“อย่ากังวล พวกเขาไม่เป็นอะไร”
กู้หว่านเยว่ไม่มีทางพูดหรอกว่าคนเหล่านั้นถูกทุบตี ในสายตาของนาง กลุ่มคนสกุลซูนั่นไม่มีค่าอะไร ซูหรานหร่านไม่จำเป็นต้องสนใจพวกเขาอีกต่อไป
หลายคนเดินกลับไปด้วยกัน สุดท้ายก็พบซุนอู่ที่ออกมาตามหาคนพอดี
“เกิดอะไรขึ้น?” ซุนอู่เดินขึ้นหน้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา
ซูหรานหร่านตกใจกับความดุดันของซุนอู่ รีบบอกว่า “ท่านนักการซุน ข้าไม่ได้หนี ข้า...”
“ถ้าเจ้าไม่ได้หนีเหตุใดกลางดึกถึงไม่เห็นแม้เงา?!”
“พี่ใหญ่ซุน ใจเย็นก่อน”
กู้หว่านเยว่ดึงเขาไปทางด้านหนึ่ง แล้วอธิบายความเป็นมาเป็นไปภายในภูเขาจำลองโดยละเอียด
ซุนอู่ฟังจบก็ขนหัวลุกไปเลย “เจ้าพูดจริงหรือ?”
“เรื่องเหลวไหลเช่นนี้ยังโกหกได้อีกหรือ? คนคนนั้นได้ถูกส่งมอบให้หนานหยางอ๋องไปจัดการแล้ว”
ซุนอู่รู้เช่นกันว่ากู้หว่านเยว่จิตใจสูงส่ง ไม่อาจโกหกเพื่อช่วยซูหรานหร่านให้พ้นผิด เขาสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
“บ้าบอชะมัด โหดเหี้ยมกันทั้งกลุ่ม!”
กู้หว่านเยว่ช่วยอธิบาย “โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร ซูหรานหร่านก็ไม่ได้ตั้งใจ เรื่องราวครั้งนี้อย่าตำหนินางอีกเลย”
ซุนอู่พยักหน้า แสร้งทำเป็นโกรธพร้อมกับเอ่ยปากเตือนสองสามประโยค
“ในเมื่อแม่นางกู้ขอความกรุณาให้เจ้า ครั้งนี้ก็ให้แล้วกันไป แต่คราวหน้าเจ้าต้องระมัดระวังหน่อย
ห้ามออกไปเดินเล่นตามอำเภอใจอีก ทำให้สับสนอลหม่านกันไปหมด”
ซูหรานหร่านรีบพยักหน้า ก่อนจะพูดอย่างรู้กาลเทศะ
“ขอบคุณท่านนักการซุน”
หวังปี้กล่าว “ในเมื่อเดินมารอบหนึ่งแล้ว ข้าจะส่งพวกเจ้ากลับไปที่เตียงนอนรวมแล้วกัน”
เขายังถือโอกาสเตือนนักการในศาลาว่าการที่เตียงนอนรวมที่อยู่ติดกัน ให้จับตาดูลูกน้องให้ดี อย่าทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก
ทั้งหมดกลับไปที่เตียงนอนรวม ซุนอู่สั่งคนมาแก้มัดให้สมาชิกตระกูลซู
เมื่อเห็นคนหลายคนถูกทุบตี ซูหรานหร่านก็รู้สึกผิด รีบเข้าไปช่วยประคองซูหัวหยางขึ้นมา
“ท่านพ่อ ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
แต่ไม่คาดคิดว่าซูหัวหยางจะพลิกฝ่ามือตบหน้านาง
“...”
ซูหรานหร่านจะล้มมิล้มแหล่ โชคดีที่ได้หวังปี้คอยประคองไว้
“ท่านยังเป็นพ่ออยู่ไหม ลูกสาวของตัวเองตกอยู่ในอันตรายแล้ว ท่านไม่ปลอบใจนาง ซ้ำยังพูดจาประชดประชันอีกหรือ?
ท่านเป็นแบบนี้ น่าจะโดนทุบตีให้ตายไปตั้งแต่เมื่อครู่ ลูกสาวบ้านไหนมีพ่ออย่างท่าน ถือว่าโชคร้ายยิ่งนัก”
“เจ้า เจ้า ๆ ๆ ...”
ซูหัวหยางโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง จ้องมองหวังปี้อย่างอึมครึม
“ทำไมหรือ ไม่พอใจก็มาตีข้าสิ ถ้าข้าได้ยินท่านด่าคนอื่นเลอะเทอะอีก ข้าจะตัดลิ้นท่านทิ้ง”
ว่าแล้วก็ชักดาบยาวออกมา จนซูหัวหยางสะดุ้งโหยง ปากบ่นพึมพำ
“ข้าจะไม่โต้เถียงกับเจ้า...”
“ขี้ขลาด”
หวังปี้ดูถูกคนแบบนี้ที่สุด นึกสงสารซูหรานหร่านอยู่ในใจจริง ๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...