บทที่ 2 ฉันช่วยเขาได้
หัวเราะ
รอบกายของเฉินจิ้นนั้นมีดาวเรียงรายนับร้อย ในฐานะที่เป็นเจ้าแห่งโลกปีศาจมีอำนาจบารมีอันไพศาล เพียงโบกมือเบาๆเท่านั้นก็มีเทพธิดานางฟ้าที่ผู้คนใฝ่ฝันอยากจะได้มาครอบครองนับไม่ถ้วน แก่งแย่งกันอยากจะตกเป็นผู้หญิงของเขา
ถ้าเขายอมตกลง ในทุกๆวันจะต้องมีหญิงสาวสิบคน ผู้หญิงที่มาพลีกายให้นั้นติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีโดยไม่ซ้ำหน้ากันก็ไม่มีปัญหา และแต่ละคนที่เข้ามาก็เป็นหญิงสาวที่สวยไม่แพ้กันเลยทีเดียว
ทำไมต้องมาเสียเวลาพัวพันอยู่กับหญิงสาวบนโลกมนุษย์ด้วย
ถ้าไม่ใช่เพราะไปเกิดใหม่ในครอบครัวของพวกเขากลายเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงนั้น เฉินจิ้นก็จะไม่พูดอะไรมากมาย
เฉินจิ้นไม่ได้ตอบอะไร ทันใดนั้นโทรศัพท์ของซ่งชีงเหย็น ก็ดังขึ้น
หลังจากที่รับโทรศัพท์ ไม่ได้พูดอะไร สีหน้าของซ่งชีงเหย็นก็ซีดขาวขึ้นมาทันใด
“พ่อของฉันเป็นอะไร?ได้ๆจะไปเดี๋ยวนี้...”
หลังจากวางสายโทรศัพท์ ซ่งชีงเหย็นก็พูดเสียงสั่นๆ
หลังจากนั้นก็ดึงฉินเฝิ้งเจียวกับซ่งจื่อหารวิ่งออกไปข้างนอก
เฉินจิ้นขมวดคิ้ว
ซึ่งได้รับรู้ถึงความทรงจำและความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิม ไม่สนว่าแม่ยายกับน้องสาวของภรรยาจะคิดยังไงกับเขา ซ่งชีงเหย็นภรรยาคนนี้ นอกจากการที่ไม่ให้นอนแล้ว สำหรับเรื่องอื่นนั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาลำบากใจหรือปฏิบัติกับเขาไม่ดี
พ่อตากลายเป็นชายนิทรานอนอยู่ที่โรงพยาบาล ก่อนหน้านั้นเขาก็ปฏิบัติต่อเขาเหมือนกับลูกชายคนหนึ่ง
“ในเมื่อได้มาเกิดใหม่ในร่างของคุณ นั่นถือเป็นโชคชะตา ”ฉันก็จะช่วยคุณจบสิ้นจากเรื่องนี้เสียที”
เฉินจิ้นหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็ตามไป……
“ใครใช้ให้คุณขึ้นรถ ลงไป”
ฉินเฝิ้งเจียวเห็นเฉินจิ้นตามออกมา ก็รู้สึกโกรธแค้นมากตอนแรกนั้น หมอดูบอกว่าการแก้เคล็ดช่วยให้อาการป่วยของสามีดีขึ้น ผลคือหลังจากวันแต่งงานในวันนั้น สามีของฉันก็กลายเป็นเจ้าชายนิทรา คนขี้ขาดตาขาว น่าสมเพชอย่างเฉินจิ้น ในสายตาของเธอก็เป็นแค่ตัวอัปมงคล
กระทั่งเธอสงสัยเป็นอย่างมาก หรือว่าหมอดูคนนั้นจะร่วมมือวางแผน สมรู้ร่วมคิดกับเฉินจิ้นมาหลอกเธอกันแน่ในเรื่องนี้ก็ช่างมันเถอะ แต่ที่สำคัญคือเฉินจิ้นขี้เกียจตัวเป็นขน นิสัยขี้ขลาดตาขาว ลูกสาวของตัวเองไปแต่งงานกับไอ้คนขยะแบบนั้น ทำให้เป็นมลทินต่อตระกูล ที่ล้างเท่าไหร่ก็ล้างไม่หมดเลยเสียจริง
“แม่...”
ซ่งชีงเหย็นหยุดยั้งฉินเฝิ้งเจียว
ได้พูดไปแล้วว่าต้องการหย่า หลังจากนี้เฉินจิ้นกับครอบครัวของพวกเราก็ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว จริงๆแล้วก็ไม่จำเป็นที่ต้องโกรธเฉินจิ้นแล้ว
เงียบตลอดทาง
โรงพยาบาลเจียงโจว ห้องผู้ป่วยVIP
“คุณหมอ พ่อของฉันเป็นอย่างไรบ้าง?
ซ่งชีงเหย็นถึงห้องผู้ป่วย ก็เห็นหมอหลายคน กำลังช่วยพ่อของเธออยู่
“สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดี คุณซ่งคุณควรที่จะทำใจดีๆไว้”
หมอพูดจบทำเอาซ่งชีงเหย็นยืนนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้น
เฉินจิ้นดูหมอหลายคนกำลังช่วยกันรักษาพ่อตาอยู่ แล้วส่ายหัว พูดด้วยน้ำเสียงตักเตือนออกมาว่า: “พวกคุณทำแบบนี้ไม่ได้ ไม่เพียงแต่จะช่วยอะไรเขาไม่ได้แล้ว มันกลับจะทำให้เขาอาการแย่ลง”
ความหมายก็คือ พวกคุณทำแบบนั้น ยิ่งจะทำให้เขาตายเร็วขึ้น
“คุณเป็นใคร?กล้าคุยโวโอ้อวด อย่างไร้ยางอายเช่นนี้ คุณเข้าใจวิธีการรักษาของแพทย์หรือ?คุณรู้ว่าอะไรคือการช่วยชีวิตไหม?
หมอคนหนึ่งหลังจากได้ยิน ก็จ้องมาที่เฉินจิ้น
เฉินจิ้นนี่มันเป็นการสงสัยในทักษะทางแพทย์ของพวกเขา
จะทนได้อย่างไร
“หมอ คุณไม่ต้องสนใจเขา รีบช่วยชีวิตคนสำคัญที่สุด “ฉินเฝิ้งเจียวแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว
หลังจากนั้นก็หันมามองที่เฉินจิ้น พูดเสียงดุ: “เฉินจิ้น สามีของฉันทำผิดต่อคุณตรงไหน คุณยังต้องการสาปแช่งเขาให้ตาย ฉันว่าคนที่สมควรตายคือคุณมากกว่า คุณออกไปให้เร็วๆซะ ไม่ต้องมาสร้างปัญหาที่นี่ ถ้าหากสามีของฉันเป็นอะไรขึ้นมาล่ะก็ ฉันไม่ไว้หน้าคุณแน่...”
“ฉินจิ้น คุณออกไปก่อนเถอะ”
แม้ว่าซ่งชีงเหย็นจะไม่ด่าฉินจิ้นอย่างหยาบคาย แต่เห็นได้ชัดว่าก็คิดว่าเฉินจิ้นอยู่ที่นี่ก็มีแต่จะสร้างปัญหา
กระทั่งรู้สึกว่า หรือว่าจะเป็นเพราะการที่เธอขออย่ากับเขา ใช่หรือไม่เพราะเฉินจิ้นต้องการที่จะหย่ากับเธอ เขาถึงไม่คำนึงถึงเลยว่าการกระทำของเขาเลวร้ายเพียงใด ตอนแรกบอกว่าตัวเธอเองป่วย ตอนนี้ยังมาสาปแช่งพ่อของเธออีก
ซ่งชีงเหย็นไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่าเฉินจิ้นจะน่ารังเกียจมากขนาดนี้
“คุณไม่ได้ยินหรือ?ออกไปเดี่ยวนี้” ซ่งจื่อหารมองเฉินจิ้นอย่างโกรธแค้น
ถึงตอนนี้
ติ้ด....
เครื่องวัดคลื่นหัวใจ เปลี่ยนเป็นขีดตรง
“ทำไมเป็นแบบนี้ เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย....”หมอที่ต่อว่าเฉินจิ้นพูดขึ้นมา เบิกตาขึ้นมาทันใด มันยากที่จะเชื่อเสียจริง
เป็นเวลานาน
“คุณซ่ง ต้องขอโทษด้วยพวกเราพยายามถึงที่สุดแล้ว..”
“ขอแสดงความเสียใจด้วย”
คำพูดของหมอ ไม่ต้องสงสัยเลย ราวกับเป็นการตัดสินประหารซ่งจื่อหารอย่างไงอย่างนั้น ความหวังสุดท้ายของสามแม่ลูกหมดไปอย่างสิ้นเชิง
“ทั้งหมดนี่เพราะคุณ ทั้งหมดนี่เพราะคุณ ถ้าไม่เป็นเพราะคุณสาปแช่งสามีของฉัน เขาจะตายได้ยังไง” ฉินเฝิ้งเจียวจู่ๆก็ราวกับสติแตกขึ้นมาทันใด แล้วชี้ไปที่เฉินจิ้น
เฉินจิ้นขมวดคิ้ว
หลายปีมานี้ ไม่เคยมีใครกล้าที่จะชี้หน้าเขาเลย
คนที่กล้าทำแบบนี้ ตายไปนานแล้ว
แต่ทันใดนั้น คิ้วของเฉินจิ้นก็คลายออก
หมดหนทาง ใครใช้ให้ผู้หญิงคนนี้คือแม่ยายของ “ตัวเอง”กันล่ะ
ช่วยรักษาพ่อตาให้ฟื้นคืนชีพ หลังจากนี้ต่อไปก็ทางใครทางมัน ไม่เกี่ยวข้องกันอีก
ผู้หญิงซึ่งราวกับมดตัวหนึ่งแบบนี้ มันไม่คุ้มค่าเลยกับการที่เขาต้องไปคิดเล็กคิดน้อยด้วย
ซ่งชีงเหย็นมองลึกลงไปที่ดวงตาของเฉินจิ้น
ถึงแม้ว่าเธอจะเข้าใจถึงการตายของพ่อเลยจะโทษเฉินจิ้นไม่ได้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จักรพรรดิมารหวนคืน