สีหน้าของนางหลิวและคนอื่น ๆ ก็ไม่ดีเช่นกัน ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าขาของซูจิ่งสิงยังดีอยู่ พวกเขาจะแยกบ้านทำไมกัน?
ตอนนี้กู้หว่านเยว่เก่งขนาดนี้ ขาของซูจิ่งสิงก็หายดีแล้ว ต่อไปชีวิตก็จะยิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ
แล้วกลับมามองที่พวกเขา...แค่มีชีวิตรอดก็ดีแค่ไหนแล้ว
เพราะบ้านรองตายกันหมดแล้ว
นางหลิวพึมพำ “จิ่งสิง เจ้าทำแบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลย”
ซูหัวหยางก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น “ใช่แล้ว ขาของเจ้าไม่พิการ แล้วทำไมไม่บอก”
สายตาตำหนิของหลาย ๆ คนจับจ้องไปที่ซูจิ่งสิง จนทำให้กู้หว่านเยว่รู้สึกโมโห
“พวกท่านคงลืมไปแล้วกระมัง ตอนนั้นพวกท่านรังเกียจที่ข้าบาดเจ็บหนัก กลัวว่าข้าจะเป็นภาระ จึงอยากแยกบ้าน”
ซูจิ่งสิงมองพวกเขาด้วยสายตาเยือกเย็น
สายตาที่เยือกเย็นนั้น ทำให้สกุลซูทุกคนต้องหุบปากอย่างไม่เต็มใจ
“คุณชายซู ขอแสดงความยินดีที่ท่านลุกขึ้นยืนได้แล้ว”
ซุนอู่เดินไปหาซูจิ่งสิง ตั้งใจจะตบบ่าเขาสักหน่อย
แต่เมื่อเห็นว่าซูจิ่งสิงสูงกว่าตนเองหนึ่งช่วงศีรษะ ก็เลยวางมือลง
“แต่ว่า ท่านก็ต้องระวัง ในเมืองหลวงอาจมีคนที่ไม่อยากให้ท่านลุกขึ้นยืนก็ได้”
“ข้ารู้ ขอบคุณท่านนักการซุน” ซูจิ่งสิงเหลือบมองไปที่กลุ่มนักการโดยไม่ได้ตั้งใจ
เห็นนักการสกุลหลี่กำลังแอบมองขาของเขาอย่างมีพิรุธ
แต่ไม่คิดว่าซุนอู่จะถึงกับเตือนเขา
ซุนอู่ก็ไม่อยากยุ่งเรื่องชาวบ้าน
แต่ตลอดการเดินทางครั้งนี้ ทำให้เขามองกู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงใหม่ด้วยสายตาที่ชื่นชม
ซูจิ่งสิงลุกขึ้นยืนได้ เขาดีใจด้วยจริง ๆ จึงกล่าวเตือนหนึ่งประโยค
“หัวหน้า แล้วจะจัดการกับหมีตัวนี้อย่างไรดี?”
จางเอ้อร์ขัดจังหวะการสนทนาของทุกคน มองหมีที่อยู่บนพื้นแล้วกลืนน้ำลาย
“ข้ายังไม่เคยกินเนื้อหมีเลย”
“งั้นวันนี้เราก็กินเนื้อหมีกัน”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...