เดิมทีเขาตั้งใจจะค่อย ๆ อธิบาย แต่แม่นางกู้กลับไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไป นางเด็ดเดี่ยวและเฉียบขาด ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ค่อย ๆ อธิบายเลย
“หว่านเยว่ รอเดี๋ยวก่อน”
ซูจิ่งสิงรีบพูดขึ้น หลังจากที่เว่ยเฉิงเตือนสติ กู้หว่านเยว่ก็นึกขึ้นได้เช่นกัน ตอนที่พวกนักฆ่ากำลังไล่ล่าพวกเขาอยู่ดี ๆ ขาก็อ่อนแรงลง และล้มลงไปกองกับพื้นทีละคน
ตอนนั้นนางแค่คิดจะจัดการพวกเขา จึงไม่ได้ใส่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ตอนนี้มาคิด ๆ ดูแล้ว มันก็ผิดปกติจริง ๆ
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าอธิบาย” กู้หว่านเยว่ปล่อยเว่ยเฉิง ตั้งใจจะฟังว่าเขาจะพูดอะไร
เว่ยเฉิงยิ้มอย่างขมขื่นพลางจัดเสื้อผ้าของเขาให้เรียบร้อย “ข้าแอบวางยานักฆ่าพวกนั้น ทำให้พวกเขาหมดเรี่ยวแรงเวลาใช้วิชาตัวเบา พวกเขาถึงได้ขาอ่อนแบบนั้น”
เมื่อมาถึงจุดนี้ กู้หว่านเยว่ก็เชื่อเว่ยเฉิงไปแปดส่วนเก้าส่วนแล้ว
แต่นางยังคงสงสัยอยู่บ้าง “ในเมื่อเจ้าช่วยมู่หรงอวี้แล้ว เหตุใดถึงกลับมาช่วยพวกเราอีก?”
ต้องอย่าลืมว่าพวกเขาและมู่หรงอวี้เป็นศัตรูกัน
เว่ยเฉิงรีบพูดว่า “พวกท่านทั้งสองมีบุญคุณกับข้า ข้าเว่ยเฉิงไม่ใช่คนเนรคุณ แน่นอนว่าไม่มีทางทิ้งพวกท่าน
จริง ๆ แล้วข้าก็ไม่ได้อยากจะเสนอแผนให้มู่หรงอวี้ไปไล่ล่าพวกท่านหรอก แต่วันนั้นพวกเราบังเอิญเจอกันที่หน้าประตูเมือง เขาถามเรื่องนี้กับข้า ข้าจำเป็นต้องตอบ ไม่งั้นคงจะทำให้เขาสงสัยแน่ ๆ
แต่ข้าก็ทำร้ายผู้มีพระคุณทั้งสองไม่ได้ ดังนั้นหลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ก็เลยคิดวิธีนี้ขึ้นมา”
หลังจากฟังคำอธิบายของเว่ยเฉิง กู้หว่านเยว่ก็คลายความสงสัยในตัวเขาจริง ๆ
แต่นางก็มีข้อสงสัยใหม่ เว่ยเฉิงมีฝีมือถึงขนาดที่ว่าแอบวางยาคนของมู่หรงอวี้ได้โดยที่ไม่มีใครรู้เลยหรือ?
เขาพัฒนาเร็วกว่าในหนังสือต้นฉบับเยอะเลย!
ยิ่งไปกว่านั้น จากการสังเกตน้ำเสียงของเว่ยเฉิง เห็นได้ชัดว่าเขามีความไม่พอใจมู่หรงอวี้เล็กน้อย แต่ในหนังสือต้นฉบับ เว่ยเฉิงกลับมองว่ามู่หรงอวี้เป็นเพื่อนแท้ที่รู้ใจกัน
มันผิดพลาดไปตรงไหน
กู้หว่านเยว่ครุ่นคิดอยู่นาน แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ และไม่กล้าถามเว่ยเฉิงตรง ๆ


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...