เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 541

ฝ่าบาทอย่าตรัสแบบหยุดกลางคันเช่นนี้สิพ่ะย่ะค่ะ ทำเอาใจไม่ดีเลย

อะไรคือเอากลับไปไม่ได้

เมื่อเผชิญหน้ากับสีหน้าสับสนของซูอี้ ฮ่องเต้ก็รู้สึกว่าการหยอกล้อคนหนุ่มสาวนี่ก็สนุกดีนะ

“อย่าเพิ่งตกใจไป อย่าตกใจ ข้าแค่อยากจะบอกว่า ภาพงานฉลองมงคลสมรสภาพนี้ จะมอบให้ข้าได้หรือไม่ ข้าอยากจะเก็บมันไว้ในวัง เพื่อสืบทอดไปนับพันปีในภายภาคหน้า ให้คนรุ่นหลังได้เห็นขนบธรรมเนียมการแต่งงานและวิถีชีวิตของประชาชนที่เจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่งในราชวงศ์ต้าจิ้นของข้า”

เป็นเช่นนี้นี่เอง ซู่อี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เช่นนั้นก็ดีจริงๆ การที่ภาพนี้อยู่ในวังหลวงกับอยู่กับหมู่ชาวบ้านนั้น คุณค่าของมันมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“ได้อยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงมองเห็นคุณค่าในผลงานของกระหม่อม ถือเป็นโชคดีที่สุดในชีวิตของกระหม่อมแล้ว”

เพียงแต่น่าเสียดายที่ภาพวาดนี้ไม่สามารถให้หวานหว่านได้ดูเป็นการส่วนตัวแล้ว

“เจ้าใช้ชื่อว่าอู๋ย่างจวีซื่อใช่ไหม”

ฮ่องเต้สังเกตเห็นตราประทับที่มุมภาพ

ซูอี้พยักหน้า

“ชื่อนี้มีที่มาอย่างไรหรือ” ฮ่องเต้ถามต่อ

ซูอี้จึงได้อธิบายถึงที่มาและความหมายอันลึกซึ้งของนามอู๋ย่างจวี้ซื่อที่เขานำมาใช้

ฮ่องเต้ฟังไปพลางพยักหน้าไปเป็นการแสดงความเห็นด้วย

หลังจากนั้น เขาจึงเรียกขันทีลู่ให้นำภาพงานฉลองมงคลสมรสมากางบนโต๊ะ ก่อนจะนำตราประทับมาประทับใต้นามอู๋ย่างจวีซื่อ ส่งผลให้ภาพนี้มีมูลค่าสูงยิ่งขึ้นไปอีก

ซูอี้เพ่งมองตราประทับอันเป็นสัญลักษณ์แห่งองค์ฮ่องเต้ผู้ทรงอำนาจ ความรู้สึกภายในพลันพลุ่งพล่านอย่างท่วมท้นจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

“เสี่ยวลู่จื่อ! ถ่ายทอดคำสั่งของข้าไปสั่งการ ให้กองพระราชสำนักเร่งทำตราประทับขึ้นมาให้อู๋ย่างจวีซื่อ แล้วทำป้ายไม้แกะสลักตัวอักษรนำไปส่งที่จวนตระกูลซูด้วย

จากนั้นเจ้าจงจัดให้คนไปทำความสะอาดตำหนักเล็กในหอหรูอี้ให้เรียบร้อยเพื่อเป็นที่พักชั่วคราวให้แก่อู๋ย่างจวีซื่อ ในช่วงเวลาต่อจากนี้ อู๋ย่างจวีซื่อจำเป็นต้องวาดภาพเหมือนให้แก่ข้าและเหล่าพระสนมทั้งหมดในวังหลัง เจ้าจงจัดหาคนไปคอยดูแลปรนนิบัติเขาด้วย”

การกระทำเช่นนี้ของฝ่าบาทเท่ากับเป็นการยอมรับในฐานะจิตรกรของซูอี้ ทั้งยังเป็นการมอบเกียรติยศชั้นสูงให้เขาอีกด้วย

การได้รับตราประทับและป้ายพระราชทาน ช่างเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่จริงๆ!

ขันทีลู่เห็นว่าฮ่องเต้ทรงให้ความสำคัญกับอู๋ย่างจวีซื่อมากเพียงนี้ ย่อมรู้ดีว่าจะต้องทำเช่นไร จึงรีบไปจัดการตามรับสั่งโดยไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อย

ตระกูลซูมีวาสนานัก มีคนสนิทข้างกายฝ่าบาทเพิ่มมาอีกคนหนึ่งแล้ว ช่างเป็นมงคลอันสูงส่งอย่างแท้จริง

ในภายหน้าหากได้พบกับคนตระกูลซู คงต้องเอาใจใส่ให้ดีเสียหน่อย ตระกูลนี้เป็นยอดคนจริงๆ

ซูอี้คุกเข่าลงอีกครั้งและทำความเคารพอย่างนอบน้อม

แม้แต่หนวดเคราทุกเส้นยังเห็นได้เด่นชัด

ฮองเฮาก็พอใจอย่างยิ่ง นางสวมชุดหงส์และมงกุฎหงส์ ภาพนั้นสื่อถึงความสง่างามแห่งการเป็นมารดาของใต้หล้าออกมาได้อย่างสมบูรณ์

หลังจากฮ่องเต้และฮองเฮาได้ดูภาพวาดแล้ว ต่างก็พระราชทานรางวัลเป็นการส่วนตัวให้แก่เขา

นับตั้งแต่ผนวกกิจการอวี้เหยียนถังเข้ามาได้เพียงสองเดือน ท้องพระคลังของราชสำนักก็กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง และการใช้จ่ายของวังหลังทั้งหมดก็ค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพปกติ

ดังนั้น เหล่านางสนมจึงสามารถพระราชทานของรางวัลได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

เมื่อเห็นกองผ้าไหมและผ้าแพรต่างๆ ซูอี้ก็ตัดสินใจว่าจะนำผ้าสีอ่อนสดใสให้ซูหว่าน ส่วนผ้าที่สีเข้มขึ้นจะมอบให้ท่านแม่

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ซูอี้ก็เริ่มวาดรูปให้นางสนมแต่ละคน โดยเริ่มจากเฉินกุ้ยเฟยแล้วไล่ลำดับลงไป ซึ่งการวาดภาพแต่ละคนต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งวันเต็ม

นอกจากนี้ ยังมีนางสนมบางคนที่มีข้อเรียกร้องมากมาย เช่น ให้วาดใบหน้าเล็กลง วาดตาโตขึ้น หรือวาดให้ดูผอมลงอีกหน่อย

ซูอี้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะตอบสนองความต้องการของพวกนางเท่าที่ไม่มากเกินไป

แม้ซูอี้จะยังมิได้กลับมาถึงจวน แต่แผ่นป้ายไม้แกะสลักปิดทองที่สั่งทำพิเศษจากในวังก็ถูกส่งมาถึงจวนสกุลซูแล้ว

อักษรสี่ตัวอู๋ย่างจวีซื่อบนแผ่นป้ายนั้นเป็นลายมือที่ฮ่องเต้ทรงเขียนด้วยพระองค์เอง

เมื่อแผ่นป้ายมาถึง ผู้คนในสกุลซูต่างออกมาต้อนรับพร้อมเพรียงกัน จากนั้นก็ช่วยกันนำป้ายนี้ไปแขวนไว้ที่ใจกลางห้องหนังสือในเรือนของซูอี้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม