกฝนบางอย่างมียิ่งมี ประโยชน์กว่าเล็กน้อย
เขาประเมินทั่วทั้งห้องหลอมยา
ของมีค่าข้างในเหมือนว่าจะถูกเขากินเข้าไปตั้งนานแล้ว
“ได้ผลเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่!”
หลี่มู่สัมผัสปราณแท้บริสุทธิ์ที่โหมบ่าดั่งแม่น�าในกายแปรเปลี่ยน เป็นพลังห้วงดาราแล้วโดยสมบูรณ์ ในทะเลจิตวิญญาณ สะพานเทพ ลอยฟ้ากว้างใหญ่นั่นพาดข้ามทะเลจิตวิญญาณดั่งสายรุ้งบนท้องฟ้าไป บนฝั่ ง
ปราณแท้ขั้นสามัญบริบูรณ์
บดขยี้กายเนื้อขั้นต�ากว่าโดยสมบูรณ์
หลี่มู่มีความรู้สึกเหมือนใต้หล้านี้ไร้พ่าย อยากจะตะโกนออกมา ดังๆ ว่า “ยังมีใครอีก?”
นับจากนี้ไป ในเขตดาราเทพวีรชน เขาไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ เรื่อง และแผนการมากมายสามารถเริ่มวางแผนได้แล้ว
“ติดต่อพร้อมกับ ‘สืบข่าว’ ก่อนดีกว่า ช่วงนี้ท่าทางเขาคงร้อนใจ แย่แล้ว”
หลี่มู่หยิบป้ายสื่อสารออกมาติดต่อติงอี้
รออยู่นานกว่าฝั่ งนั้นจะตอบกลับ เสียงของติงอี้ดังขึ้นอย่างดีใจเป็น ล้นพ้น “เจ้าสํานัก ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม ทําไมตอนนี้ถึงเพิ่งจะ…”
พูดได้แค่ครึ่งหนึ่ง เสียงของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นร้อนรนขึ้นมา “แย่แล้ว ตามมาอีกแล้ว…”
จากนั้นก็เป็นเสียงวิ่งหอบหายใจและเสียงลม
“เจ้าลัทธิ พวกเราหนีเอาชีวิตรอดอีกแล้ว หากท่านยังไม่ตายละก็ รีบหลบเข้าเถอะ มีเวลาก็ไปดูเครือข่ายเซียนสักหน่อย…ตอนนี้ท่านเป็น ศัตรูสาธารณะของเขตดาราเทพวีรชนไปแล้ว คนที่คิดอยากจะฆ่าท่าน ต่อแถวจากเขตดาวฝั่ งนี้ไปจนถึงฝั่ งโน้น…ศิษย์พี่รอง หนีเร็ว…”
สถานการณ์ทางนั้นเหมือนว่าจะเร่งร้อนมาก
หลี่มู่ได้ยินเสียงคํารามของศิษย์พี่รองอยู่รางๆ
ต่อมาสัญญาณเชื่อมต่อก็ขาดไป
หลี่มู่ขมวดคิ้ว
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
หรือเจ้าสองคนนี้ไม่ได้เติบโตอย่างถ่อมตัวในโรงเตี๊มหอเซียน ดัง เลยถูกเจอตัวเข้าอย่างนั้นรึ? ฟังแล้วเหมือนกําลังหนีเอาชีวิตรอด?
เขาค่อนข้างสงสัย
แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องอะไรพวกนี้ ช่วยคนก่อนสําคัญ กว่า
หลี่มู่กังวลว่าติงอี้และศิษย์พี่รองจะรับมือไม่ไหว จึงซัดหมัดเปิด ประตูห้องหลอมยาในหมัดเดียว ทหารยามที่เฝ้าอยู่ด้านนอกยังไม่ทัน ตั้งตัว ก็ถูกดาบบินฟันซ้ายขวาสังหารอยู่กับที่เดิม
……
“จับมันเอาไว้”
“ดูสิว่าพวกเจ้าจะหนีไปไหน” “เขี้ยวเล็บของหลี่มู่ จะปล่อยให้พวกมันหนีไปไม่ได้เด็ดขาด” เสียงตะโกนโกรธแค้นต่างๆ ดังมาจากรอบด้าน
ท่ามกลางท้องฟ้า ยังมีเรือเหาะบินอย่างรวดเร็ว สาดแสงลงมา จับ เป้าหมายเงาร่างที่วิ่งพุ่งหนีไปอย่างรวดเร็วในตรอกทั้งสองร่างไว้แน่น แล้วทําสัญลักษณ์เอาไว้
ทุกที่ต่างมีเงาคนทะลักมาดั่งมหาสมุทร
มู่ซุ่นยืนอยู่บนเรือเหาะ มองไปยังเงาร่างที่หนีหัวซุกหัวซุนทั้งสอง ร่างเบื้องล่าง มุมปากยกยิ้มเย็นอย่างได้ใจ
“เป็นพวกเขา อย่าปล่อยให้หนีไปได้แม้แต่คนเดียว” เขาตะโกน “หมูตัวนั้นคือเดรัจฉานที่เดรัจฉานหลี่มู่สกัดออกมาจากหินต้นกําเนิด แล้วก็ยังมีบ่าวรับใช้ของมันอีก…”
ข้างกายเขามีเงาร่างสิบกว่าร่าง บางคนที่อายุเท่ากับเขา ท่าทาง องอาจ และบางคนอายุมากกว่าเล็กน้อย ดุดันดุจเหยี่ยว ล้วนเป็นยอด ฝีมือของวังประสานฟ้าที่ ‘กระบี่ไร้เลือด’ เฝิงเจิ้นโยกมาจากดาวดวงอื่น เพื่อช่วยมู่ซุ่นจับคนที่เกี่ยวข้องกับหลี่มู่
ธนูลับทลายดาวแต่ละดอกๆ ยิงพุ่งมายังเงาร่างทั้งสองเบื้องล่างดุจ ห่าฝน
คนที่ยิงธนูล้วนเป็นมือธนูชั้นยอด วิชาธนูเลิศล�า
“เหล่าจู เจ้ารีบคิดหาวิธีเข้าสิ ข้ารู้สึกว่าเราสองคนวันนี้ต้องซี้ แหงแก๋แล้ว…” ไหล่ซ้ายของติงอี้ถูกธนูยิง เลือดไหลเป็นสายน�า รู้สึกร่าง ไร้แรง ระหว่างการหลบหนีก็มีความรู้สึกแรงไม่เป็นดั่งใจคิดแล้ว
ศิษย์พี่รองปีศาจหมูที่อยู่ข้างๆ มือสะบัดคราดเก้าซี่เหมือนกับพัด ลมตัวใหญ่ ซัดธนูลับทลายดาวที่แหวกอากาศมาส่วนใหญ่ออกไป
ที่ก้นของเขามีธนูปักอยู่สองดอก
แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาหนังหนาหรือกายเนื้อแข็งแกร่ง ธนูปัก เข้าไปในก้นประมาณหนึ่งฝ่ามือแต่เลือดกลับไม่ไหลออกมาสักหยด ยามวิ่งหนีหางธนูก็ไหวดุ๊กดิ๊กไปมา ดูแล้วช่างน่าขบขันนัก
แต่ว่า ปีศาจหมูตัวนี้ก็แข็งแกร่งจริงๆ
หากไม่ใช่เขาต้านทานธนูส่วนใหญ่แล้วล่ะก็ เกรงว่าติงอี้ตอนนี้คง โดนยิงปักเป็นเม่นไปแล้ว
“ไม่ใช่ว่าข้าหาวิธีอยู่หรือไรเล่า?” ปีศาจหมูหอบหายใจแฮ่ก เอ่ย งึมงํา “ไม่อย่างนั้นพวกเรายอมแพ้มันเลย!”
ติงอี้เกือบกระอักเลือด
มารดามันสินี่เรียกว่าวิธีหรือไง?
เงาคนรอบด้านทับซ้อนทะลักเข้ามา แต่ละคนตาแดงเหมือนจะฉีก ทึ้งดื่มเลือดกินเนื้อติงอี้และศิษย์พี่รองปีศาจหมู
“มารดามันสิ คนพวกนี้บ้าไปหมดแล้ว” ติงอี้ประหวั่นพรั่นพรึง
ปีศาจหมูเอ่ย “ไม่ใช่เจ้าลัทธิเจ้าทําเรื่องงามหน้าเอาไว้รึ…มิสู้ ตอนนี้พวกเรายอมแพ้ เดินจากโลกมืดมาสู่แสงสว่าง บางทีคนพวกนี้ อาจเมตตากรุณาปล่อยพวกเราไป”
ระหว่างพูด ทั้งสองก็หนีมายังตรอกทางตันแห่งหนึ่ง
สุดท้ายก็ถูกล้อมเอาไว้ตรงกลาง

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา