ฉากนี้ทำให้กู้หว่านเยว่ไม่ทันตั้งตัว ฮูหยินผู้เฒ่าโจวเป็นโรคหัวใจหรือ?
“ฮูหยิน?”
โจวเหล่าก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เรียกฮูหยินผู้เฒ่าโจวไม่หยุด เมื่อเห็นว่าใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เขาจึงรีบสั่งให้คนมาประคอง ย้ายนางไปที่สวนหลังบ้าน
“ตามหมอมา!”
ทุกคนในตระกูลโจวต่างตกตะลึง
มู่หรงอวี้แสดงรอยยิ้มอย่างชอบใจจากด้านหลัง “ดี ดียิ่ง ถึงตาเขาลงมือแล้ว”
“ลั่วยางมาหรือยัง?”
“หมอเซียนน้อยรออยู่ข้างนอกแล้วเจ้าค่ะ”
“เรียกนางเข้ามา ตามข้าไปหาฮูหยินผู้เฒ่าโจว”
มู่หรงอวี้รีบเดินไปในทิศทางที่โจวเหล่าจากไป
“ท่านอ๋อง รอข้าด้วยเจ้าค่ะ”
ฟู่เยียนหรานยกมือปิดแขน สุดแสนเสียใจ นางถูกสุนัขกัดทั้งยังไม่ได้ทำแผล ทำไมไม่มีใครสนใจนางเลย?
เดิมทีซ่งเสวี่ยกำลังจะพักผ่อน แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไร้กะจิตกะใจจะนอน จึงรีบเดินไปที่สวนหลังบ้านพร้อมกับทุกคนอย่างรวดเร็ว
“น้องหญิงกู้ แม่สามีข้าล้มป่วยกะทันหัน ข้าต้องไปดูนางสักหน่อย ประเดี๋ยวจะให้แม่นมฉินพาเจ้าไปที่ห้องรับแขก ต้องขอโทษที่ต้อนรับบกพร่องด้วย”
ซูจิ่นเอ๋อร์พูดอย่างไม่ใส่ใจ “พี่สะใภ้ใหญ่ของข้าเป็นหมอเทวดา ให้นางลองดูสิเจ้าคะ”
“จิ่นเอ๋อร์!”
ซูจื่อสิงดึงนางออกไปโดยไม่พูดอะไร กระซิบด้วยเสียงต่ำว่า
“หากฮูหยินผู้เฒ่าเป็นโรคที่รักษาไม่หายจะเป็นอย่างไร? มีแต่จะสร้างปัญหาให้พี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าเท่านั้นแล้ว”
โชคดีที่ซ่งเสวี่ยไม่ได้เอาคำพูดนางมาใส่ใจ เพราะไม่ว่าจะหาหมอชื่อดังมาสักกี่คน อาการเจ็บป่วยนี้ของแม่สามีก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงน้องหญิงกู้ที่อายุยังน้อยเลย
“ไม่เป็นไร สาวน้อยนางเจตนาดี”
นางยกกระโปรงขึ้นแล้วจากไป
“ขอโทษพี่สะใภ้ใหญ่ด้วย ข้าพูดผิดอีกแล้ว” ซูจิ่นเอ๋อร์หน้าแดง ก้มศีรษะลงต่ำ
ทว่า กลับได้เห็นซูจิ่นเอ๋อร์และหยางซื่อหลับอุตุกันอยู่ในห้อง
“ชู่ว อย่าปลุกพวกนางเลย
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ถูกเนรเทศ จิ่นเอ๋อร์และท่านแม่ได้นอนบนเตียงที่สบายเช่นนี้เป็นครั้งแรก ปล่อยให้พวกนางนอนต่ออีกสักหน่อยเถอะ”
กู้หว่านเยว่ปิดประตูเบา ๆ
ซูจิ่งสิงพยักหน้า ติดตามเขาออกมา ท่านแม่ จิ่นเอ๋อร์และคนอื่นๆ ต้องลำบากแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ครอบครัวคงไม่ต้องเดือดร้อนเช่นนี้ วันหนึ่ง เขาจะต้องทำให้พวกนางให้มีชีวิตที่มั่นคงให้ได้
ดูเหมือนว่า ถึงเวลาที่เขาจะต้องเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถูกไล่ออกทั้งหมดกลับมาแล้ว
คนอื่นๆ ต่างหลับใหล มีเพียงกู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงเท่านั้นที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหารรสโอชาอยู่ด้วยกัน
ทันทีที่พวกเขาทั้งสองเริ่มจับตะเกียบ แม่นมฉินก็รุดเข้ามาหา
“แม่นางกู้นี้ ขอโทษด้วยเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยให้ข้ามาเชิญท่านไปดูฮูหยินผู้เฒ่าสักหน่อยเจ้าค่ะ”
กู้หว่านเยว่วางตะเกียบลงอย่างสงสัย หรือว่าหมอของตระกูลโจวจะไม่สามารถรักษาอาการของฮูหยินผู้เฒ่าให้คงที่ได้?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...