หลายครอบครัวต่างสบตากัน น้ำเสียงของผู้ใหญ่บ้านเฉินแสดงอำนาจต่อพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด!
ให้ตายเถอะ เหล่านักโทษถูกกดขี่ข่มเหงมาตลอดทางแล้วนะ
กว่าจะเดินทางมาถึงเจดีย์หนิงกู่ไม่ใช่เรื่องง่าย นี่ยังต้องโดนกดขี่อีกหรือ?
นายท่านหลี่กล่าวถามด้วยน้ำเสียงหยาบกระด้าง “ขอถามผู้ใหญ่บ้านหน่อย ที่พักของพวกเราคือที่ไหน?”
“รีบทำไม ผู้ใหญ่บ้านพูดอยู่ เจ้ากล้าพูดแทรกได้อย่างไร?”
ผู้ใหญ่บ้านเฉินส่งเสียงฮึดฮัดน้ำเสียงเย็นชาออกมา แสดงอำนาจอย่างมาก
นายท่านหลี่ขมวดคิ้วแน่น “พวกเราไม่ใช่นักโทษ คนที่มาถึงเจดีย์หนิงกู่ล้วนแต่เป็นคนของทางการ ทำไมพวกเราจะพูดแทรกเจ้าไม่ได้?”
น้ำเสียงของผู้ใหญ่บ้านเฉินกำลังบอกว่าพวกเขาอยู่ต่ำกว่าอย่างไรอย่างนั้น?
“พวกเจ้าคือนักโทษ เป็นคนนอก และเป็นทาสผู้ต่ำต้อย!” ดวงตาของผู้ใหญ่บ้านเฉินฉายแววโหดร้าย มิน่าล่ะใต้เท้าสวีถึงอยากสั่งสอนพวกเขา หัวรั้นกันยิ่งนัก
“พวกเจ้าอยากได้บ้านไม่ใช่หรือ” ผู้ใหญ่บ้านเฉินชี้ไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ “ตีนเขามีบ้านที่ไม่มีใครใช้มานานกว่าสิบปีว่างอยู่พอดี พวกเจ้าไปพักที่นั้นละกัน”
กู้หว่านเยว่เห็นรอยยิ้มที่แสดงความมุ่งร้ายของผู้ใหญ่บ้านเฉิน ลางสังหรณ์กำลังบอกนางว่าบ้านที่ตั้งอยู่ตีนเขาต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน
ผู้ใหญ่บ้านเฉินกลับกำลังรอดูความพินาศของพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด เขาสะบัดมือ เดินจากไปโดยไม่สนใจพวกเขา
แต่ก่อนจะเดินจากไปเขายังไม่วายพึมพำว่า “พวกยาจก มาจากเมืองหลวงงั้นหรือ ก็แค่คนตกอับ โชคร้ายยิ่งนัก”
“เจ้าหยุดนะ เจ้าว่าอะไรนะ!”
นายท่านหลี่ถกแขนเสื้ออย่างโกรธเคือง แต่ถูกซูจิ่งสิงขวางไว้
“อย่าบุ่มบ่าม จัดการที่อยู่ก่อน ดูสถานการณ์ของหมู่บ้านสือหานไปก่อน”
ที่ผู้ใหญ่บ้านเฉินไม่เกรงกลัวเช่นนี้ จะต้องมีคนในหมู่บ้านหนุนหลังอยู่แน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาเดินทางมาหนึ่งวันเต็ม อยากพักผ่อนเต็มทีแล้ว มิเช่นนั้นหากฟ้ามืด อาจต้องนอกอยู่นอกบ้านก็ได้
“พี่ใหญ่ ท่านพาพวกเราไปดูบ้านตรงตะวันตกเฉียงใต้ก่อนดีไหม?”
กู้หว่านเยว่ล้วงหยิบแผ่นทองแดงจำนวนหนึ่งออกมา จากนั้นเรียกชาวบ้านที่แอบมองเหตุการณ์ผ่านช่องเสาเข้ามา
ก้มหัวให้ผู้ใหญ่บ้านเฉินที่บ้าอำนาจเช่นนั้นหนึ่งครั้ง ก็อาจจะต้องก้มหัวให้ตลอดไป
กู้หว่านเยว่เอียงศีรษะไปกระซิบข้างหูของซูจิ่งสิง “ผู้ใหญ่บ้านเฉินและใต้เท้าสวีเป็นพวกเดียวกัน หากพวกเราจะอยู่ที่นี่....”
“ก็ต้องจัดการพวกเขาให้อยู่หมัดเสียก่อน” นัยน์ตาของซูจิ่งสิงฉายแววอาฆาตแค้น
สองสามีภรรยาแอบวางแผนกันเงียบ ๆ แล้วฟังหวังต้าโก่วเล่าสถานการณ์ในหมู่บ้านสือหานต่อไป
ตอนนี้อยู่ในช่วงฤดูหนาวแล้ว พืชผลไม่สามารถปลูกได้ในอากาศเช่นนี้ แม้แต่หญ้าสักต้นก็ไม่มีให้เห็น
ทิ้งร้างไปทั่วทุกหนทุกแห่ง
นายท่านหลี่อดถามไม่ได้ “ปลูกพืชผลก็ไม่ได้ แล้วปกติทุกคนกินอะไรกัน”
“กินมันเทศ หมั่นโถว ผักดอง....หากไม่มีจริง ๆ ก็เปลือกไม้ รองท้องไปก่อน” หวังต้าโก่วสูดจมูกที่แดงก่ำ
“กินมันเทศ?!” นายท่านหลี่กัดลิ้นอย่างสิ้นหวัง พวกเขาต้องกินมันเทศประทังชีวิตเท่าไหร่กัน?
“แล้วพวกเจ้าไม่ปลูกข้าวหรือข้าวสาลีสักอย่างละ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...