“หวานหว่านย้ายไปอยู่จวนของพวกเจ้า คุ้นชินแล้วหรือยัง?”
พี่รองซูมู่เอ่ยถามเขาว่า
“หวานหว่านดูซูบลงไปเล็กน้อย นางทานข้าวปลาไม่ถูกปากหรือไร?”
“เป็นไปไม่ได้กระมัง ข้าให้คนจากร้านไปส่งอาหารถึงที่ ล้วนเป็นของโปรดของนางทั้งนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะทานได้น้อย” ซูอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็รีบแย้งทันควัน ยืนยันว่าไม่มีทางเป็นเพราะเรื่องอาหารการกิน
“อาจเป็นเพราะชุดที่สวมใส่กระมัง เลยดูตัวเล็กลง พี่รองท่านคิดมากไปแล้ว ผ่านไปไม่กี่วันเองนะ” ซูเฉินคิดว่า เพิ่งจะไม่เจอกันแค่สองสามวัน ไม่น่าจะผอมลงเร็วขนาดนี้กระมัง?
ดังนั้น ต้องเป็นเพราะเสื้อผ้าแน่ ๆ
จนกระทั่งซูอี้เอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า
“เจียงอวี้ หวานหว่านยังเด็กนัก เจ้าควรจะรู้จักหักห้ามใจเสียบ้าง”
ประโยคนี้ทำเอาเจียงอวี้สำลักน้ำชาแทบตาย
ไม่ใช่สิ ฟ้าดินเป็นพยาน สองวันนี้เขาอดทนไม่ได้แตะต้องตัวนางเลยด้วยซ้ำ จะเอาอะไรมาไม่รู้จักหักห้ามใจกัน?
พี่ห้ายังคงพูดจาได้ตรงจุดเหมือนเคย นี่ปะไร พี่ชายทุกคนต่างหันมาจ้องเขาเป็นตาเดียว
เขาต้องใช้เวลาตั้งสติครู่ใหญ่ กว่าจะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับมุมปาก แล้วอธิบายว่า
“พวกพี่ชายวางใจเถิด ข้ารู้ความหนักเบาดี”
ไฉนจึงวกมาเรื่องความหักห้ามใจนี้ได้เล่า?
จากนั้น เหล่าพี่ชายก็เริ่มอบรมสั่งสอนเขาอีกชุดใหญ่
“นิสัยของหวานหว่านดูภายนอกอ่อนโยน แต่เนื้อแท้ดื้อรั้น ยังมีความแง่งอนเอาแต่ใจอยู่บ้าง อาอวี้ เจ้าก็ยอมลงให้นางมากหน่อยเถิด”
“ตกกลางคืนหวานหว่านชอบทานของหวานและของเย็น เจ้าควรคอยเตือนนางบ้าง กินแบบนี้ไม่ดีต่อสุขภาพ ต้องงดเว้นเสีย”
“หวานหว่านชอบนอนตื่นสาย ตอนเช้าอาจจะลุกไม่ค่อยไหว ไม่รู้ว่าจวนของเจ้ามีกฎระเบียบต้องไปเข้าพบคารวะเช้าเย็นหรือไม่?”
ช่วงบ่าย พวกเขาไปดูจวนข้าง ๆ ที่มีขนาดพอ ๆ กับจวนสกุลซู ซึ่งตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระหว่างสองจวนมีการเจาะประตูเชื่อมถึงกัน ปีหน้าเมื่อซูหว่านย้ายเข้ามาก็จะได้พบหน้าคนในครอบครัวทุกวัน
เพียงแต่ จวนสองหลังติดกันนั้นใหญ่โตเกินไป การจะเดินทางไปมาคงต้องนั่งเกี้ยว หากเดินเท้าคงใช้เวลาครู่ใหญ่เลยทีเดียว
เมื่อทานมื้อเย็นเสร็จทั้งสองจึงกลับจวนเจียงกั๋วกง ครึ่งปีนี้ ซูหว่านคงมีโอกาสพบหน้าคนในครอบครัวน้อยลง
ครั้งหน้าคงต้องรอถึงงานแต่งงานของพี่รองถึงจะได้กลับมาอีก
งานมงคลสมรสของเขากับซุนหลิงเอ๋อร์ไม่ได้จัดใหญ่โต เพียงเชิญญาติสนิทมิตรสหายที่คุ้นเคยของทั้งสองฝ่ายมาร่วมงานเท่านั้น
ครอบครัวท่านลุงเองก็ต้องรอให้ซูมู่จัดงานแต่งงานเสร็จสิ้นก่อนจึงจะเดินทางกลับ
ถึงเวลานั้นขบวนรับเจ้าสาวก็จะออกจากจวนที่เตรียมไว้ให้ซุนหลิงเอ๋อร์ก่อนหน้านี้ สองจวนอยู่ใกล้กันมาก หมอเทวดาซุนไม่ต้องการให้คนล่วงรู้ฐานะของเขามากนัก
เพราะตั้งแต่ฐานะหมอเทวดาน้อยของซูมู่ถูกเปิดเผย เทียบเชิญมากมายที่ส่งมายังจวนสกุลซูในแต่ละวัน ส่วนใหญ่ล้วนเป็นการเชิญซูมู่ให้ออกไปตรวจรักษา
ทว่า ซูมู่จะไม่ไปตรวจรักษาโรคทั่วไป ยกเว้นแต่โรคที่ท้าทาย เช่น คุณหนูที่มีปานบนใบหน้าในงานล่าสัตว์ที่ภูเขาจวินซานครานั้น ที่ผ่านการรักษาจากเขาจนรอยแผลเป็นบนใบหน้าจางลงได้อย่างน่าอัศจรรย์

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...