CLOSE FRIEND
CHAPTER 4
วันต่อมา
หลังจากเมื่อคืนซัดเบียร์กับรามไปคนละสี่ขวดวันนี้เลยตื่นอีกทีก็ตอนที่ไอ้ยักษ์มารัวประตูเคาะห้อง ถึงจะง่วงแค่ไหนก็ต้องลุกเดินงัวเงียไปเปิดประตูให้มัน ร่างสูงของเพื่อนมองสภาพฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วส่ายหัว ฉันไม่สนใจสายตาเหนื่อยใจของมันแล้วเดินกลับมาทิ้งตัวลงบนที่นอน
รามกลับไปแล้วตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ รู้แค่มันไม่ได้ปลุก ก็คงจะไปรับน้องเหมยไงเพราะนี่ก็ฟ้ามืดแล้ว ไอ้ยักษ์คงจะเป็นคนที่ทุกคนส่งมาลากฉันให้ไปคอนโดเจินด้วยกัน
“เมาข้ามวันข้ามคืนเลยสิมึง ลุกไปแต่งตัวได้แล้ว”
“ขอนอนอีกแป๊บได้มะ?” ฉันซุกหน้าลงบนหมอนโดยไม่สนใจคำครหา อีพริกคนนี้ได้ฉายาน้องขี้เมาประจำแก๊งอยู่แล้ว แม้จะเป็นผู้หญิงแค่คนเดียวในกลุ่มก็ตาม
“ไม่ได้ไอ้สัด… เดี๋ยวรถติด”
“เออ ๆ”
“เออ ๆ”
สุดท้ายฉันก็ต้องไปอาบน้ำแต่งตัวเพราะไอ้เพื่อนเวรเอาแต่ใช้เท้าสะกิดเรียกไม่หยุด ถึงจะบอกว่าแต่งตัว แต่เพราะไปแค่คอนโดเจินฉันเลยไม่แต่งหน้า แค่ใส่แค่คอนแท็กต์เลนส์แทนแว่นกรอบบางที่ถูกวางทิ้งไว้ เสื้อผ้าก็เป็นแค่สายเดี่ยวเอวลอยกับกางเกงขายาวเอวต่ำเพื่อความคล่องตัว เวลาวิ่งไปอ้วกจะได้ไม่ต้องระแวงว่าจะนมหกหวอออกเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
คนอื่นถึงสถานที่นัดหมายกันก่อนแล้ว มีแค่เราสองคนที่กว่าจะถึงก็ปาไปเกือบห้าทุ่ม ฉันเดินหาวตามหลังร่างสูงของไอ้ยักษ์เข้าไปที่ด้านใน จากสถานการณ์เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครรีรอให้เสียเวลา ตอนนี้ทุกคนกำลังกระดกแก้วอย่างพร้อมเพรียงหลังจากใครสักคนตะโกนว่าหมดแก้ว ด้วยความฮึกเหิมเสียงดัง
“กว่าแม่งจะตื่น” ไอ้ยักษ์รีบฟ้องเพื่อนทันทีที่ทุกคนหันมองมา
“มันมาได้ก็บุญแล้ว ดูสภาพดิ” เจินพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ
ฉันไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ สาวเท้าเดินไปร่วมวงตรงโซฟาหนังเข้าชุดกันที่อาจจะต้องนั่งเบียดกันสักหน่อยเนื่องด้วยจำนวนคน มันมีที่ว่างเหลืออยู่แค่ข้างครามเท่านั้น และก่อนเจ้าของที่จะยกขาขึ้นกันท่าเพื่อไม่ให้ฉันร่วมนั่งด้วยก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะฉันไวกว่ารีบแทรกก้นลงข้างมันทันที ขณะที่คนอื่นพากันหัวเราะเสียงดังกับสถานการณ์นี้ คนโดนแย่งพื้นที่กลับทำหน้าเซ็ง
แค่ได้เห็นสีหน้าเบื่อหน่ายปรากฏบนใบหน้าหล่อ ฉันก็อดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าด้วยการกระแซะเข้าหา “ครามจ๋า”
แต่เพื่อนก็ใช้มือยันหัวฉันไว้อย่างคนหวงตัว “พอเลยไอ้สัด ขนลุก”
ความพิศวาสระหว่างชายหญิงบอกได้เลยว่า ไม่มี
ฉันไม่สนใจแรงผลักแต่ยังคงเอียงคอซบบ่ามันไว้ สองขายกขึ้นพาดเหนือพนักพักแขน ก่อนจะเพิ่งสังเกตเห็นว่าคนอื่นนั่งตรงไหนกันบ้าง
ร่างสูงของไอ้ยักษ์เพิ่งจะทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นเพราะไม่มีที่ให้ลง โซฟาอีกตัวมีเจินกับ น้องอ้าย แฟนมันนั่งกกกันอยู่ ซึ่งภาพนี้ไม่ได้หาดูยากแต่อย่างใด ส่วนโซฟาอีกตัวหาใช่ใครอื่นไม่ ก็ต้องเป็นรามกับน้องเหมยอยู่แล้วไง
ฉันทำได้เพียงยิ้มให้สองสาวที่มาถึงก่อนอย่างเป็นมิตรโดยจำต้องกดข่มอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างไว้ข้างใน
กับน้องอ้ายเรียกได้ว่าเป็นคนคุ้นเคยเพราะเป็นแฟนเพื่อนฉันมาได้หลายเดือน และเพราะเจ้าตัวเป็นคนยิ้มเก่ง ขี้อ้อน สร้างรอยยิ้มให้ทุกคนได้เสมอเลยยิ่งน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ เวลาไม่นานก็มัดใจเสือผู้หญิงแบบเจินได้อยู่หมัดแบบที่ทำเอามันหลงหัวปักหัวปำเลยทีเดียว
ส่วนกับน้องเหมย ฉันรู้จักเพียงแค่ผิวเผิน รู้จักเพราะรามเคยจีบเจ้าตัวมาก่อน เราเคยคุยกันบ้างเล็กน้อยแต่ไม่ได้สนิทกัน แม้จะเจ็บจี๊ดในใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเหมยหน้าตาสวย ซ้ำยังตัวเล็กน่าปกป้องดูแล เป็นผู้หญิงแบบที่รามชอบ
ก็ค่อนข้างจะต่างกับฉันไม่น้อย ถึงฉันจะหุ่นดี ผอมบาง นมตู้ม แต่ก็มีรูปร่างสูง แม้จะยังตัวเล็กกว่าเพื่อนผู้ชายอยู่มาก แต่นับว่าสูงกว่าผู้หญิงด้วยกันเอง
ก็… ไม่น่าทะนุถนอมเหมือนใครเขาหรอก…
หันมองไปที่รามพบว่ามันกำลังมองมาอยู่ก่อนแล้ว แต่พอเราสบตากันมันก็เบนสายตาไปอีกทาง ฉันเองก็ละความสนใจกลับมาเช่นกัน ตั้งท่าลุกขึ้นเพื่อไปหยิบแก้วมาเพิ่ม น้องอ้ายที่นั่งอยู่กับเจินเลยรีบเดินตามมาในทันที
“เฮียรามพาใครมาอะเจ๊?”
“หืม?” ฉันเลิกคิ้วถามอีกฝ่ายที่เดินมากระแซะกอดแขน อ้ายทำหน้าปั้นปึ่งนิดหน่อยก่อนจะป้องปากบอกกระซิบบอก
“ก็มากับเฮียรามแท้ ๆ แต่มองเฮียเจินไม่หยุดเลยเนี่ย”
“…” ฉันยังคงเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ หันมองกลับไปยังวงสนทนาที่ห้องนั่งเล่นซึ่งอยู่ห่างออกไป วินาทีเดียวกันอ้ายก็รีบพยักพเยิดให้สังเกตตามคำบอกเล่าของตัวเอง
ฉันเม้มริมฝีปากเมื่อเห็นจริงตามที่ได้ฟัง แต่ไม่ใช่แค่เจินที่กำลังได้รับความสนใจจากน้องเหมย สายตาเจ้าตัวดูเหมือนสนใจทุกคนเลยต่างหาก
“เห็นไหมเจ๊ เค้าบอกแล้ว” คนข้าง ๆ พ่นลมหายใจเสียงดัง แต่ฉันก็ทำทีหัวเราะกอดคอเมียเพื่อนเข้าหาตัว
“ไม่มีอะไรหรอก สงสัยจะตื่นเต้น คนหล่อเยอะไปหน่อย”
“แค่เฮียรามคนเดียวก็คือหล่อไม่ไหวแล้วไหม?”
มันก็จริง…
แต่แม้จะตะขิดตะขวงในใจ ฉันก็พยายามปลอบใจอีกฝ่ายว่าคงไม่มีอะไร ทั้งสัญญาว่าจะช่วยดูให้ อ้ายเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ค่อนข้างขี้หวงนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ผิดปกติอะไร… ผัวใครใครก็หวงไง…
น่าจะมีแค่ฉันคนเดียวที่ไม่ค่อยมีใครมาหึงหวงเพราะเป็นเพื่อนสนิทกับทุกคนมานาน เจอพวกมันคือเจอฉันด้วยเสมอ ใครก็รู้ว่าเราเป็นเพื่อนกัน
ฉันยืนชงเหล้าให้ตัวเองเงียบ ๆ ขณะเดียวกันเจินก็เดินไปหาไพ่มาเล่นเหมือนทุกที และแค่ฉันเดินกลับเข้าร่วมวง ไอ้ยักษ์หันมาเห็นหน้ากันเข้าก็รีบยื่นขวดส่งต่อมาให้ มันทำสีหน้าเหยเกคงเพราะโดนทุกคนสั่งให้ยกขวดสิบวินาทีตามธรรมเนียมคนมาช้า
“มึงต้องยี่สิบวิฯ นะไอ้พริก ทำให้กูมาสายไปด้วยเนี่ย” มันทำหน้าบอกบุญไม่รับ ฉันหัวเราะแต่ไม่ได้ขัดอะไร รีบคว้าขวดมายืนกระดกอย่างไม่เกรงกลัว
“มึงจะไปยุมันทำไมเดี๋ยวก็อ้วกแตกอีก” เสียงไอ้ครามดังสอดขึ้น
“เรื่องไรกูต้องยอมแดกคนเดียว” ส่วนนี่เป็นเสียงของคนไม่รู้จักโตเถียงกลับ
ฉันกระดกขวดโดยไม่ต้องมีใครนับเวลาให้ เพราะรีบไปหน่อยทำให้เหล้าหกออกมาเลอะข้างปาก หลังจากกลืนอึกสุดท้ายลงคอก่อนจะกระแทกขวดเหล้าที่พร่องลงไปเยอะลงบนโต๊ะก็หันไปยักคิ้วให้ไอ้ยักษ์อย่างกวน ๆ
ระหว่างที่ครามกำลังบ่นเพราะขี้เกียจดูแล สายตาฉันก็หันไปเจอเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มของรามที่กำลังมองมา แต่เพราะไม่อยากสบตามันฉันเลยหันกลับมาเบียดนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับครามเหมือนเดิม
เจินเดินกลับมาแล้วพร้อมสำรับไพ่ที่เราใช้เล่นกันเป็นประจำ ทุกคนก็พากันเล่นไพ่นับแต้ม ดื่มเหล้า พูดคุยกันอย่างสนุกสนานเหมือนเคย น้องเหมยเองก็ดูสนุกไม่แพ้คนอื่นเพราะมีไอ้ยักษ์กับรามชวนคุย โดยที่ฉันไม่ต้องออกหน้าให้ตามคำร้องขอของมันเมื่อวาน
ซึ่งก็ดีแล้ว… แค่ได้เห็นว่ารามมองน้องมัน อีพริกคนนี้ก็อยากจะกระดกเหล้าให้หมดขวดทุกครั้งไป ฉันมันก็แค่คนขี้อิจฉาคนนึง ในเมื่อคนที่ตัวเองชอบเสือกเป็นแค่เพื่อนกัน จะทำอะไรได้มากกว่าอิจฉาผู้หญิงพวกนั้น
“เมาแล้วมึงเนี่ย” เสียงรำคาญของครามร้องขึ้น เมื่อฉันพยายามจะกอดแขนมันนอน
“กูไม่ได้เมา กูแค่พักสายตา” ฉันบอกโดยไม่ลืมตาขึ้นมอง
“มึงเมาก็ไปนอน” เสียงเจินบอกมาอีกคน ฉันอดไม่ได้ที่จะปรือตาขึ้นมอง แย้มยิ้มกว้าง
“แหม… มึงไม่ได้จะเก็บห้องไว้นอนกับเมียเหรอ?”
“ไอ้สัด!” คนโดนแซวปาไพ่ที่ตัวเองถืออยู่ใส่ฉันด้วยความกระดาก ส่วนคนในอ้อมแขนมันกลับยิ้มกว้าง
“อะ ๆ มา ๆ แดกต่อ”
“ขอพักแป๊บ”
“ลุกขึ้น”
“แป๊บนึง”
“…”
ตัวฉันที่หลับตาลงอีกรอบโดนคู่สนทนาหิ้วปีกลุกขึ้นยืน ร่างกายซวนเซจะล้มเพราะต้องทรงตัวกะทันหันเลยต้องลืมตาเกาะบ่ามันเอาไว้ กลิ่นบุหรี่ลอยอยู่ข้างแก้มนี่เอง ใบหน้าหล่อจัดหันมาขมวดคิ้วมองสภาพมึนเมาของฉันแล้วส่ายหัว
“เมาแล้วเรื้อนตลอดเลยมึงเนี่ย”
“…” ฉันไม่ตอบแต่ยืนเกาะบ่าคนตัวสูงโยกตัวไปมาเหมือนเด็ก ๆ
ขวดเหล้าถูกกระดกเข้าปากอีกครั้ง ก่อนถูกรามแย่งไปวางกระแทกไว้บนโต๊ะ มันตั้งท่าจะพาฉันเข้าไปนอน แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันยังอยากอยู่ตรงนี้ อยากใกล้ชิดกับมันนานกว่านี้…
“พริกยืนนิ่ง ๆ สิวะ”
“ยืนไม่ไหว”
“…”
คนตรงหน้าพ่นลมหายใจอย่างรำคาญ แต่ถึงงั้นมันก็คว้าเอวเปลือยของฉันไว้ แล้วกระเตงลากฉันกลับเข้ามาในห้อง ตอนนี้เองที่ได้ยินเสียงคนอื่นบ่นว่าฉันเมาเป็นหมาอีกแล้ว
“พามันไปนอนเลย” เสียงเจินเอ่ยบอกมา “เดี๋ยววันนี้กูนอนข้างนอกก็ได้ ให้พวกผู้หญิงนอนในห้องไปเลย”
“รีบพามันไปนอนเลยเดี๋ยวอ้วกแตกอีก”
“ไล่กูกันจริง ๆ” ฉันหัวเราะเบา ๆ พูดอ้อแอ้ไม่เต็มเสียง มองไปเห็นพวกมันกำลังส่ายหัวอย่างเอือมระอากับสภาพผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มที่เมาเละเทะเหมือนอย่างเคย
จากนั้นตัวฉันก็ถูกลากไปยังห้องนอน ก่อนประตูจะปิดสนิทลง พร้อมเสียงเพลงที่ลดระดับเพราะมีกำแพงห้องกั้น
“ยืนนิ่ง ๆ” เสียงรำคาญใจของรามดังขึ้นเหนือหัว มันพยายามจะลากฉันเดินไปที่เตียง และแค่อึดใจเดียวร่างฉันก็ถูกยกไปไว้บนเตียงได้สำเร็จ
ไฟในห้องไม่ได้เปิด ฉันมองไม่เห็นหน้าราม รู้แค่ว่ามันกำลังยืนเท้าสะเอวมองโดยไม่ได้พูดอะไร อาจเพราะเมามากฉันเลยควบคุมสติตัวเองไม่ค่อยได้ แขนสองข้างยกขึ้นกวักมือเรียกคนตรงหน้า
“อะไร?” คนเป็นเพื่อนโน้มตัวลงมาตะแคงคอฟังเสียงอ้อแอ้พูดแทบไม่รู้เรื่องของฉัน และอีพริกก็เป็นแบบนี้ทุกทีเวลาเมา…
“นอนด้วยกัน กูเหงา…” ฉันไม่พูดเปล่าแต่รั้งแขนมันให้ลงมานอนด้วยกัน คนตัวโตเพียงแค่เซลงมาทับเท่านั้น มันดึงมือฉันออกจากแขนแล้วถอนหายใจเบา ๆ
“เมาแล้วชอบอ่อยมึงเนี่ย”
ถึงจะพูดแบบนั้นมันก็ไม่ได้ผละไปไหน แต่แค่ไม่ได้นอนลงมา เพียงนั่งอยู่ข้าง ๆ ดึงผ้าห่มให้จนถึงคอ ส่วนฉันก็หลับตาลง ตะแคงตัวนอนดึงมือมันมากอดไว้อย่างเอาแต่ใจ
รามคงชินกับการที่ฉันเมาแล้วชอบถึงเนื้อถึงตัว เลยแค่นั่งรอให้ฉันหลับไปเหมือนทุกครั้งที่ฉันคิดอยากจะเอาแต่ใจ
ก็คงคิด… ว่าฉันเป็นแบบนี้กับทุกคน
แต่ไม่ใช่เลย… ฉันอ้อนแค่กับมัน ทำแบบนี้กับมันแค่คนเดียว…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: CLOSE FRIEND เพื่อนเล่นไม่เล่นเพื่อน