กู้หว่านเยว่ชื่นชมยิ่งนัก แม้ว่าต้าฉีจะยังไม่มีแนวคิดในการผ่าตัด แต่ความคิดของปรมาจารย์แพทย์นั้นถูกต้อง สมแล้วที่เป็นปรมาจารย์แพทย์
“วิธีที่ข้าจะรักษาให้พระชายาหนานหยางก็คือวิธีการที่อาจารย์ของเจ้าได้กล่าวไว้ นั้นคือการผ่าตัด”
ลั่วยางเบิกตากว้าง ในตอนที่อาจารย์บอกวิธีนี้กับนาง นางรู้สึกว่ามันเป็นงานที่ใหญ่เกินตัวนางมาก
“ส่วนล่างเป็นส่วนที่สกปรกง่ายที่สุด หากแผลติดเชื้อขึ้นมา มีโอกาสทำให้เกิดไข้สูง และตายในทันที”
ลั่วยางคิดว่าในเมื่อกู้หว่านเยว่มีทักษะการแพทย์สูงกว่านาง ดังนั้นกู้หว่านเยว่ไม่มีทางไม่รู้เหตุผลนี้
“หากเป็นบุรุษที่มีร่างกายแข็งแรง อาจจะฝืนได้ แต่พระชายาหนานหยางเป็นสตรีที่มีร่างกายอ่อนแอ ย่อมทนไม่ได้”
เมื่อกู้หว่านเยว่เห็นลั่วยางเกิดความสงสัย จึงไม่ได้ร้อนใจ ตรงกันข้ามกลับคลี่ยิ้มพลางกล่าว
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีสองวิธีที่สามารถหลีกเลี่ยงการติดเชื้อได้”
ลั่วยางไม่รู้ นัยน์ตาของนางเปล่งประกาย และกล่าวถามอย่างร้อนใจ
“วิธีอะไร?”
“การฆ่าเชื้อและยาปฏิชีวนะ”
กู้หว่านเยว่หยิบกระเป๋ายาออกมา จากนั้นก็ลุกขึ้นและเดินออกไปข้างนอก “หากเจ้าอยากรู้ ก็ต้องมาเป็นลูกมือให้ข้า”
ลั่วยางอยากรู้หรือไม่? คำตอบคือนางอยากรู้มาก พอได้ยินประโยคนั้นนัยน์ตาของนางก็วูบไหว รีบสาวเท้าตามกู้หว่านยว่ไปทันที
“กู้หว่านเยว่ ไม่สิ พี่หว่านเยว่ ข้าจะถือกระเป๋ายาให้ท่านเอง”
กระทั่งเดินเข้าไป นางก็ยังไม่กล้าเชื่อ
“ท่านจะให้ข้าเป็นลูกมือข้างกายท่านจริง ๆ หรือ?”
การให้นางมาเป็นลูกมืออยู่ช่วยระหว่างการผ่าตัด นางย่อมใช้วิธีครูพักลักจำอย่างแน่นอน เช่นนี้นางจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร
แต่นางกลับไม่รู้ว่าเดิมทีแล้วกู้หว่านเยว่ไม่ใช่คนชอบซ่อนวิชา หากลั่วยางเรียกรู้ได้ ทักษะการแทพย์ก็จะพัฒนาตามไปด้วย
“เบิกตาให้กว้างล่ะ จะเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...