ตอนนี้หลี่ซือซือกำลังใช้ความน่าสงสารนี้มาเผชิญหน้ากับนาง นางจึงรู้สึกเอือมระอาอย่างมาก
“เจ้าหยุดทำตัวน่าสงสารต่อหน้าข้าได้แล้ว ต่อไปข้าจะไม่เชื่อคำพูดของเจ้าอีก ถอยไป”
ซูจิ่นเอ๋อกล่าวพลางโน้มตัวลงเก็บหน่อไม้ต่อ จากนั้นก็เอ่ยถามกู้หว่านเยว่ด้วยท่าทีประจบ
“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่ดูสิว่าใช่หน่อไม้หรือไม่ ข้ากลัวเก็บผิด”
เมื่อเห็นซูจิ่นเอ๋อมีท่าทีที่เปลี่ยนไปกับกู้หว่านเยว่ อีกทั้งพวกเขายังเก็บหน่อไม้อย่างมีความสุข หลี่ซือซือได้แต่กำหมัดแน่น
“พี่จิ่งสิง อากาศร้อนขนาดนี้ ข้ามีน้ำอยู่หนึ่งขวด เจ้ารีบกินแก้กระหายสิ”
หลี่ซือซือเดินมาหน้าเกวียน จากนั้นก็ยื่นขวดน้ำที่นางกินแล้วให้กับซูจิ่งสิด้วยท่าทีออดอ้อน
เหยียนเหวินจิ้งและเหยียนฮูหยินต่างมองตากัน ทั้งสองคนไม่ชอบการเล่นละครของหลี่ซือซือ จึงหันหลังให้นาง
หลี่ซือซือไม่ได้ใส่ใจ นางยังคงมองซูจิ่งสิงด้วยสายตารักใคร่ละคนความสดใสในฤดูใบไม้ผลิ
ถึงแม้ว่าซูจิ่งสิงจะนอนอยู่บนเกวียน แขนและขาท่อนล่างไม่สามารถขยับตัวได้ แต่องค์ประกอบทั้งหน้าที่ครบเครื่อง และกลิ่นอายเย็นเยือกที่แผ่อยู่รอบตัวของเขายังคงทำให้หลี่ซือซือหวั่นไหว
นางแอบรักซูจิ่งสิงมาตั้งแต่เด็ก พูดได้ว่าการได้เป็นภรรยาของซูจิ่งสิงคือความเพ้อฝันของนาง
เพียงแต่ความเพ้อฝันนี้กลับถูกกู้หว่านเยว่ทำลายหมดสิ้น
นางถือโอกาสตอนที่กู้หว่านเยว่ไม่อยู่ ตัดสินใจเข้าไปตีสนิทกับซูจิ่งสิง
“ท่านพี่ กู้หว่านเยว่ชักจะเมินเฉยพี่เกินไปแล้ว ปล่อยพี่นอนอยู่บนเกวียนคนเดียว อาทิตย์ก็ดวงใหญ่ถึงเพียงนี้ ข้าไม่รู้จะช่วยบังแสงแดดให้พี่อย่างไร”
ซูจิ่งสิงขมวดคิ้วทันที หากเขาขยับได้คงจะไปจากตรงนี้แล้วแน่นอน
เห็นได้ชัดว่าหลี่ซือซือยังไม่รู้ตัว ยังคงผลักดันตัวเองต่อไป
“หากข้าได้อยู่ข้างกายพี่ ข้าจะดูแลพี่อย่างดี จริงสิ...ข้าพกเงินหลายเหรียญติดตัวมาด้วยนะ ตั้งใจว่าพอเดินทางถึงตัวเมือง ข้าจะนำเงินไปเชิญหมอมารักษาพี่ดีไหม?”
ซูจิ่งสิงมองนาง ความเย็นเยือกในแววตาของเขาล้ำลึกจนยากจะสังเกตเห็น เมื่อถูกเขามองเช่นนั้น หลี่ซือซือถึงกับเย็นวาบไปทั้งตัว
ในระหว่างที่กลัวนั้น นางได้ยินซูจิ่งสิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ข้าและน้องหญิงไม่ได้สนิทกัน แล้วข้าจะใช้เงินของน้องหญิงได้อย่างไร”
หลี่ซือซือดีใจมาก นางคิดว่าซูจิ่งสิงก็มีใจให้นางเช่นกัน เพียงแต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองมันยากที่จะเอ่ย นางจึงรีบกล่าวว่า
“หากในใจของพี่รู้สึกผิด พี่ก็แค่เลิกกับกู้หว่านเยว่ ข้ายินดีแต่งงานกับพี่ และอยู่กับพี่ในยามทุกข์ยากด้วยกัน”
กล่าวตรง ๆ เช่นนี้เลยหรือ?
เหยียนฮูหยินที่อยู่ห่างจากนี้ไม่ไกลนักแทบจะอาเจียนออกมา
นางเบิกตากว้างใส่เหยียนเหวินจิ้งอย่างรุนแรง และใช้สายตาของนางบอกเขาเป็นนัย ๆ ว่าหากซูจิ่งสิงตอบตกลงแต่งงานกับนาง ต่อไปเขาห้ามติดต่อกับซูจิ่งสิงอีก
ในเวลานั้นเหยียนเหวินจิ้งได้ทอดมองไปยังป่าด้วยความร้อนใจ แม่นางกู้นะแม่นางกู้ ยังจะมัวเก็บหน่อไม้อะไรอีก กำแพงบ้านของตัวเองกำลังจะถูกคนอื่นเจาะเข้ามาแล้ว!
ทางฝั่งของซูจิ่งสิง เมื่อเขาฟังหลี่ซือซือกล่าวจบ นัยน์ตาของเขาก็พลันนิ่งสงบ ไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ตอบตกลง แค่กล่าวว่า
“เจ้าไปเรียกเสี่ยวกู้ออกมาสิ”
หลี่ซือซือถึงกับเลิกคิ้วสูงด้วยความดีใจ นางคิดว่านางได้สิ่งที่ตัวเองปรารถนาแล้ว
เพื่อจะได้โอ้อวด นางไม่เพียงแต่เรียกซูอู๋อวิ๋นเท่านั้น ทั้งยังเรียกหญิงชราและนางหลิวมาพร้อมกันด้วย
คนเหล่านั้นจึงพากันเดินเข้ามาด้วยความสงสัย
“จิ่งสิง ได้ยินว่าเจ้ามีเรื่องสำคัญจะบอก เรื่องอะไร?”
ซูจิ่งสิงเองก็คิดไม่ถึงว่าหลี่ซือซือจะเรียกทุกคนมากันพร้อมหน้า
ลูกพี่ลูกน้องของเขาคนนี้ไม่เพียงแต่ไม่เข้าใจสถานการณ์แล้ว แถมยังจะโง่มากอีกด้วย
ห่างจากนี้ไม่ไกลนัก เหยียนฮูหยินแทบจะพุ่งตัวเข้าไปเรียกกู้หว่านเยว่กลับมา ให้นางมาจับชู้ให้ได้คาหนังคาเขา
ทันทีที่ถึงเกวียนที่จอดอยู่ ก็ได้ยินซูจิ่งสิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“เสี่ยวกู้ หลี่ซือซืออยากให้ข้าเลิกกับเจ้า นางบอกว่าจะแต่งงานกับข้า นางกล้ากล่าวเช่นนี้ เสี่ยวกู้สอนนางอย่างนั้นหรือ?”
หลี่ซือซือที่กำลังดีใจเวลานี้ราวกับถูกฟ้าผ่า บ้านใหญ่สกุลซูก็คาดไม่ถึง ว่าหลี่ซือซือที่ภายนอกดูว่านอนสอนง่ายจะแอบมากล่าววาจาเหล่านี้กับซูจิ่งสิง
นี่เป็นวาจาที่หญิงสาวควรกล่าวออกมาอย่างนั้นหรือ?
แม้แต่หญิงชราที่โปรดปรานหลี่ซือซือมากก็ถึงกลับมองนางด้วยสายตาแปลกใจ
กู้หว่านเยว่ไม่ได้บอกเรื่องเหยียนฮูหยินคาบข่าวไปบอก นางเพียงถือตะกร้าเดินเข้าไป เลิกคิ้วและกล่าวว่า
“ดูไม่ออกจริง ๆ ว่าเจ้าจะไม่รักษาน้ำใจกันเพียงนี้”
พอเห็นใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยหยดน้ำตาของหลี่ซือซือ นางก็อดสงสารไม่ได้
แต่พอกลับมาคิดทบทวน นี่มันนิสัยของพระเอกแนวแบดบอยใช่ไหม? หากเห็นผู้หญิงเสียน้ำตาหน่อยก็ใจอ่อนทันที และคงไม่ใช่พระเอกแนวแบดบอยอีกแล้ว
กู้หว่านเยว่ไม่ได้เก็บเรื่องของหลี่ซือซือมาใส่ใจ เห็นเป็นเพียงเรื่องสนุกเท่านั้น เวลานี้นางฮัมเพลงพลางปอกเปลือกหน่อไม้อย่างสบายใจ
เมื่อกู้จิ่งสิงเห็นนางกล่าวเช่นนี้ ก็คิดว่านางคงจะหึง
เขาอยากรู้เสียแล้วสิว่ากู้หว่านเยว่ที่ไม่ยอมแต่งงานกับเขาในตอนแรก ตอนนี้เริ่มชอบเขาขึ้นมาแล้วใช่ไหม?
กู้หว่านเยว่ไม่รู้ว่าเขากำลังเข้าใจผิด ในหัวของนางคิดเพียงว่าคืนนี้จะกินอะไร ไก่ต้มหน่อไม้ก็ไม่เลว
ไม่ทันรอให้กู้หว่านเยว่เข้าใจ ก็ถึงเวลาพักแล้ว นักการในศาลาว่าการก็หวดแส้กระตุ้นทุกคนในเดินทางต่อ
นักโทษจะต้องเดินให้ได้อย่างน้อยยี่สิบห้ากิโลเมตรในทุกวันเมื่อวานเป็นเพราะฝนตกหนักทำให้การเดินทางล่าช้า ดังนั้นวันนี้จึงต้องเดินทางให้ได้มากกว่ายี่สิบห้ากิโลเมตร
ดินที่เพิ่งผ่านฝนมาในเวลานี้อุ้มน้ำมาก ทุกคนต้องฝ่าแดดที่สาดแสดงจ้าด้วยความยากลำบาก
บางคนถึงกับทนไม่ไหว เป็นลมล้มตึงลงไปบนพื้น แต่ถูกแส้ของนักการในศาลากระตุ้นจนฟื้น
“ร้อนจะตายแล้ว ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว”
“เดินแบบนี้ทุกวัน เมื่อไหร่จะจบ”
“หากข้ามีปีกก็คงดี ข้าจะบินไปให้ถึงวิหารหนิงกู่เลย”
“......”
ท่ามกลางเสียงบ่นอุบอิบของทุกคน ดวงอาทิตย์ในเวลานี้ได้ตกหลังเขาไปแล้ว ท้องฟ้าเริ่มมืดลง
“หัวหน้า ดูนั้น!”
จางเอ้อร์กล่าวด้วยความตกใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...