เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 648

อาภรณ์ของสตรีนั้นช่างซับซ้อนยุ่งยากนัก ตรงนี้ก็ต้องผูกสาย ตรงนั้นก็ต้องคาดแถบผ้า เขาเองก็ผูกปมรูปผีเสื้อให้สวยงามไม่เป็น แล้วจะทำเช่นไรเล่า?

ซูหว่านถูกจับพลิกไปพลิกมาจนตาสว่าง นางมองสภาพอันยุ่งเหยิงของตนเองอย่างอับจนถ้อยคำ ฝีมือนี้ช่างเลวร้ายยิ่งกว่าตอนที่นางเพิ่งหัดสวมอาภรณ์ด้วยตนเองเสียอีก

ท้ายที่สุด ต้องลำบากพวกหลิวอิ๋งเข้ามาช่วยจัดแจงให้ ถึงได้กลับมาดูงดงามดังเดิม

แม้จะเป็นเพียงชุดกระโปรงสีขาวเรียบง่าย แต่เมื่ออยู่บนเรือนร่างของซูหว่าน กลับขับเน้นกลิ่นอายความงามอันเยือกเย็นที่ไม่เหมือนใครออกมา

เจียงอวี้รู้ตัวว่าฝีมือการสวมอาภรณ์ของตนถูกรังเกียจเข้าแล้ว จึงคิดจะหันมาเอาดีทางด้านการหวีผมแทน

อาจเป็นเพราะเขาแรงเยอะ ส่วนผมที่เพิ่งตื่นนอนก็ย่อมพันกันบ้างเป็นธรรมดา เขาจึงเผลอพลั้งมือไปหน่อย ซูหว่านร้องซี๊ดพลางยกมือขึ้นกุมผมทันที

“เบามือหน่อยสิเจ้าคะ”

เจียงอวี้ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ

“เจ็บหรือ เช่นนั้นข้าจะเบามือลง”

ซูหว่านถลึงตาใส่เขา ส่วนหลิวอวิ๋นและหลิวอิ๋งที่อยู่ด้านข้างหันมาสบตากัน ต่างก็อดกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่

ทว่าเรื่องพรรค์นี้ มีครั้งแรกย่อมมีครั้งที่สอง ซูหว่านถูกเขาดึงผมจนเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“เจียงอวี้ หากท่านว่างมากนัก ก็ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท ขอให้พระองค์หางานให้ท่านทำเสียเถิด”

ซูหว่านเหลืออดกับเขาเสียจริง วัน ๆ เอาแต่ว่างงานจนฟุ้งซ่าน แล้วก็มาคอยเกาะแกะนางเพื่อแก้เบื่ออยู่คนเดียว

เจียงอวี้เกาศีรษะอย่างจนปัญญา รู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง เห็นทีเขาจะไม่เหมาะกับงานละเอียดอ่อนพวกนี้จริง ๆ

ให้เขามาแต่งตัวหวีผมให้สตรี มิเท่ากับบังคับเตียวหุยให้ปักผ้าหรอกหรือ?

ช่างเถอะ เรื่องเฉพาะทางเช่นนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญทำเถิด!

เจียงอวี้ในยามนี้ว่างงานจริงดังว่า ทว่าอีกไม่นานเขาก็คงจะต้องยุ่งแล้ว

ฝั่งฮองเฮาเริ่มเคลื่อนไหวอย่างลับ ๆ แล้ว ถึงเวลานั้นมู่หรงไหวคงต้องการความช่วยเหลือจากเขา

ทว่า วันเวลาในจวนกั๋วกงช่างน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก ซูหว่านทำได้เพียงเดินเล่นไปมาในจวนอันกว้างใหญ่

ท่านตาเดินทางกลับจงโจวแล้ว พอนางไม่อยู่ แม่ลูกหนิงเวยก็เริ่มกลับมาคึกคัก ออกมาเดินเพ่นพ่านกันอีกครั้ง

วันนี้ถึงขั้นเชิญแขกเหรื่อมาที่จวนอีกด้วย

แขกผู้นี้มิใช่ใครอื่น คือจงหลีเอ๋อร์ บุตรสาวสายตรงแห่งจวนโหวคนนั้นนั่นเอง

ซูหว่านคาดไม่ถึงว่านางจะโผล่มาที่จวนกั๋วกง มิหนำซ้ำยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ราชวงศ์ ยามนี้ทุกคนต่างเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนอย่างสงบเสงี่ยม ไม่ไปไหนมาไหน การชุมนุมสังสรรค์ล้วนไม่ได้รับอนุญาต

ทว่าจงหลีเอ๋อร์กลับกล้าฝ่าฝืนกฎ สวมชุดหรูหราสีฟ้าอ่อนมาเป็นแขกที่จวนกั๋วกง

บนศีรษะประดับดอกไม้ไหวสีเดียวกัน แม้การแต่งกายนี้จะไม่นับว่าฉูดฉาด ทว่าเมื่อเทียบกับชุดไว้ทุกข์ของคนอื่น ๆ แล้ว ก็ยังดูโดดเด่นสะดุดตาอยู่ดี

เจียงอวี้พาซูหว่านไปคารวะท่านกั๋วกง ประจวบเหมาะเดินมาเผชิญหน้ากับพวกนางพอดี

จงหลีเอ๋อร์เปลี่ยนสีหน้า ก้มมองชุดตนเองแล้วโต้กลับอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม

“นี่ก็เป็นชุดสีเรียบเช่นกัน มิได้ผิดกฎประเพณีเสียหน่อย อีกอย่าง ฮูหยินหนิงเป็นคนเชิญข้ามาเป็นแขกที่จวนกั๋วกง ข้าจะแต่งตัวตามสบายเกินไปได้อย่างไร!”

หนิงเวยเชิญนางมาหรือ?

ซูหว่านปรายตามองหนิงเวยแวบหนึ่งอย่างแนบเนียน อายุของสองคนนี้ห่างกันตั้งเท่าใด ยังจะคบค้าสมาคมกันได้อีกหรือ นางไม่เชื่อเด็ดขาด

คนทั้งคู่ต่างไม่ใช่คนดีอะไร มารวมหัวกันย่อมไม่มีเรื่องดีแน่

เจียงอวี้ขี้คร้านจะมองพวกนาง จึงจูงมือซูหว่านเดินเลี่ยงผ่านไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก

“ท่านซื่อจื่อ!” จงหลีเอ๋อร์ตะโกนไล่หลังมาคำหนึ่งด้วยความอาลัยอาวรณ์

ซูหว่านอยากจะตรงเข้าไปตบหน้านางสักฉาดสองฉาดนัก จะเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานปานนั้นให้ใครฟังกัน?

เดินมาได้ระยะหนึ่ง เจียงอวี้สังเกตเห็นว่าคนข้างกายดูท่าทางขัดใจ สีหน้าไม่สู้ดีนัก จู่ ๆ เขาก็หัวเราะออกมา

ดีจริง ๆ เขาชอบเวลาที่นางหึงหวงเขาที่สุด

“ท่านหัวเราะกระไร?” ซูหว่านมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

“ข้าขำที่ไหน้ำส้มของใครบางคนแถวนี้หกเรี่ยราด กลิ่นเปรี้ยวคลุ้งไปทั่วอากาศแล้ว” เจียงอวี้กล่าวตามตรง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม