เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 540

“ฮ่าฮ่า เห็นท่าทางของเจ้าดูค่อนข้างกระตือรือล้น คงจะมั่นใจในฝีมือของตัวเองมากสินะ”

เเต่เดิมฮ่องเต้คิดว่า หลังจากเขาได้ยินเรื่องนี้เเล้วจะรู้สึกประหลาดใจเเละลังเลอยู่บ้าง เพราะอย่างไรเสียก็เป็นการวาดภาพเหมือนให้ฮ่องเต้ผู้ทรงอำนาจ เเละฮองเฮาผู้เป็นที่เคารพของแผ่นดิน หากทำพลาดพระองค์ไม่พอใจ ก็อาจจะลงโทษได้ เเต่ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มผู้นี้กลับมีท่าทีที่ดูคาดหวังอย่างมาก ดูเหมือนว่ามหาบัณฑิตไม่ได้กล่าวเกินจริงไปเลย

“ฝ่าบาทยินดีที่จะให้โอกาสเเก่สามัญชนอย่างผู้น้อย ผู้น้อยก็จะคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดี โอกาสในชีวิตคนเรามีไม่มากนัก ในเมื่อเจอแล้ว ก็ต้องคว้าไว้ให้มั่นคง”

ซูอี้พูดตรงไปตรงมา ฮ่องเต้กลับชื่นชมในความจริงใจของเขาอยู่บ้าง จึงทรงเเย้มสลวลยิ่งขึ้น

“ดี พูดได้ดี เรายังได้ยินมาว่า ในวันวิวาห์ของซูซื่อหลาง เจ้าได้วาดภาพในงานเลี้ยงแต่งงานวันนั้นด้วย เจ้าได้นำมาด้วยหรือไม่ ไม่รู้ว่าเราจะมีวาสนาได้ชื่นชมสักครั้งหรือไม่”

การที่ฮ่องเต้ทรงใช้คำว่ามีวาสนา ทำให้ผู้คนตกใจมาก เเม้ซูอี้จะสงบเพียงใด เเต่ในใจก็อดตื่นตระหนกไม่ได้

เพราะการรับใช้เบื้องพระพักตร์ ก็เหมือนกับการอยู่ใกล้เสือ คำพูดที่ฮ่องเต้ได้ตรัสออกมาเป็นครั้งคราว ก็เพียงพอที่จะให้เจ้าต้องตื่นตระหนกไปนานเเล้ว

ภาพวาดอยู่ในมือของลู่กงกง เขาให้ขันทีน้อยสองสามคนเข้ามา เเละเปิดภาพวาดต่อหน้าฮ่องเต้

ภาพวาดงานเลี้ยงนี้มีความยาวสองเมตร ด้านบนจากด้านหน้า ไปด้านหลัง บันทึกรายละเอียดทั้งหมดตั้งเเต่โถงด้านหน้า ไปจนถึงลานด้านหลังของจวนสกุลซูในวันงานเลี้ยง

ตัวละครที่อยู่ในภาพนั้น เป็นผู้ที่มีตัวตนจริงๆในงาน ซึ่งเปรียบเสมือนมีเลือดเนื้อ

บุคคลสำคัญบางท่าน ยังมีการใช้ผงทองวาดรายละเอียดลงไปเป็นพิเศษ หากมองดูอย่างละเอียดจะสามารถเห็นชื่อของพวกเขาได้

ในตอนกลางวันหากมองจากมุมเอียงๆภายใต้เเสงเเดด ในตอนกลางคืนหากใช้เทียนไขส่องดูก็จะสามารถมองเห็นได้เช่นกัน

ฮ่องเต้เสด็จลงมาจากราชบัลลังก์ มาถึงด้านหน้าภาพวาดงานเลี้ยงนี้ เเละทรงโน้มพระวรกายลงเล็กน้อย เพื่อพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด

ส่วนซูอี้ก็ยืนอยู่ด้านข้างอย่างสงบเสงี่ยมเเละสำรวม

ภาพวาดนี้สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการเเต่งงานของแคว้นจิ้นได้อย่างดีเยี่ยม เเละยังเเสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองและรุ่งโรจน์ของราชวงศ์นี้ได้อีกด้วย

ตัวละครที่อยู่ในภาพ ตั้งเเต่ขุนนางชั้นสูงผู้ทรงอำนาจ ไปจนถึงพนักงานบริการตัวเล็กๆ เเต่ละคนต่างมีชีวิตชีวาเเละเหมือนจริง

รอยยิ้มบนใบหน้า เเละท่วงท่าการเคลื่อนไหวของร่างกายนั้น ช่างสมจริงยิ่งนัก

เครื่องเเต่งกายของทุกคนยังเเสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรมที่หลากหลายในเเคว้นจิ้น เครื่องประดับปิ่นปักผมเเละกำไลที่สตรีชั้นสูงสวมใส่ ยังบ่งบอกถึงความก้าวหน้าในด้านงานฝีมือต่างๆของราชวงศ์นี้ได้อีกด้วย

“ฝ่าบาทกล่าวเกินไปเเล้วพะยะค่ะ”

“เจ้าคู่ควร ไม่ต้องถ่อมตัว เพียงเเต่ลานบ้านเเห่งนี้ ดอกฝูหรงบานสะพรั่ง และมีหญิงสาวเพียงผู้เดียว ในฤดูนี้ยังไม่ถึงฤดูที่ฝูหรงจะบาน มีความหมายอะไรเป็นพิเศษหรือไม่”

ซูอี้ได้ยินคำบรรยายของพระองค์ จึงรู้ได้ทันทีว่ากำลังหมายถึงสิ่งใด

“กราบทูลฝ่าบาท หญิงสาวในชุดม่งงที่กำลังแกว่งชิงช้าในส่วนนี้ คือน้องสาวของผู้น้อย หรือก็คือเซวียนเล่อจวิ้นจู้ นางชอบดอกฝูหรงมาโดยตลอด เเต่หากจะวาดนางคนเดียวในลานบ้านก็ดูเงียบง่ายเกินไป คิดไปคิดมาจึงเพิ่มดอกฝูหรงที่บานสะพรั่งเข้าไป

เดิมทีตั้งใจจะบันทึกความยิ่งใหญ่ของงานเเต่งงานของพี่ชาย เพื่อในวันหน้าจะได้ให้ลูกหลานได้ดู เเล้วก็คิดอยากให้น้องสาวมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร จึงได้เกิดเเนวคิดนี้ขึ้นพะยะค่ะ”

เขาไม่เคยคิดเลยว่า หลังจากวาดภาพนี้เสร็จ คนเเรกที่ได้เห็นกลับเป็นฮ่องเต้นั่นเอง

“ดูออกว่า พวกเจ้าพี่น้องสกุลซูต่างก็รักเเละเอ็นดูเซวียนเล่อจวิ้นจู่มาก จวิ้นจู่มีจิตใจที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม ก็สมควรที่จะได้รับความรักเเละความเอ็นดูจากพวกเจ้า เพียงเเต่ภาพวาดงานแต่งงานของเจ้านี้ เกรงว่าวันนี้คงจะนำกลับไปไม่ได้แล้ว”

ฮ่องเต้ไม่ได้ทรงซักถามอะไรมากนักในเรื่องนี้ การที่พี่น้องจะรักเเละเอ็นดูต่อน้องสาวของตัวเอง ก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครตำหนิได้ เเต่คำพูดสุดท้ายนี้ทำให้ซูอี้ถึงกับไม่อาจสงบสติอารมณ์ได้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม