บุรุษผู้ใส่เสื้อผ้ารัดรูปทั้งตัว ดูแล้วคล้ายกับข้ารับใช้ของขุนนางใหญ่ เคราบนหน้าก็รกรุงรังน่าขยะแขยงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
“เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ”
หลี่เฉินอันกำหมัดแน่น ทุบโต๊ะอย่างโกธเคือง “อาจารย์และอาจารย์หญิงของข้าไม่ใช่พลหทารไร้นาม ท่านเป็นใคร กล้าดียังไงมาพูดแทรกเช่นนี้?”
กล้าว่าร้ายอาจารย์ของเขาโดยเฉพาะอาจารย์หญิง? เขาทนไม่ได้
เถาเอ๋อร์กลับคิดไม่ถึงว่าหลี่เฉินอันจะกล้าลองดีกับตนเช่นนี้ ในสายตาของนางหลี่เฉินอันเป็นแค่เครื่องมือ “หากไม่ใช่เพราะข้าเขียนถึงเจ้า เดิมทีเจ้าก็ไม่มีตัวตน เจ้ากล้าดีอย่างไรมากล่าวหาว่าข้าเป็นใคร?”
นางคือผู้เขียนต้นฉบับ เทียบกับองค์หญิงแล้ว ไม่สิ เทียบกับฮ่องเฮาแล้วยังมีเกียรติมากกว่าเสียอีก ชะตาของทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนแต่อยู่ในการควบคุมของนางทั้งสิ้น!
หลี่เฉินอันตกอยู่ในความงุนงง “ท่านแม่ให้กำเนินข้า จะมีตัวตนหรือไม่มันเกี่ยวอะไรกับเจ้าไม่ทราบ?”
วาจาของคนผู้นี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก หางตาของกู้หว่านเยว่กลับปรากฏเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่แท้เถาเอ๋อร์ก็เป็นผู้เขียนต้นฉบับนี่เอง
ในต้นฉบับกู้หว่านเยว่มักจะพูดแขวะถึงผู้เขียนอยู่หลายครั้ง ทำไมต้องเขียนให้ขุนนางผู้สร้างคุณงามความดีต้องตาย แล้วให้ชายชั่วหญิงเลวมาขึ้นครองบัลลังก์กลายเป็นมหาจักรพรรดิ
ตอนนี้นางเข้าใจแล้ว ที่แท้เถาเอ๋อร์ผู้นี้ก็ไม่เที่ยงธรรมนี่เอง
ครั้นรู้สถานะที่แท้จริงของอีกฝ่าย กู้หว่านเยว่กลับไม่ได้ตื่นตระหนก
“ต่อหน้าข้าสองคน กล่าวหาพวกเราว่าเป็นพลทหารไร้นาม เจ้าอยากลองดีกับพวกเขาใช่หรือไม่?”
“เถาเอ๋อร์” มู่หรงอวี้คว้าเถาเอ๋อร์มามาข้างกาย คิดว่าวันนี้นางคงจะบุ่บ่ามไปหน่อย เขาห่วงแต่เรื่องบัลลังก์ จึงไม่อยากให้เกิดเรื่องโดยไม่จำเป็น
“อย่าลืมจุดมุ่งหมายที่พวกเรามาวันนี้”
“ท่านอ๋อง....”
เถาเอ๋อร์ตระหนักได้ถึงสายตาตักเตือนของมู่หรงอวี้ จึงจำใจต้องถอยร่นไปด้านหลัง
“พวกเจ้าทั้งสอง ตราบใดที่พวกเจ้าตัดศีรษะของซูจิ่งสิงและกู้หว่านเยว่มาให้ข้าได้ เจ้าอยากได้สิ่งใด ข้าจะหามาให้เจ้า”
เขาดูออกว่าหลี่เฉินอันยังอายุน้อย สองคนนี้ต่างหากที่เป็นคนพูดจริงทำจริง
หลังจากครุ่นคิดพักใหญ่กู้หว่านเยว่ก็ตัดสินใจไม่ปล่อยให้โอกาสที่จะได้ขูดรีดอีกฝ่ายหลุดมือไป
“ตราบใดที่ท่านให้เงินข้า พวกเราสองสามีภรรยาจะลากคอซูจิ่งสิงและกู้หว่านเยว่มาตรงหน้าของท่าน และจัดการพวกเขา”
มู่หรงอวี้ขมวดคิ้วแน่นด้วยสีหน้าลำบากใจ
เถาเอ๋อร์ก็ขมวดคิ้วตามเช่นกัน จากนั้นก็กล่าวถามเสียงดำต่ำว่า “ท่านอ๋อง หรือว่าท่านไม่มีเงินเลยสักแดงเดียว?”
นางเขียนให้มู่หรงอวี้มีคลังส่วนตัวไม่ใช่หรือ?
เถาเอ๋อร์ไม่รู้ว่าคลังส่วนตัวเหล่านั้นถูกกู้หว่านเยว่รีดไถไปหมดแล้ว
“ไม่ใช่”
มู่หรงอวี้ไอเบา ๆ สองครั้ง จากนั้นก็มองไปทางกู้หว่านเยว่ “ข้าคือหวายหนานอ๋อง ร่วมมือกับข้า ข้าจะตอบแทนให้พวกเจ้ามากกว่านี้ ให้สิ่งที่มีค่ามากกว่าเศษเงินที่พวกเจ้าอยากได้แน่นอน”
“แต่พวกข้าสองคนชอบแค่เงิน ท่านอ๋องต้องคิดดี ๆ นะเจ้าคะ พวกเราไม่ได้มีความแค้นกับซูจิ่งสิง ไม่ได้เดือดร้อนอยู่แล้ว หากท่านอ๋องอยากให้เราจัดการ เพียงให้เงินก็เราก็พอ” กู้หว่านเยว่ตั้งใจยั่วยุเขา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...