‘หมัดยุทธ์แท้’ ที่หลี่มู่ฝึกฝน กระบวนท่าจะสําเร็จยากขึ้นเรื่อยๆ
ทุกครั้งโดยพื้นฐานแล้วล้วนเป็นท่ามกลางการต่อสู้เป็นตายถึงจะ ทะลวงขั้นได้
ครั้งที่แล้ว ‘พันคลื่นวารี’ ก็ปะทุขึ้นระหว่างความเป็นความตาย
ครั้งนี้ ‘พันคลื่นวารี’ สําแดงครั้งแล้วครั้งเล่า พลังของวิชาหมัดทบ เท่าทวี โจมตีจนสุนัขโลกันต์สามหัวโกรธแค้นคําราม ส่วนตัวเองจาก การถูกโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า ผิวกายในที่สุดก็เกิดรอยแผลเลือดออก และบวม แต่พลังในกายกลับผลักดันทบเท่าไม่หยุด ความรู้สึกที่เป็นไป ตามธรรมชาติ เป็นไปตามแนวทางของมันหลั่งไหลทั่วร่าง เขาสําแดง กระบวนที่เจ็ดของหมัดยุทธ์แท้ออกมาโดยไม่รู้ตัว
หมัดยุทธ์แท้กระบวนที่เจ็ด สะบั้นพันดารา
กระบวนท่านี้เป็นวิชาหมัดทรงพลังรุนแรง ภายใต้การกระตุ้นเต็ม กําลังเมินเฉยซึ่งการป้องกัน โจมตีเข้าไปในกายของคู่ต่อสู้ จากนั้นก็ ระเบิดพลังออกมา ก่อเป็นอาการบาดเจ็บจากภายในไปสู่ภายนอก
ฟังดูแล้วเหมือนง่าย แต่จุดที่น่ากลัวที่สุดอยู่ที่คําว่า ‘เมินเฉยซึ่ง การป้องกัน’
‘สะบั้นพันดารา’ ชื่อนี้ มีพลังสมดั่งชื่อ คือวิชาหมัดฝึกฝนจนถึงขั้น สูงสุดแม้แต่ดวงดาวยังอัดจนแหลกได้ หมัดเดียวซัดออกมา พลังทําลาย ล้างแผ่ระลอก พันดวงดาราแหลกทลาย จักรวาลล่มสลายกลายเป็นที่ รกร้างและฝุ่นละออง พรรณนาพลังของกระบวนท่านี้ได้สุดยอดมาก
ตอนนั้นที่ซินแแสเฒ่าบรรยายถึงกระบวนท่านี้ หลี่มู่รู้สึกว่าตาแก่นี่ น่าจะไข้ขึ้นจนพูดเพ้อเจ้ออีกแล้ว นิยายยังไม่กล้าเขียนขนาดนี้เลย หมัดเดียวอัดดวงดาวไม่รู้ต่อกี่ดวงแหลกสลาย ระเบิดนิวเคลียร์ยังทํา ไม่ได้เลย แต่ตอนนี้…
เขาเชื่อแล้ว
ตูม!
หลี่มู่ซัดหมัดหนึ่งไปยังหัวด้านซ้ายสุนัขโลกันต์สามหัว
พลังหมัดเมินเฉยต่อชั้นผิวหนังและกระดูกของหัวมหึมาหัวนี้ หลั่งไหลเข้าไปในหัวของมันในเสี้ยวพริบตา
“อ๊าก สมควรตาย เจ้าแมลง เจ้าทําให้ข้าโกรธ…” สุนัขโลกันต์สาม หัวรู้สึกว่าในหัวข้างซ้ายเจ็บปวดมหาศาลยากบรรยาย ถูกบดขยี้มา
อย่างบ้าคลั่ง มันคุ้มคลั่ง หางฟาดลงมายังร่างของหลี่มู่อย่างรวดเร็วเข้า อย่างจัง
เสี้ยวขณะต่อมา หลี่มู่ครางเสียงต�าทุ้ม ตาลาย เจ็บปวดอยู่ระลอก หนึ่ง ถูกหางที่เต็มไปด้วยกระดูกหนามซัดกระเด็น
จากนั้น…
โผละ!
เสียงเหมือนแตงโมถูกค้อนเหล็กทุบดังขึ้น
หัวด้านซ้ายของสุนัขโลกันต์สามหัวพลันระเบิดจากข้างในออกมา ข้างนอก มันสมองสีขาวและเลือดกระจุยบดบังไปครึ่งท้องฟ้าในชั่ว พริบตา ในนั้นยังมีกระดูกสีขาวและหนังสีดําอีกด้วย…
หัวสามหัวเหลือแค่สองหัวในชั่วพริบตา
“อ๊าก…”
หัวสองหัวที่เหลืออยู่ของสุนัขโลกันต์ส่งเสียงร้องน่าสังเวชสะท้าน ฟ้าสะเทือนดิน
นักฝึกฝนรอบๆ เห็นภาพนี้ต่างตัวชาวาบ
ยังจะพูดอะไรอีกได้เล่า?
นี่มันฝันร้ายชัดๆ
ก่อนหน้านี้สิ่งที่พวกเขาคิดคือหวังว่าระดับขุนพลจะบดขยี้หลี่มู่ได้ อย่างง่ายดาย จากนั้นก็คิดว่าหลี่มู่บางทีอาจจะรอดจากการโจมตีของ สุนัขโลกันต์สามหัวได้ นั่นก็นับว่าเป็นปาฏิหารย์น่าตื่นตะลึงไปในเขต ดาราเทพวีรชนแล้ว แต่ตอนนี้พวกเขากลับเห็น สุนัขโลกันต์สามหัว ถูกหลี่มู่อัดหัวทิ้งไปหัวหนึ่ง
สามหัวกลายเป็นสองหัว หลี่มู่คนนี้ร้ายกาจจริงๆ เป็นสัตว์ประหลาดจากที่ไหนกันนี่?
ตอนนี้หากมีคนบอกว่า ฐานะที่แท้จริงของ ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่อันที่ จริงแล้วเป็นผู้สืบทอดลับของสํานักขนาดใหญ่มหึมาในแดนดาราจื่อเวย ก็มีคนเชื่ออย่างแน่นอน
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว แข็งแกร่งจนเกินสมควรไปแล้ว แข็งแกร่งจนไม่ใช่คน ในใจของศิษย์พี่รองตอนนี้ก็อึ้งตะลึงไปเช่นกัน
ใต้เท้าเจ้าลัทธิถ้าท่านแข็งแกร่งขนาดนี้ ทําไมก่อนหน้านี้ยังต้อง หลบๆ ซ่อนๆ ซัดบดขยี้มาตลอดทางก็ได้แล้วไม่ใช่รึ? ยังทําให้ตนถูกธนู ยิงก้น ทําให้ติงอี้เกือบตายเพราะพิษ…เอ๋? หรือว่าจะเพิ่งมาแข็งแกร่ง เมื่อไม่กี่วันมานี้
นี่มันยิ่งไร้เหตุผลขึ้นไปอีกรึเปล่าเล่า?
เวลาไม่ถึงสองเดือน จากขั้นแมลงก้าวข้ามไปจนถึงบดขยี้ขั้นนักรบ ต่อให้ทุกวันกินผลึกเซียนสีทองก็ไม่ขนาดนี้กระมัง?
ศิษย์พี่รองรู้สึกว่าตัวเองพัดกวาดไปในยุคบรรพกาลจากนั้น หลับใหลไปจนถึงวันนี้ได้รู้เห็นอะไรมากมาย แต่ดูการต่อสู้ของหลี่มู่ เบื้องหน้ายังรู้สึกค่อนข้างปวดหัว คิดไม่เข้าใจ เหลวไหลเกินไปแล้ว
แม้แต่ ‘ผู้สูงสุดแห่งฟ้า’ ในกลุ่มพลังปั่ นป่วนยังตื่นตะลึงไปเช่นกัน
“พระพุทธเจ้าผู้มีอายุขัยยาวนานไม่มีประมาณ มารดามันสิ เจ้า เด็กเวรนี่กลับ…”
นักพรตลึกลับคนนี้สบถออกมาทันที หลี่มู่หมัดเดียวอัดหัวสุนัขโล กันต์สามหัวระเบิดไปหัวหนึ่งทําให้เขาตกใจไปเช่นกัน
เศษชิ้นส่วนปราการมิติหอบม้วนร่างของหลี่มู่ตีลังกาตลบไปกลาง อากาศ
“พลังของ ‘สะบั้นพันดารา’ น่ากลัวจริงๆ ด้วย” เขาลิงโลด พลังของ ‘หมัดยุทธ์แท้’ ช่างชวนให้คนยากจะจินตนาการได้ ทุกกระบวนท่าล้วนแฝงไว้ด้วยจิตสูงสุดแห่งยุทธ์
ยกตัวอย่างเช่น พลังทบเท่าทวีของ ‘พันคลื่นวารี’ และพลังระเบิด ของ ‘สะบั้นพันดารา’ กระบวนท่านี้ เกินขอบเขตเคล็ดวิชาลับใดๆ ทั้งสิ้น
แต่หากผสานแก่นแท้ของ ‘พันคลื่นวารี’ และ ‘สะบั้นพันดารา’ เข้าด้วยกันเล่า?
ในใจของหลี่มู่เกิดความคิดนี้ผุดขึ้นมา
แต่ว่า เสี้ยวขณะต่อมา ก็เห็นสุนัขโลกันต์สามหัวคํารามอย่างโกรธ แค้น ที่ปากแผลหัวที่ถูกระเบิดมีกลุ่มก้อนเนื้อสีแดงสดงอกออกมา แบ่งแยกหล่อเลี้ยงด้วยความเร็วที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า สุดท้ายก็ งอกเป็นหัวที่เหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนออกมาอีกหัวหนึ่งใหม่อีกครั้ง
เกิดขึ้นใหม่อีก? หลี่มู่เห็นภาพนี้ในใจก็ตื่นตะลึง
“โฮก เจ้าเศษสวะ วันนี้ข้าจะต้องกินเจ้าให้ได้” สุนัขโลกันต์สามหัว คํารามไม่หยุด ทั่วร่างเริ่มลุกโหมด้วยไฟสีดําชนิดหนึ่ง หนามกระดูกสี ขาวค่อยๆ แผ่ลามงอกมาไม่หยุด ประหนึ่งกริชเป็นเล่มๆ อย่างนั้น
มันเริ่มเปลี่ยนร่าง
คลื่นพลังกําลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ท่าทางผู้แข็งแกร่งขั้นขุนพลทุกคนจะดูถูกไม่ได้เลย”
หลี่มู่ตกใจ แต่จิตต่อสู้กลับยิ่งเพิ่มขึ้น
เขาทรงตัวให้มั่น ใต้เท้าเกิดกลุ่มเมฆขึ้นอีกรอบ พุ่งออกไปสู้ศึกอีก ครั้ง
ก่อนหน้านี้ที่หลี่มู่เลือกสุนัขโลกันต์สามหัวตัวนี้เป็นคู่ต่อสู้นั้นมี เหตุผล เขามองออกจากเนตรสวรรค์ได้ตั้งแต่ทีแรกแล้วว่า พลังกดดัน ขั้นขุนพลของสุนัขโลกันต์สามหัวตัวนี้มาจากกลวิชาอันเป็นพรสวรรค์ ของเผ่าพันธุ์ หาใช่การฝึกฝนในภายหลังไม่
พูดจบก็ไม่รอให้หลี่มู่ถามอะไรก็หายลับไปพร้อมกับกลุ่มพลัง ปั่ นป่วนกลุ่มนั้น
“เอ๋? อย่าเพิ่งไปสิ?”
หลี่มู่มีคําถามอยากจะถามเต็มไปหมด สุดท้าย ‘เทียนจุน’ ผู้นี้กลับ เผ่นไปเสียแล้ว
อะไรเรียกว่าติดๆ กันสองครั้ง?
นอกจากเอาชนะสุนัขโลกันต์สามหัวแล้ว อีกครั้งหนึ่งที่เหลือคือ ตอนไหนกัน?
หลี่มู่มักจะรู้สึกว่าเสียงของ ‘เทียนจุน’ ท่านนี้ค่อนข้างคุ้นนัก เจ้า เล่ห์เหลือหลาย อีกทั้งสุดท้ายเมื่อจากไปแล้ว ยิ่งเหมือนกับว่าหนีไป อย่างนั้น ถึงแม้จะพูดไว้เสียสวยหรูก็ตาม
แต่ว่าน่าจะเป็นสหายไม่ใช่ศัตรู นับว่าหา ‘คนกันเอง’ ในห้วงดาราสมุทรอันกว้างขวางเจอ
อีกทั้งหลี่มู่ยังรู้สึกเลาๆ ว่า ‘คนกันเอง’ ประเภทนี้อาจจะไม่ได้มีแค่ ‘เทียนจุน’ คนเดียว แต่ยังมีคนอื่นๆ ที่เป็นระดับเดียวกันอีก เพราะก่อน หน้านี้เทียนจุนพูดว่า ‘พวกเรา’ และก็ใช้คําว่า ‘พวกเจ้า’ มาเรียกร่าง เวทแท้จริงทาสในเหมืองแร่ ไม่ใช่เจ้า
บนร่างของหลี่มู่เต็มไปด้วยรอยแดงถี่ยิบ เสื้อผ้าแทบจะฉีกขาด ทั้งหมด
ความคิดเขาเพียงขยับ
ประกายแสงส่องกะพริบ
ส่วนประกอบชุดเกราะแต่ละชิ้นๆ ปรากฏขึ้นบนร่าง ประกอบเป็น ชุดเกราะสงครามทั้งชุดขึ้น เป็น ‘เกราะมังกรพยัคฆ์วายุเมฆา’ สมบัติ เต๋าชั้นยอดที่เขา ‘ซื้อออนไลน์’ มาจากเครือข่ายเซียน การต่อสู้ก่อน หน้านี้เขา ‘เปลือยกาย’ ไม่ได้ใช้เกราะชุดนี้ เพราะเขารู้ว่าต่อหน้าระดับ ขุนพล เกราะชุดนี้ต้านทานการโจมตีได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องเสียหาย ไม่มี ประโยชน์เท่าใด หากเสียหายไป มิเท่ากับว่าเงินที่จ่ายไปก่อนนี้โยนทิ้ง ไปเฉยๆ อย่างนั้นหรือ
ต้องประหยัดหน่อยสิ ชีวิตยังต้องดําเนินต่อไป
หลี่มู่ยืนตระหง่านกลางท้องฟ้า มีเกราะเทพปกปิดเรือนร่าง ประหนึ่งเทพสงครามที่เดินออกมาจากบรรพกาล ทรงพลังไร้เทียม เทียบ
หลี่มู่มองไปรอบๆ
ทั่วทั้งเมืองพายุดาราเหมือนสั่นสะท้านศิโรราบอยู่ใต้เท้าของเขา
ผู้ฝึกฝนรอบๆ ต่างสั่นสะท้าน
ไม่กล้ามีใครชักดาบ กระบี่อีกต่อไป
“ในเมื่อมาแล้ว ไยจึงไม่ปรากฏตัว?”
ในเนตรสวรรค์ของหลี่มู่มีแสงเทพส่องกะพริบ มองไปยังท้องฟ้า ไกล
พูดจบ
นักกระบี่ผมขาวชุดขาว หมวกสูง ชุดคลุมดําก็ปรากฏขึ้นที่ท้องฟ้า ไกล บนชุดขาวมีสัญลักษณ์ของวังประสานฟ้าโดดเด่นจับตา รอบตัว เขาไม่มีคลื่นพลังใดๆ แต่ความกดดันที่มีให้กลับหนักหน่วงยิ่งนัก ไม่เป็น รองสุนัขโลกันต์สามหัวเลย
นี่คือผู้แข็งแกร่งระดับขุนพลคนหนึ่ง
“ ‘กระบี่ขนนก’ หลินอวี่หาน เจ้าสํานักวังประสานฟ้า” มีคนร้องอย่างตกใจ จําฐานะของนักกระบี่ผมขาวคนนี้ได้ บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้น ศึกระดับขุนพลจะเริ่มขึ้นอีกศึกแล้วอย่างนั้นรึ?
……………………………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา