ที่สำคัญที่สุดคือคืนนี้ไม่มีเฉินกุ้ยเฟยนางจิ้งจอกนั่นอยู่ต่อหน้า นางจึงรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง
เมื่อวานจะไปสืบให้รู้ว่านางถูกวางยาพิษทำไมกัน? ปล่อยให้นางอ้วนตายไปเสียก็สิ้นเรื่อง
ในข้อนี้ ซูเฟยกลับมีความคิดเห็นตรงกับนางโดยมิได้นัดหมาย
แม้เรื่องนี้จะมิใช่ฝีมือของพวกนาง แต่การที่เฉินกุ้ยเฟยประสบเคราะห์กรรมก็ทำให้พวกนางยินดี
ในที่สุดก็ถึงคราวที่ซูอวิ๋นจะออกโรง เขายังอุตส่าห์เปลี่ยนชุดใหม่เป็นพิเศษ
เมื่อเขาขึ้นมา ก็ได้ถวายบังคมฝ่าบาทและฮองเฮา จากนั้นจึงไปยืนอยู่ด้านข้างฝ่าบาท แล้วปรบมือ
ทุกคนเริ่มขนอุปกรณ์ขึ้นมา เพื่อย่างเนื้อกันตรงนั้น
มีระดับความเผ็ดให้เลือกสามอย่าง คือเผ็ดน้อย เผ็ดปานกลาง และเผ็ดมาก เพียงแจ้งแก่ข้ารับใช้ข้างกายก็เป็นอันพอ
เมื่อถึงเวลา พ่อครัวทางนั้นก็จะปรุงเนื้อย่างตามระดับความเผ็ดที่ท่านต้องการแล้วยกมา
“เนื้อย่างในวันนี้ เถ้าแก่ซูแห่งหอเฉิงโหลวในเมืองหลวงเป็นผู้ดูแลทั้งหมด เราคาดว่าพวกเจ้าคงคุ้นเคยกับเถ้าแก่ซูเป็นอย่างดี เมื่อคืนเราก็ได้ลิ้มลองวิธีทานอันเป็นเอกลักษณ์ รู้สึกว่าดีไม่น้อย จึงได้สอบถามรองเจ้ากรมซูดู และได้รู้ว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์ของหอเฉิงโหลว เราจึงอยากให้พวกเจ้าได้ลองดูบ้าง ค่ำคืนนี้ ทุกคนจงทานให้เต็มที่ โอกาสเช่นนี้ หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น”
ฝ่าบาททรงเป็นกันเองยิ่งนัก มิได้ถือตัวเลยแม้แต่น้อย
บรรยากาศในตอนนี้ ดูไปแล้วให้ความรู้สึกคล้ายกับบริษัทยักษ์ใหญ่ออกมาจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์พนักงานไม่มีผิด
“เถ้าแก่ซู คืนนี้จะทานกันอย่างไร เจ้าต้องสอนทุกคนด้วยเล่า”
ฝ่าบาทมองซูอวิ๋นพลางยิ้มกล่าว เขาทราบมาโดยตลอดว่าพี่น้องตระกูลซูทำสิ่งใดอยู่
ซูอวิ๋นเปิดกิจการโรงเตี๊ยม พระองค์เห็นแก่หน้าของอวี้เหยียนถังจึงมิได้ขัดขวาง เหล่าขุนนางผู้ตรวจการในเมืองหลวงก็มิอาจกล่าววาจาใดได้ ท้ายที่สุดแล้วเบี้ยหวัดของพวกเขาในตอนนี้ก็ล้วนมาจากอวี้เหยียนถังทั้งสิ้น
อวี้เหยียนถังทำกำไรได้อย่างมหาศาล อีกทั้งยังฟื้นฟูพลังของแคว้นให้กลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นในด้านของเหตุผลหรือความรู้สึก การที่คนตระกูลซูจะทำการค้าขายบ้าง พระองค์จึงไม่มีเหตุผลใดให้คัดค้าน
ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลซูยังรู้จักประมาณตน มิเคยกระทำการเกินขอบเขต ไม่ก่อให้เกิดความขุ่นเคืองพระทัย ขุนนางที่รู้ความเช่นนี้ พระองค์ก็ยินดีจะไว้หน้าให้บ้าง การผ่อนปรนให้เล็กน้อยก็ไม่นับเป็นกระไร
นี่นับเป็นกระบวนการที่ต่างฝ่ายต่างส่งเสริมซึ่งกันและกัน
เนื้อย่างล้วนถูกย่างจนสุกดีแล้วจึงจัดวางบนจานยกขึ้นไป ส่วนน้ำจิ้มนั้นได้จัดเตรียมไว้ในถ้วยเล็กให้แต่ละคนเรียบร้อยแล้วบนโต๊ะ
เมื่อเนื้อย่างถูกนำขึ้นโต๊ะ ข้างกันนั้นมีใบผักสำหรับห่อรับประทานวางอยู่ นั่นก็คือผักกาดหอม
ซูอวิ๋นสวมถุงมือผ้าสะอาด ใช้ใบผักห่อเนื้อชิ้นหนึ่ง วางแตงกวาและต้นหอมซอยลงไป แล้วสาธิตให้ลู่กงกงดูเป็นตัวอย่าง
“ฝ่าบาท แม้เนื้อย่างนี้จะอร่อย แต่ก็เลี่ยนมาก ทั้งยังรสจัดและกลิ่นควันแรงเกินไป ทานให้น้อยลงจะดีกว่าเพคะ และยังมีน้ำบ๊วยนี่อีก แม้ดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่น แต่ก็เย็นนัก ควรดื่มแต่น้อยจึงจะดีเพคะ”
นาน ๆ ทีฝ่าบาทจะได้ทานอย่างเกษมสำราญสักมื้อ แต่ฮองเฮากลับคอยทูลว่าสิ่งนั้นไม่ดี สิ่งนี้ไม่เหมาะ ทำให้เสียบรรยากาศยิ่งนัก
พระองค์ทรงชำเลืองมองฮองเฮาด้วยความไม่พอใจ
“ฮองเฮา การล่าสัตว์ประชันยุทธ์นี้ปีหนึ่งมีเพียงครั้ง ไม่ใช่ว่ามีทุกวัน นาน ๆ ทีเรากับเหล่าขุนนางจะมีโอกาสดื่มกินรื่นเริงเช่นนี้ เหตุใดต้องกล่าววาจาเช่นนี้ด้วย ขอเพียงมีความสุขก็พอแล้ว”
“ฝ่าบาท กฎระเบียบของบรรพชน หม่อมฉันก็เพียงแต่เป็นห่วงพระวรกายของฝ่าบาทเท่านั้นเพคะ”
ฮองเฮาคิดว่าตนเองเป็นผู้รู้จักการใหญ่และกาลเทศะยิ่งนัก แต่หารู้ไม่ว่าวาจาเช่นนี้เมื่อกล่าวบ่อยครั้งเข้า ก็น่ารำคาญยิ่งนัก
ฝ่าบาทวางตะเกียบลงอย่างไม่สบอารมณ์ สีหน้าฉายแววขุ่นเคือง
“กฎของบรรพชนนั้นอยู่ในวังก็ปฏิบัติไปก็พอแล้ว ออกมาข้างนอกแล้วยังจะมาพร่ำบ่นถึงกฎระเบียบเหล่านี้อีก กฎเกณฑ์เป็นของตาย แต่คนเป็นของเป็น ฮองเฮา เจ้าจะยึดติดกับของเก่าไปไย?”
“หากเจ้าไม่ชอบ ก็กลับไปพักผ่อนเสียแต่เนิ่น ๆ เถิด!”
ต้องให้ฝ่าบาททรงพิโรธและหักหน้านางต่อหน้าธารกำนัลเสียก่อน นางจึงจะรู้สึกกระดากอาย ส่วนซูเฟยที่อยู่ด้านข้างก็แย้มยิ้มอย่างสมน้ำหน้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...