สาวใช้คนสนิทข้างกายเจียเฉิง นำจานที่มีผลไม้ป่าสีแดงสดใสจานหนึ่งเข้ามา
ด้านล่างรองด้วยใบไม้สีเขียวที่ล้างสะอาดแล้ว ผลไม้ป่าก็ถูกล้างแล้วเช่นกัน เพราะยังมีน้ำค้างหยดอยู่บนนั้น
ได้ยินว่าเป็นของที่ซูเฉินนำมาให้ ซูหว่านและซุนหลิงเอ๋อร์ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นเรื่องซุบซิบอย่างพร้อมเพรียง
ซูหว่านไม่แปลกใจกับผลไม้ป่านี้เลย มันก็คือผลไม้ที่พบเห็นได้ทั่วไปบนเขานั่นแหละ รสชาติหวานๆ เหมือนสตรอว์เบอร์รีลูกเล็กๆ เมื่อก่อนแถวหุบเขาซานหยางมีเยอะแยะไปหมดในช่วงเวลานี้
พอเจียเฉิงได้ยินว่าเป็นของที่ซูเฉินส่งมาให้ ก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
นางถือจานไว้ในมือ มองดูผลไม้ป่าพวกนี้อย่างมีความสุข ผลิยิ้มอย่างหวานซึ้ง
“แล้วท่านแม่ทัพซูเล่า? ทำไมเจ้าไม่เชิญเขาเข้ามา?”
“เรียนจวิ้นจู่ ท่านแม่ทัพซูบอกว่า เขายังต้องไปปฏิบัติหน้าที่ จึงไม่ขอเข้ามาข้างในเจ้าค่ะ” สาวใช้ตอบกลับ
เจียเฉิงได้ยินดังนั้น ความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยก็ผุดขึ้นในใจอย่างห้ามไม่ได้
“อืม...” น้ำเสียงก็เป็นเช่นนั้น
ซูหว่านและซุนหลิงเอ๋อร์สบตากัน ด้วยสีหน้า เข้าใจทุกอย่าง
“โอย พี่สามก็ใส่ใจเป็นนี่นา เก็บผลไม้แล้วนำมาให้หญิงสาวเป็นพิเศษ นี่พี่หลิงเอ๋อร์ ท่านเคยเห็นพี่สามเป็นแบบนี้มาก่อนไหม?” ซูหว่านเริ่มหยอกล้ออย่างจงใจ
เมื่อทั้งสองคนสบตากัน ซุนหลิงเอ๋อร์ก็ให้ความร่วมมือกับนาง
“ไม่เคยเห็น ไม่เคยเห็นเลย ซูเฉินไม่ใช่คนเงียบขรึมมาโดยตลอดเหรอ? นอกจากคนในครอบครัวของเราแล้ว ยังไม่เคยเห็นเขาใส่ใจหญิงสาวคนไหนขนาดนี้เลยนะ”
“ใช่แล้วเจียเจีย เจ้ากับพี่สามของข้ามีเรื่องอะไรที่พวกเราไม่รู้เกิดขึ้นหรือเปล่า?
ยังเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันอยู่ไหม? ทำไมถึงปิดบังกันขนาดนี้”
ซูหว่านมั่นใจและเชื่อว่า ทั้งสองคนต้องมีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ไม่อย่างนั้น พี่สามที่เป็นเหมือนท่อนไม้คนนั้น จะเป็นฝ่ายรุกก่อนได้อย่างไร
เขาเป็นฝ่ายให้ของกินแก่ผู้หญิงก่อน นั่นหมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่า เขาเริ่มสังเกตเห็นเจียเฉิงทีละน้อยแล้วและถูกนางดึงดูด
เจียเฉิงถูกทั้งสองคนพูดแซวจนหน้าร้อนผ่าว ได้แต่ยัดผลไม้ป่าเข้าปากไม่หยุด
ผลไม้ป่านี้หวานจริงๆ แต่ในใจกลับหวานยิ่งกว่า
"ดีนี่ กินคนเดียวเลยนะ ไม่คิดจะแบ่งให้พวกเราเลยสักนิด เจ้าน่ะหมาป่าตาขาว พวกเราก็จะเอาด้วย”
ซุนหลิงเอ๋อร์ยื่นมือจะไปหยิบผลไม้จากจานของนาง เจียเฉิงก็รีบเอาจานมากอดไว้แนบอกทันที
“ไม่เอา ไม่เอา นี่เป็นของที่ท่านแม่ทัพซูให้มา พวกเจ้าอยากกินก็ไปบอกให้หมอเทวดาน้อยกับเจียงซื่อจื่อไปเก็บมาให้สิ หรือไม่ก็ ของอื่นๆ ที่อยู่ที่นี่พวกเจ้าอยากได้อะไรก็เอาไปเลย แต่อันนี้ไม่ได้”
ด้วยท่าทีที่หวงอาหารขนาดนี้ ซุนหลิงเอ๋อร์กับซูหว่านจึงส่งเสียงออกมาแบบเดียวกันว่า
สามสหายมองตามเสียงไป ปรากฏว่าเป็นหวังเฟยกับซื่อจื่อเฟย ที่ไม่รู้ว่ามาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่
พวกท่านคงได้ยินคำพูดของเจียเฉิงเมื่อครู่ จึงตกใจ
ชามน้ำแกงไก่ที่ซื่อจื่อเฟยถืออยู่หกกระจายเต็มพื้น ชามก็แตกด้วย
เจียเฉิงตกใจจนปิดปาก คิดในใจว่า จบสิ้นแล้ว ท่านแม่คงต้องตีนางจนตายแน่ๆ
ซูหว่านและซุนหลิงเอ๋อร์ก็กลืนน้ำลายลงคอ และรู้สึกได้ถึงสายตาของหวังเฟยที่ต้องการฆ่าคน
“เจียเฉิง เจ้าทำอะไรโง่ๆ ลงไป ที่เจ้าพูดมานั้นจริงหรือ?” ซื่อจื่อเฟยมีสีหน้ากังวลอย่างยิ่ง
เซียงหวังเฟยเดินตรงไปยังเจียเฉิงทีละก้าว เมื่อเห็นซูหว่าน นางก็ยังยิ้มให้ แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูฝืนใจเล็กน้อย
“เซวียนเล่อจวิ้นจู่ ไม่สู้ท่านมาใหม่ตอนค่ำจะดีกว่าหรือไม่ ข้ามีเรื่องบางอย่างที่ต้องจัดการกับเจียเฉิงสักหน่อย” แม้คำพูดจะพูดกับนาง แต่สายตากลับจับจ้องไปที่เจียเฉิง
เจียเฉิงรู้สึกเย็นสันหลังวาบ มีความรู้สึกหมดสิ้นหนทางราวกับกำลังจะตาย
ผิดแผนไปแล้ว ผิดแผนไปแล้ว ไม่ได้สังเกตสถานการณ์รอบข้าง เปิดเผยความลับไปเสียแล้ว
ซูหว่านพยักหน้า แล้วดึงซุนหลิงเอ๋อร์ให้ลุกขึ้น
“เช่นนั้นหวังเฟยพวกท่านคุยกันไปก่อนนะ พวกเราขอตัวไปก่อนนะเจ้าคะ เจียเจียดูแลตัวเองดีๆ นะ คืนนี้จะมาเยี่ยมเจ้าใหม่ แล้วจะเอาของอร่อยๆ มาให้"
“อ้าว อย่าไปนะ อย่าไป…” นางเอื้อมมือจะคว้าซูหว่านไว้ แต่ก็คว้าได้แต่ความว่างเปล่า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...