เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 636

จวนใหญ่โตเพียงนี้ หากคำนวณดูแล้ว เดือนหนึ่งคงต้องสิ้นเปลืองเงินมิใช่น้อย

ช่างซับซ้อนกว่าตระกูลซูนัก แม้ตระกูลซูจะมีคนมาก ทว่ารายรับแต่ละทางก็มากเช่นกัน บรรดาพี่ชายต่างมีเบี้ยหวัดประจำเดือน พี่รอง พี่สี่ และพี่ห้าต่างก็ส่งเงินเข้าบัญชีกลางทุกเดือน

ทว่าจวนกั๋วกงกลับมีเพียงส่วยศักดินาของท่านกั๋วกงคอยจุนเจือเท่านั้น

แน่นอนว่า จวนกั๋วกงย่อมต้องมีสินทรัพย์ส่วนตัว มิเช่นนั้นคงไม่อาจหล่อเลี้ยงจวนที่ใหญ่โตถึงเพียงนี้ได้

ได้ยินเจียงอวี้กล่าวว่า จวนกั๋วกงมีสนามม้าแห่งหนึ่ง ทั้งยังมีร้านค้าในนามอีกสิบกว่าแห่งปล่อยเช่า ค่าเช่าที่เก็บได้ในแต่ละเดือนก็นับว่าไม่น้อยทีเดียว

ทว่า น่าจะมิได้มีเพียงกิจการเหล่านี้ หาไม่แล้วคงไม่อาจมอบสินสอดที่มากมายถึงเพียงนั้นได้

ซูหว่านใช้เวลาตลอดทั้งวันไปกับการดูบัญชีและจดจำบ่าวไพร่ วันเวลาผ่านไปอย่างคุ้มค่ายิ่งนัก

พรุ่งนี้ก็ถึงกำหนดสามวันกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมแล้ว แม่นมหลิ่วได้จัดเตรียมของขวัญสำหรับกลับบ้านเดิมไว้ให้นางเรียบร้อยแล้ว

ตระกูลซูต่างเฝ้ารอคอยวันกลับเยี่ยมบ้านในวันที่สามนี้มาตลอด จึงพากันตื่นแต่เช้าตรู่มารออยู่ที่หน้าประตู

...

ทั้งสองคนค่อนข้างทำตัวเรียบง่าย เพียงนั่งรถม้าพร้อมนำของขวัญกลับเยี่ยมบ้านติดมือมาด้วยเท่านั้น บ่าวรับใช้ที่คอยดูต้นทางอยู่หน้าประตูตระกูลซู พอเห็นท่านเขยกับจวิ้นจู่กลับมาแล้ว ก็รีบวิ่งกลับไปรายงานทันที

คนตระกูลซูทั้งครอบครัวต่างพากันออกมาต้อนรับซูหว่านและเจียงอวี้สองสามีภรรยาที่หน้าประตู

วันนี้ซูหว่านสวมชุดหรูฉวินชุดลำลองสีแดง เจียงอวี้เองก็สวมชุดคลุมสีเดียวกัน ทั้งคู่ดูส่งเสริมบารมีซึ่งกันและกันและเปี่ยมด้วยความมงคลยิ่ง

ยามลงจากรถม้า เจียงอวี้ประคองเอวนางแล้วอุ้มลงมา ภาพความรักใคร่กลมเกลียวของทั้งสองที่ปรากฏในสายตาของมารดาซู ทำให้นางรู้สึกวางใจเป็นอย่างยิ่ง

นางสบตาสามีแวบหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”

ซูหว่านลงจากรถม้าก็ถลกชายกระโปรงเดินขึ้นบันได เข้าไปสวมกอดมารดาเต็มอ้อมแขน

“ดูเจ้าสิ ออกเรือนไปแล้วยังทำตัวเป็นเด็กสาว ไม่มีความสุขุมเอาเสียเลย”

“จะกลัวอันใด ในใจพวกเรา หว่านว่านยังคงเป็นเด็กสาวตัวน้อยตลอดไปนั่นแหละ” บิดาซูช่วยพูดเสริมให้ซูหว่าน

ซูหว่านหัวเราะออกมา ก่อนจะหันไปมองพวกพี่ชายที่ยืนอยู่ด้านข้าง พี่ใหญ่กำลังประคองพี่สะใภ้ใหญ่ ตอนนี้ครรภ์ของพี่สะใภ้ใหญ่ผ่านพ้นสามเดือนไปแล้ว ครรภ์เริ่มมั่นคง ทว่าพี่ใหญ่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับนางเป็นที่หนึ่ง ขอเพียงอยู่ข้างกาย เขาเป็นต้องคอยประคองนางไว้เสมอ

ซูหว่านเดินเข้าไปกอดพี่สะใภ้ใหญ่ แล้วยื่นมือไปลูบท้องของนาง

“หลานตัวน้อยของข้าเด็กดีหรือไม่?”

โดยเฉพาะซุนหลิงเอ๋อร์ นางเป็นคนตรงไปตรงมาที่สุด ถึงกับเอ่ยถามซูหว่านว่าเจียงซื่อจื่อไหวหรือไม่ จำเป็นต้องกินอาหารยาบำรุงหรือไม่

ซูหว่านถลึงตาใส่นางแวบหนึ่ง ก่อนจะโต้กลับไปว่า

“ท่านจะมาถามข้าทำไม อีกสิบวันท่านก็จะรู้แล้วมิใช่หรือ แล้วก็พวกอาหารยาของท่าน ถึงเวลานั้นก็ค่อยดูว่าพี่รองของข้าจำเป็นต้องใช้หรือไม่ ค่อยเก็บไว้ให้เขาใช้ก็แล้วกัน”

ซุนหลิงเอ๋อร์หน้าแดงก่ำ ยื่นมือไปจี้เอวซูหว่านทันที ซูหว่านหัวเราะจนน้ำตาเล็ด

ลั่วซีจู๋รีบประคองเสิ่นชิงหลีหลบไปให้ไกล เพราะนางยังตั้งครรภ์อยู่

ในบรรดาหญิงสาวทั้งสี่ มีเพียงลั่วซีจู๋คนเดียวที่ใสซื่อดุจผ้าขาว ยามได้ฟังพวกนางพูดเรื่องเหล่านี้ ก็ฟังจนหน้าแดงหูแดงไปหมดแล้ว

ทางด้านเจียงอวี้ เขานั่งอยู่ที่โต๊ะน้ำชา ข้างกายและฝั่งตรงข้ามล้วนเป็นบรรดาพี่ภรรยา จะบอกว่าไม่รู้สึกกดดันก็คงไม่ได้

มันช่างกดดันยิ่งกว่าตอนออกสนามรบเสียอีก

เขาทำได้เพียงดื่มชาไม่หยุด พี่ภรรยาถามสิ่งใดก็ตอบสิ่งนั้น

พี่ใหญ่ซูจิ่งเอ่ยถามเขาว่า

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม