หนานหยางอ๋องและเมี่ยชิงหว่านพูดคุยอยู่ข้างในเป็นเวลาครึ่งชั่วยาม
ครึ่งชั่วยามต่อมา เมี่ยชิงหว่านก็เดินออกมาด้วยดวงตาแดงก่ำ เดินไปหากู้หว่านเยว่
“พี่หญิงหว่านเยว่ พี่ใหญ่ซู ท่านพ่อบอกให้พวกท่านเข้าไปเจ้าค่ะ เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะหารือกับพวกท่าน”
แม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ของหนานหยางอ๋องจะไม่สู้ดีนัก ทั้งยังตกอยู่ในอันตราย
เหลือเวลาให้เขาคุยกับเมี่ยชิงหว่านไม่มากนัก เขาต้องรีบจัดเตรียมกำลัง ย้ายคนไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
“เกาซิ่นพาคนออกตามหาครั้งใหญ่อยู่ด้านนอก อยากออกจากลั่วอันโดยไม่เป็นที่สังเกต ยากอย่างยิ่งขอรับ”
กู้หว่านเยว่เตือนว่า “ท่านอ๋องผู้เฒ่า ด้วยอาการบาดเจ็บท่านในตอนนี้ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาเจ็ดแปดวันถึงจะเคลื่อนไหวร่างกายได้ ทั้งเส้นทางที่ต้องเดินทางยังขรุขระไม่เรียบง่าย ดังนั้น พักอยู่ที่นี่จึงดีที่สุดแล้ว”
หนานหยางอ๋องกระดูกซี่โครงและกระดูกไหปลาร้าหัก เมื่อประกอบกับความชราและการฟื้นตัวที่ค่อยข้างช้า เจ็ดแปดวันถือเป็นเวลาที่ค่อนข้างเร็วแล้ว
เพราะอย่างน้อย ก็ต้องพักผ่อนถึงครึ่งเดือนเป็นอย่างต่ำ
“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้ากังวลที่สุดหรอก”
หนานหยางอ๋องมองดูกู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงอย่างลึกซึ้ง
“แม่นางน้อยกู้ คุณชายซู จริงๆ แล้ว ข้ามีเรื่องจะขอ”
เมื่อกู้หว่านเยว่ได้ยินคำว่า “ขอ” นี้ ดวงตาของนางก็ขยับเล็กน้อย มองไปที่ซูจิ่งสิง
ดูเหมือนว่าสิ่งที่หนานหยางอ๋องต้องการนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น อย่างไรพวกเขาก็ควรจะฟังดูก่อน
“ท่านอ๋องผู้เฒ่า เชิญกล่าว”
“ข้าแก่แล้ว มีชีวิตอยู่มานานพอแล้ว ความตายไม่ใช่เรื่องน่าเสียดายอะไรอีก แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ติดตามข้าในอดีต ครอบครัวของพวกเขา รวมถึงบ่าวรับใช้ผู้บริสุทธิ์ของจวนหนานหยาง ตอนนี้ล้วนถูกจำคุกในเรือนจำลั่วอัน”
หนานหยางอ๋องสูดหายใจลึกๆ
“เกาซิ่นเป็นคนโหดร้าย เขาจะต้องกำจัดคนพวกนี้ให้สิ้นซากอย่างแน่นอน ได้โปรด ช่วยพวกเขาออกมาด้วย”
หนานหยางอ๋องยิ่งใหญ่เกรียงไกร ยโสถึงเพียงใด
แต่ยามนี้ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆ
กู้หว่านเยว่ก็คิดไปว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร ที่แท้ก็ให้นางไปช่วยคน เรื่องนี้สำหรับนางแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ขอเพียงท่านช่วยคนบริสุทธิ์ออกมาจากเรือนจำลั่วอันได้
ชีวิตของพวกเขาและชีวิตของข้า จะเป็นของคุณชายซูทันที”
หนานหยางอ๋องพูดขึ้น พลางพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่กลับรู้สึกเจ็บหน้าอกอย่างมาก จำต้องนอนราบลงไปอีกครั้ง
“ท่านอ๋อง ท่านอย่าลุกขึ้นมาขอรับ ไม่เช่นนั้นจะเจ็บเอาได้”
ซูจิ่งสิงรู้สึกตื่นเต้น แต่สีหน้าไร้ซึ่งการแสดงออก เขาและกู้หว่านเยว่หันมองหน้ากัน พลันเข้าใจถึงความจริงใจของหนานหยางอ๋องที่มีให้ทันที
“มีคำนี้ของท่านอ๋องอยู่ ข้าทั้งสองย่อมต้องพยายามเต็มที่แน่นอนขอรับ”
ซูจิ่งสิงไม่เกรงใจ เก็บตราพยัคฆ์และตราประทับไว้ในแขนเสื้อทันที
ในอนาคต เขายังต้องเตะฮ่องเต้าสุนัขตัวนั่นลงจากบัลลังก์ด้วยตัวเอง ย่อมต้องการสิ่งเหล่านี้อยู่พอดี จึงไม่จำเป็นต้องแสร้งปฏิเสธ
บังเอิญนัก ซูจิ่งสิงก็คิดจะไปลั่วอัน พบหน้าเจ้าเกาซิ่นนั่นอยู่เหมือนกัน
พวกเขาทั้งสี่พูดคุยรายละเอียดอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่แม่ทัพหลี่ก็จดรายชื่อสมาชิกในครอบครัว รวมถึงผู้ใต้บังคับบัญชาที่สำคัญ มอบให้กู่หว่านเยว่เพื่อเก็บไว้ วางแผนช่วยเหลือในภายหลัง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...