มีคนลอบกระทำการบางอย่างในอาหารของเขา โดยอาศัยหลักการที่อาหารบางชนิดมีฤทธิ์ส่งเสริมและหักล้างกัน ค่อย ๆ กัดกร่อนพลังชีวิตขององค์รัชทายาททีละน้อย
ผู้บงการเบื้องหลังผู้นี้จะต้องแตกฉานในเรื่องการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบต่าง ๆ เป็นแน่ หยั่งรู้คุณสมบัติของอาหารแต่ละชนิดเป็นอย่างดี ทั้งยังสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ เพื่อทำให้หมอหลวงไม่อาจวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ
มิได้ใช้เพียงตำรับเดียว แต่สลับสับเปลี่ยนหลายรูปแบบ ทว่าเล่ห์กลเหล่านี้กลับไร้ผลเมื่ออยู่ต่อหน้าซูมู่ เพราะเขาก็แตกฉานในเรื่องฤทธิ์ทางยาที่ขัดแย้งกันของอาหารเช่นกัน
คนผู้นี้ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้า บังอาจลงมือวางยาในอาหารต่อหน้าเขา จึงถูกเขาจับได้ในทันที
ฝ่าบาทมีพระบัญชาให้ปิดล้อมตำหนักบูรพาโดยพลัน ควบคุมตัวขันทีและนางกำนัลที่คอยปรนนิบัติทั้งหมด แล้วเริ่มไต่สวนทีละคน หมายจะลากตัวผู้บงการออกมาให้จงได้
ส่วนรัชทายาท หลังจากซูมู่ฝังเข็มควบคู่กับถวายยาต้มอยู่หลายวัน ในที่สุดก็ช่วยยื้อลมหายใจไว้ได้ชั่วคราว
ทันทีที่เขาฟื้น ฝ่าบาทก็รีบเสด็จมาหาเขา
รัชทายาทซูบผอมจนผิดรูป ไม่หลงเหลือความสง่างามและสุขุมนุ่มนวลดังวันวาน เวลานี้เบ้าตาของเขาลึกโหล อาการป่วยเข้าขั้นวิกฤตแล้ว
เขารู้ตัวดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก ทว่าจิตใจกลับไร้ซึ่งความเคียดแค้น
ฮ่องเต้ทรงฟูมฟักเขามาในฐานะโอรสที่โปรดปรานที่สุด ครั้งหนึ่งเคยตั้งพระทัยแน่วแน่ว่าจะฝากฝังแผ่นดินจิ้นไว้ในมือเขา แต่ร่างกายของเขาในยามนี้ไร้วาสนากับบัลลังก์มังกรเสียแล้ว กระนั้นฮ่องเต้ก็ยังคงเก็บตำแหน่งรัชทายาทไว้ให้ ด้วยหวังว่าสักวันเขาจะหายดี
ซูมู่ทูลตามตรงว่ารัชทายาทสุดจะเยียวยาแล้ว ขอให้ฝ่าบาทเตรียมพระทัยเสียแต่เนิ่น ๆ มีสิ่งใดใคร่พูดก็ให้รีบพูด
ซูมู่หาได้เกรงกลัวว่าวาจาเช่นนี้จะเป็นการล่วงเกินเบื้องสูงจนทำให้ทรงกริ้ว เพราะจุดจบของรัชทายาทนั้นถูกลิขิตไว้แล้ว
แรกเริ่มเดิมที ทุกคนต่างนึกว่าเขาป่วยด้วยโรคไอเรื้อรังรุนแรง สำนักหมอหลวงทั้งสำนักไม่มีใครตรวจพบเลยว่าเขาถูกวางยาพิษในอาหารมาเนิ่นนาน
ด้วยระดับการแพทย์ในยุคโบราณ การวางยาในอาหารนั้นยากจะตรวจสอบหาสาเหตุ ไม่เหมือนยาพิษทั่วไปที่สามารถใช้เข็มเงินทดสอบได้
นับว่าประจวบเหมาะที่ซูมู่เห็นนางกำนัลยกโจ๊กผักเนื้อเนียนชามหนึ่งเข้ามา จึงได้พบว่าในนั้นมีเงื่อนงำซ่อนอยู่ หาไม่แล้ว เขาเองก็คงไม่อาจวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงของอาการประชวรหนักของรัชทายาทได้เช่นกัน
ฝ่าบาททรงยอมรับความจริงนี้มานานแล้ว เขาเงียบงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะโบกมือให้ซูมู่ออกไป และสั่งให้คนจัดเตรียมห้องพักให้เขา
เมื่อซูมู่จากไป ฮองเฮาที่ประทับอยู่ด้านข้างก็ร้องไห้จนน้ำตานองหน้า องค์ชายสามมู่หรงรุ่ยคอยปลอบโยนอยู่ข้าง ๆ เพียงแต่เขาก้มหน้าลง จึงไม่อาจเห็นสีหน้าแววตา
องค์รัชทายาทเป็นเช่นนี้เสมอ อ่อนโยนต่อทุกคน แม้จะถึงวาระสุดท้าย เขาก็ยังคงไม่เคียดแค้นผู้ใด เป็นดั่งแสงจันทร์นวลผ่องในใจผู้คนโดยแท้
“หมินเอ๋อร์ เราไม่โทษเจ้า เจ้าเป็นเด็กดี และเป็นโอรสที่พ่อให้ความสำคัญที่สุดมาโดยตลอด ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้ก็ตาม”
ตามธรรมเนียมการแต่งตั้งรัชทายาทที่ยึดถือสายเลือดและลำดับอาวุโส รัชทายาทมู่หรงหมินเป็นทั้งโอรสสายตรงและโอรสองค์โต การที่เขาได้รับตำแหน่งนี้จึงชอบธรรมยิ่งนัก
นับแต่ประสูติ ภาระที่เขาแบกรับก็หนักหนากว่าผู้อื่น สิ่งที่ต้องร่ำเรียนก็มีมากมาย ยามที่น้องชายคนอื่นๆ ยังออดอ้อนอยู่ในอ้อมอกมารดา เขาได้เริ่มจับพู่กันหัดเขียนอักษรและศึกษาสี่ตำราห้าคัมภีร์แล้ว
“หมินเอ๋อร์วางใจ เราจะลากตัวผู้บงการผู้นี้ออกมาแก้แค้นให้เจ้าจงได้ คนผู้นี้จิตใจอำมหิตนัก เราจะต้องสับมันเป็นหมื่นท่อนถึงจะสาสมกับความแค้น”
แววตาของฮ่องเต้ฉายประกายดุดัน โอรสที่ทรงให้ความสำคัญที่สุด ทั้งยังเปี่ยมด้วยพรสวรรค์แห่งจักรพรรดิ กลับถูกทำร้ายจนมีสภาพเช่นนี้ จะให้ทรงทำใจยอมรับได้อย่างไร?
ใครจะรู้ มู่หรงหมินกลับยื่นมือมาวางทับหลังมือของเขา แม้จะห่มผ้าหนาถึงเพียงนี้ แต่มือของเขาก็ยังคงเย็นเฉียบ
“เสด็จพ่อ อดีตที่มืดมนอย่าได้หวนกลับไปนึกถึงเลยพ่ะย่ะค่ะ ลูกมาถึงจุดนี้แล้ว ไม่อยากให้เกิดเรื่องราววุ่นวายหลังความตาย ไม่อยากเห็นการนองเลือด ลูกอยากมาตัวเปล่าและจากไปอย่างบริสุทธิ์ หลังจากลูกตาย เสด็จพ่อไม่ต้องสืบสาวหาความเรื่องนี้อีก ลูกขอเพียงสิ่งเดียว หลังจากลูกสิ้นใจ ขอทรงละเว้นประเพณีที่ต้องให้เหล่าสนมชายาในตำหนักบูรพาตายตกไปพร้อมกับลูก แต่ส่งพวกนางไปถือศีลบำเพ็ญกุศลที่วัดวั่นฝูสักสามปีเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ลูก หลังจากนั้นก็คืนอิสระให้พวกนางเถิดพ่ะย่ะค่ะ ในจำนวนนั้นยังมีหลายคนที่ยังอยู่ในวัยดรุณแรกแย้ม ลูกไม่อยากให้ชีวิตที่สดใสต้องมาจบสิ้นลงเพราะลูก หวังว่าเสด็จพ่อจะทรงอนุญาต”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม
กดอ่านต่อบท444ไม่ได้ขึ้น erro...
ทำๆมกดอ่านไม่ได่ ขึ้น error...