เข้าสู่ระบบผ่าน

จอมศาสตราพลิกดารา นิยาย บท 610

บทที่ 610 เรื่องอัศจรรย์

ตูม!

เสียงหมัดของหลี่มู่ อัดลงไปบนศีรษะด้านซ้ายของสุนัขนรกสาม หัวจนเกิดเสียงเหมือนโลหะกระทบกัน สะเก็ดไฟกระเด็นออกมาเป็น ช่อๆ

กระดูกแข็งปานนี้เชียว?

หลี่มู่ตกตะลึงในใจ

พลังหมัดนี้ของเขา ต่อให้เป็นเครื่องป้องกันระดับสมบัติเต๋าก็ยังถูก ทําลายได้ในทีเดียว

“ฮูม!”

ศีรษะซ้ายของสุนัขนรกสามหัวถูกทุบจนโงนเงน มึนหัวตาลายดาว ลอยคว้าง พ่นเปลวไฟสีดําพร้อมเปล่งเสียงคํารามออกมา

“เจ้าแมลง เจ้ากล้า…”

สุนัขนรกสามหัวโมโหถึงขีดสุด

ศีรษะด้านขวาของมันอ้าปากพ่นควันพิษตรงหาหลี่มู่ตรงๆ

หลี่มู่ปฏิกิริยารวดเร็ว ร่างไหววูบฉากหลบ ใต้ฝ่าเท้าปรากฏเมฆ มงคลขึ้น พริบตาต่อมาได้ปรากฏขึ้นบนศีรษะด้านขวาของสุนัขนรก สามหัว

เคลื่อนย้ายในพริบตา!

ความเร็วเช่นนี้ไม่ใช่ ‘ระดับความเร็ว’ แล้ว

แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในพริบตาของมิติตําแหน่ง

สุนัขนรกสามหัวปฏิกิริยาไม่ทันท่วงที ควันพิษสีหมึกเขียวจาก ศีรษะด้านขวาพ่นเข้าไปยังศีรษะด้านซ้ายทันที

ทว่าผลลัพธ์กลับเป็นเพียงหมอกควันธรรมดา ศีรษะด้านซ้ายของ มันไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ไม่เหมือนกับที่หลี่มู่จินตนาการไว้ ว่ามัน จะทําตนเองบาดเจ็บ

“ดูท่าภาพยนตร์ที่พวกต่างชาติถ่ายทํามาจะไม่ได้เรื่องแฮะ ใคร บอกว่าแต่ละศีรษะของสุนัขนรกสามหัวมีพลังที่แตกต่างกัน ทําร้าย กันเองได้…”

หลี่มู่ได้กระหน�าทุบลงไปบนศีรษะด้านขวาของสุนัขนรกสามหัวอีก ครั้ง

สะเก็ดไฟสีทองพ่นออกมา ศีรษะด้านขวาเปล่งเสียงเดือดดาล คําราม ปราณพิษในปากพ่นออกมาเหมือนลูกโป่งรั่วอย่างไรอย่างนั้น

ในอากาศ คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นปราณพิษเน่าเหม็น

หลี่มู่กลั้นหายใจ ใช้ ‘วิชาก่อนกําเนิด’ หมุนเวียนในร่างกาย

พลังในระดับของเขา การไม่หายใจไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อพลัง การต่อสู้ รอบกายยังคงเป็นขอบเขตจิตดาบไหลเวียนเข้าต้านทาน ปราณพิษ เพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้ปราณพิษแทรกซึมเข้าทุกรูขุมขนบน ผิวหนัง

ขณะที่ยังไม่แน่ใจถึงพลานุภาพของควันพิษชนิดนี้ หลี่มู่ก็ไม่คิดที่ จะเอาร่างกายเข้าทดสอบการต้านทานควันพิษแต่อย่างใด

“เด็กน้อย เจ้าทําให้ข้ารู้สึกเกิดคาดขึ้นอีกครั้งแล้ว” ท่ามกลางกลุ่ม ปราณบริสุทธิ์ น�าเสียงอันชื่นชมของ ‘เทพเจ้า’ ที่ฟังแล้วเหมือนวางใจ ไปเปลาะหนึ่งดังขึ้น

ชัดเจนว่า การแสดงออกของหลี่มู่เกินกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้

‘เทพเจ้า’ เอ่ยต่อว่า “สุนัขนรกสามหัวนี้ยังไม่โตเต็มที่ แต่ใน ร่างกายได้มีปราณพิษ ไฟ น�าแข็งแล้วสามชนิด สามารถที่จะสังหาร ชีวิตผู้แข็งแกร่งระดับต้นขั้นขุนพลได้ แต่ว่าสิ่งมีชีวิตนี้ก็มีจุดตายตาม

ธรรมชาติอยู่ ขอแค่หาพบก็สามารถสังหารมันได้…เจ้าระวังตัวด้วย สู้ ไม่ได้ก็ถอยเสีย ข้าจะช่วยเจ้าเอง”

มีการล่อของหลี่มู่ ‘เทพเจ้า’ สามารถเข้ารับมือกับร่างจําแลงธรรม ลักษณ์ทาสเหมืองได้อย่างเต็มกําลัง ภายใต้อภินิหาร ‘แสงสอง รูปลักษณ์’ กระบี่และฝุ่นธุลี พลานุภาพทวีคูณจนกดดันเอาร่างจําแลง ธรรมลักษณ์ทาสเหมืองไว้ได้

“ขอบคุณท่านอาวุโสที่ชี้แนะ”

หลี่มู่เอ่ยขึ้นด้วยเสียอันดัง

เขายังคิดถามอีกประโยค คําว่า ‘อีกครั้ง’ ในประโยคของ ‘เทพ เจ้า’ หมายถึงอะไร

หรือว่าเขาเคยพบกับตนเองมาแล้ว?

แต่ว่าการต่อสู้กําลังดุเดือด ไม่ว่างจะแบ่งสมาธิ

หลี่มู่ต่อสู้กับสุนัขนรกสามหัวด้วยตัวคนเดียว ก็รู้สึกว่าค่อนข้างกิน แรงเช่นกัน

เขาจําใจต้องบุกเข้าไปอย่างเต็มแรง

วิชาขี่เมฆาเหินฟ้า ถูกกระตุ้นจนถึงระดับสูงสุด

ร่างของหลี่มู่ก็วูบวาบเคลื่อนไหวไปมาอยู่ตลอด

และขณะที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัว วิชาขี่เมฆาทะยานฟ้าในมือหลี่มู่ค่อยๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง ขณะที่แสดงออกมา เมฆมงคลใต้เท้าปรากฏขึ้น เลือนราง ความเร็วเพิ่มขึ้นมากกว่าก่อนหน้าไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ราวกับ เป็นการเคลื่อนย้ายในพริบตา

ในใจหลี่มู่สว่างไสว รู้ว่าความเข้าใจต่อวิชาเทพเต๋าอย่าง ‘ขี่เมฆา เหินฟ้า’ ของตนเอง ได้เข้าสู่ขอบเขตใหม่แล้ว ถึงแม้จะแตกต่างอยู่บ้าง จากตํานานที่บอกว่าลังกาหนึ่งครั้งไปไกลกว่าหนึ่งแสนแปดพันลี้ แต่ การเคลื่อนย้ายภายในขอบเขตเล็กๆ กลับไม่สามารถใช้คําว่า ‘ความเร็ว’ สองคํานี้มาพรรณนาได้

สุนัขมารสามหัวถึงแม้จะมีพลังขั้นขุนพล แต่ความเร็วกลับตาม หลี่มู่ไม่ทัน ถูกหลี่มู่พุ่งวนด้วยความเร็วสูงสุดจนหัวมึนตาลาย

ตูมๆๆ!

หลี่มู่ประเคนยุทธ์ สาวหมัดต่อหมัดเข้าใส่ร่างของสุนัขนรกสามหัว อย่างต่อเนื่อง

เขากําลังหาจุดอ่อนและจุดตายของสัตว์ยักษ์ตัวนี้อยู่

ผัวะ!

เงาแส้สีดําสายหนึ่งฟาดเข้ามาอย่างกะทันหัน หลี่มู่ไม่ทันระวัง ถูก ฟาดจนกระเด็นลอยไป เมฆมงคลใต้เท้าก็สลายไปได้

เป็นหางของสุนัขนรกสามหัวนั่นเอง

หางนี้เพียงสะบัด กระทั่งอากาศยังแตกกระจายเป็นชิ้นๆ กําแพง มิติแตกกระจายออกเหมือนแผ่นกระจก จากนั้นได้รวมกันใหม่อย่าง รวดเร็วภายใต้การซ่อมแซมของกฎแห่งฟ้าดิน

พลานุภาพอันแสนน่ากลัว

ดูแล้วเจ้าหางที่เหมือนกับแส้เทพนี้ น่าจะเป็นกระบวนสังหารขั้น สูงสุดของสุนัขนรกสามหัวตนนี้?

ด้านนอกออกไปนับร้อยลี้ เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ เหล่าผู้ฝึกตนล้วน ส่งเสียงฮือตกตะลึง

หลี่มู่คราวนี้คงจะจบสิ้นแล้วกระมัง?

ทว่าสิ่งที่ทําให้เขาตกตะลึง และทําเอาสุนัขนรกสามหัวแทบไม่ อยากจะเชื่อก็คือ หลี่มู่กลับเพียงถูกดีดกระเด็นไปหลายลี้เท่านั้น เสื้อผ้า บนตัวถูกดีดจนขาดกระจุย ทว่ากลับไม่มีแม้แต่รอยแผล

ภายใต้เสื้อผ้าฉีกขาด เผยให้เห็นร่างท่อนบนอันกํายําล�าสันเหมือน หยกขาวที่ถูกมีดฟันขวาผ่าอย่างไรอย่างนั้น เปล่งประกายแสงภายใต้

แสงอาทิตย์ ไม่มีเนื้อหนังส่วนไหนที่ได้รับบาดเจ็บ พลังจิตวิญญาณ ยังคงพัดโหมอย่างเต็มเปี่ ยม ราวกับไม่เคยได้รับการโจมตีเช่นนั้นมา ก่อนเลยแม้แต่น้อย

ส่วนพวกศิษย์ของวังประสานฟ้าบางส่วน ตอนนี้ล้วนตกอยู่ใน ความหวาดผวา ความหวาดกลัวที่ยากจะพรรนณาได้ในใจ ผู้อาวุโสทั้งสี ล้วนตายลงด้วยน�ามือของหลี่มู่ ถ้าหากก่อนหน้านี้พวกเขาอยากจะล้าง แค้น ในตอนนี้ พวกเขาเพียงแค่อยากจะหนีจากสัตว์ร้ายร่างคนนี้ไปให้ เสียไกลๆ ดีที่สุดคือไม่ต้องพบต้องเจอกันอีกตลอดชาติเลย

ต่อให้ในวังประสานฟ้าจะยังมีขั้นขุนพลอยู่ แต่การไปยั่วคนเช่นนี้ เป็นศัตรู มันได้ไม่คุ้มเสีย

ขั้นขุนพล ถือเป็นอาวุธนิวเคลียร์บนทางช้างเผือกนี้

การมีผู้แข็งแกร่งขั้นขุนพลคนหนึ่ง ต่อให้เป็นสํานักเล็กๆ เพียงสี่ ห้าคน ก็เพียงพอที่จะก้าวเข้าสู่ขบวนของสํานักใหญ่ได้ในพริบตา

การไปยั่วยุเอาขั้นขุนพลเสียคนหนึ่ง ต่อให้เป็นสํานักมารฟ้าก็ยัง ต้องปวดหัว

ดังนั้นระหว่างสํานักใหญ่ๆ และขั้วอํานาจที่มีขั้นขุนพลอยู่ จึงยาก ที่จะก่อการต่อสู้ขนาดใหญ่ขึ้นได้ ส่วนใหญ่จะเป็นการกระทบกระทั่ง เล็กๆ หรือประนีประนอมเพียงเท่านั้น นอกเสียจากสถานการณ์จะเข้า ขั้นต้องตายกันไปข้างหนึ่ง

เหล่าระดับสูงบางส่วนของวังประสานฟ้า เมื่อเห็นฉากนี้ก็ทําหน้า อึดอัดเหมือนกินหอยเน่าลงไป

เจ้า ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่สมควรตาย

ถ้าร้ายกาจขนาดนี้ก็บอกเสียแต่เนิ่นๆ สิ ถ้าบอกแต่แรกพวกเราก็ ไม่เอาเจ้ามาเป็นเครื่องเซ่นให้กับการยําเกรงต่อเจ้าสํานักแล้ว ใครจะ กล้าไปยั่วโมโหเจ้ากัน

ครืนๆ!

ฟ้าดินสั่นสะเทือน

เพียงแค่ฟังจากเสียง การต่อสู้ของหลี่มู่กับสุนัขนรกสามหัว ดูจะ ดุเดือดรุนแรงยิงกว่าศึกระหว่าง ‘เทพเจ้า’ กับร่างจําแลงธรรมลักษณ์ ทาสเหมืองเสียอีก มิติผืนใหญ่ถูกตีจนแตก มิติอวกาศสีดําปรากฏ ออกมา กําแพงมิติราวกับถูกคมมีดเฉือนไปมาอย่างไรอย่างนั้น ผู้ฝึกตน ใดๆ ก็ตาม แค่ถูกดึงเข้าไปด้านในก็ล้วนสลายกลายเป็นฝุ่นได้ในพริบตา

ผัวะๆๆ!

หลี่มู่ถูกดีดจนลอยไปมาอย่างต่อเนื่อง

หางของสุนัขนรกสามหัวได้การเปลี่ยนแปลง ส่วนปลายหางได้ ขยายขึ้นมาเป็นทรงลูกบอลเส้นผ่าศูนย์กลางนับสิ้บจั้ง บนนั้นเต็มไป ด้วยหนามกระดูกสีขาว ตัวหางก็มีหนามกระดูกแผ่ออกมาเต็มไปหมด ราวกับค้อนดาวหางอย่างไรอย่างนั้น กระหน�าฟาดอยู่บนร่างของหลี่มู่ อย่างไม่หยุด

ส่วนความแข็งแกร่งกายเนื้อของหลี่มู่ ก็ทําเอาคนไม่อยากที่จะเชื่อ เช่นกัน

เขาทานรับกับการโจมตีเช่นนี้ตรงๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า และยัง สามารถโจมตีกลับได้อย่างต่อเนื่อง หลายหมัดประเคนเข้าใส่บนร่าง ของสุนัขนรกสามหัว พลังกระตุ้นจนถึงขีดสุด หนึ่งหมัดกระแทกออกไป ซัดกระจายขึ้นหนึ่งหลุม แสงเลือดสีดําสาดกระเซ็น

สุนัขนรกสามหัวคํารามด้วยความโกรธ

มันรับกับผลการต่อสู้เช่นนี้ไม่ได้

แมลงตัวจ้อยนี้ พลังบําเพ็ญปราณอ่อนแอเหมือนผงธุลี ทว่ากาย เนื้อกลับแข็งแกร่ง น่ากลัวระดับเจ้าสํานักของเผ่าพันธุ์ตนเอง หนึ่งหมัด กระแทกมาบนร่าง เจ็บปวดจนมันต้องรีบรักษาอย่างบ้าคลั่ง

ยิ่งไปกว่านั้น ที่สําคัญที่สุดก็คือ มันบาดเจ็บเสียแล้ว

ถูกเจ้าแมลงที่อ่อนแอที่ทําให้บาดเจ็บจนได้

ความอัปยศอย่างเหลือแสน

หลี่มู่กลับยิ่งซัดก็ยิ่งลิงโลด

จากเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลี่มู่สัมผัสได้ ว่าในร่างกายมีการ พรั่งพรูออกมาของความปีติที่แสนคุ้นเคย จากนั้นหมัดยุทธ์แท้ก็ได้เริ่ม เกิดการเปลี่ยนแปลง

กําลังจะทะลวงขั้นแล้ว

……………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา