เข้าสู่ระบบผ่าน

ดาบพิทักษ์แผ่นดิน นิยาย บท 145

“หลินเซียว แกจะทำอะไร?”

ฉินซิงอวี่ที่อยู่ด้านหลังตะโกนขึ้นทันที

“ช่วยไง”

หลินเซียวเอ่ยออกมาแค่สองคำโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมามอง

“แกจะช่วยบ้าช่วยบออะไร!”

“หยุดเลยนะ!”

ฉินซิงอวี่ก้าวไปข้างหน้า เพื่อขวางหลินเซียวไว้

“ติ๊ดๆ!”

เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นอีกครั้ง

“แรงดันโพรงกะโหลกถึงขีดสูงสุดแล้ว เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว”

แพทย์คนหนึ่งมองเครื่องมอนิเตอร์แวบหนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยขึ้น “ตอนนี้ พวกคุณก็เข้าไปร่ำลาคนไข้เถอะ”

เมื่อสิ้นประโยคนั้น สายตาของทุกคนในตระกูลฉินต่างก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงและเหม่อลอย

อย่างไรเสีย คุณหญิงฉินก็เป็นญาติของพวกเขานะ!

“ให้พวกเขาอยู่ข้างนอก ผมช่วยได้”

หลินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ

“คุณจะเอาอะไรไปช่วย?”

“ตอนนี้อาการของคนไข้ มาถึงช่วงเวลาสุดท้ายแล้ว”

“ต่อให้ทำการผ่าตัดเปิดกะโหลกตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ อีกอย่าง คุณเป็นหมอเหรอ?”

แพทย์วัยกลางคนคนนั้นมองหลินเซียวอย่างดูถูกตั้งแต่หัวจรดเท้า

“เขาเป็นหมอเหรอ?”

“ถ้าเขาเป็นหมอจริง ก็รักษาขาง่อยๆ ของตัวเองให้หายก่อนเถอะ”

แม้จะมาถึงเวลานี้แล้วก็ตาม แต่ฉินซิงอวี่ก็ยังไม่ลืมถากถางหลินเซียว

“คุณยังไม่รู้แม้แต่อาการของคนไข้เลย คุณจะไปช่วยได้ไง?”

แพทย์วัยกลางคนคนนั้นเองก็มุ่นคิ้วถามเช่นกัน

หลินเซียวเลื่อนวีลแชร์ไปที่หน้าเตียงผู้ป่วย เขามองเครื่องมอนิเตอร์แวบหนึ่งก่อนจะหันไปมองสีหน้าคุณหญิงฉิน

จากนั้นก็ยื่นมือออกมาจับชีพจรพลางเอ่ยขึ้นช้าๆ

“น้ำในไขสันหลังและสมองของสมองในร่างกาย มีค่าความถ่วงจำเพาะอยู่ที่ 1.005 และมีปริมาตรรวม 130 ถึง 150 มิลลิลิตร”

“น้ำในไขสันหลังและสมองจะล้อมสมองรวมถึงไขกระดูกสันหลังไว้ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บภายนอกของสมอง สามารถกำจัดเมตาโบไลท์ในสมองและหลั่งสารเพื่อลดการอักเสบได้”

“จะขาดน้ำในไขสันหลังและสมองไปไม่ได้ แต่ถ้าการดูดซึมมีปัญหา การไหลเวียนถูกกีดขวางหรือว่ามีการหลั่งสารที่มากเกินไป ก็จะเกิดภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง ทำให้เกิดแรงดันในโพรงกะโหลก”

“ตอนนี้คุณหญิงอยู่ในภาวะที่การไหลเวียนถูกกีดขวาง”

“แค่ต้องทำลายส่วนที่มันถูกกีดขวาง ก็แก้ปัญหาได้แล้ว”

“ไม่ต้องผ่าตัดเลยด้วยซ้ำ”

หลินเซียวจับชีพจรพลางเอ่ยออกมาอย่างเฉยชา

เมื่อเอ่ยคำพูดเหล่านั้นออกมา ให้ห้องผู้ป่วยทั้งห้องก็เงียบกริบทันที

แพทย์หลายคนเบิกตากว้าง ส่วนสีหน้าของทุกคนในตระกูลฉินเองก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง

ถึงแม้พวกเขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่หลินเซียวพูดออกมา แต่ก็สามารถรู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพของหลินเซียวได้!

หรือว่าหลินเซียวจะมีความรู้ด้านการแพทย์จริงๆ?

“ฟื้ด!”

แพทย์วัยกลางคนคนนั้นสูดหายใจเข้าแรงๆ

อาการพวกนี้ กว่าพวกเขาจะวินิจฉัยออกมาได้ก็ต้องผ่านการทำซีทีสแกนสมองและใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยหลายอย่างอยู่เหมือนกัน

แต่หลินเซียวทำเพียงแค่จับชีพจร ก็สามารถรู้อาการได้อย่างชัดเจนขนาดนี้เชียวเหรอ?

นี่มันมหัศจรรย์จริงๆ!

“คุณ…ท่านนี้ ต้องการให้เราทำอะไรครับ?”

แพทย์วัยกลางคนก้าวออกมาข้างหน้าและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความสุภาพ

“สำลีก้อนฆ่าเชื้อ”

“แล้วก็ ให้ทุกคนออกไปรอข้างนอก”

เมื่อหลินเซียวเอ่ยจบ แพทย์วัยกลางคนก็รีบจัดการให้ทันที

ถึงแม้ว่าทุกคนในตระกูลฉินจะไม่ไว้ใจหลินเซียว แต่ตอนนี้ไม่มีทางไหนแล้ว

ฉินหว่านชิวมองหลินเซียวที่นั่งอยู่หน้าเตียงผู้ป่วยคนเดียว ในใจก็เกิดความรู้สึกซับซ้อนมากมายจนนับไม่ถ้วน

สองปีก่อนเขาไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากทุกคนในตระกูลฉิน

แต่ตอนนี้เขากลับแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างไว้บนบ่า

เมื่อมองแผ่นหลังของหลินเซียวแล้ว ฉินหว่านชิวก็รู้สึกเป็นครั้งแรก ว่าผู้ชายที่ชื่อหลินเซียวคนนี้ช่างเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ!

ประตูห้องปิดลง

หลินเซียวหยิบเข็มเงินออกมาและใช้สำลีที่ชุบแอลกอฮอล์แล้วมาทำการฆ่าเชื้อ

“ผมยอมรักษาให้ เพียงเพราะไม่อยากให้ฉินหว่านชิวต้องเจ็บปวดเสียใจ”

“เพราะงั้นถ้าคุณหายแล้ว ก็ทำกับหว่านชิวดีๆ หน่อยเถอะ”

หลินเซียวพึมพำ เมื่อเอ่ยจบ เข็มเงินในมือก็ฆ่าเชื้อเสร็จเรียบร้อย

ในวินาทีต่อมาก็หาตำแหน่งฝังเข็มบนศีรษะของคุณหญิงฉิน จากนั้นก็ทิ่มลงไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ในชั่วพริบตาก็มีเข็มเงินหกเล่มกระจายอยู่ทั่วศีรษะของคุณหญิง

หลินเซียวทิ่มเข็มเงินลงไปบนตำแหน่งฝังเข็มอีกสามจุดของคุณหญิงฉิน

ถ้าหลินเซียวช่วยชีวิตคุณหญิงฉินกลับมาไม่ได้จริงๆ งั้นพวกเขาก็คงหนีไม่พ้นคำตำหนิแน่ๆ!

“ไอ้ง่อยนั่น!”

“ถึงจะมีเงิน แต่ก็ยังเป็นไอ้ง่อยอยู่วันยังค่ำ”

หวางเฟิ่งเองก็ส่ายหน้าและทอดถอนใจเช่นกัน

การกระทำครั้งนี้ของหลินเซียว จะทำให้ครอบครัวของพวกเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างโหดร้ายอีกครั้ง!

“ฉันเชื่อเขา!”

ฉินหว่านชิวกัดฟันเล็กน้อยและเงยหน้าขึ้นพร้อมเอ่ยออกมา

“หึหึ เชื่อมั่นในคนปัญญาอ่อนๆ คนหนึ่งน่ะนะ?”

“เกรงว่าเธอจะไม่ได้เก่งไปกว่าคนโง่เท่าไหร่น่ะสิ”

ฉินเฟยยกมือขึ้นกอดอกและยิ้มหยัน

“ติ๊ด!”

ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ในห้องผู้ป่วยก็มีเสียงสัญญาณดังขึ้นอีกครั้ง

“แย่แล้ว! หลินเซียวทำย่าตายแล้ว!”

เมื่อฉินซิงอวี่ได้ยินเสียงนั้นก็รีบตะโกนออกมาทันที

“ไม่ ไม่สิ…”

แพทย์วัยกลางคนคนนั้นส่ายหน้าเล็กน้อยและเอ่ยขึ้น “นี่ นี่มันไม่ใช่เสียงเครื่องตรวจจับการเต้นของหัวใจ แต่เป็น…”

“แต่เป็นเสียงเตือนของแรงดันในกะโหลกที่ลดลง…”

เมื่อแพทย์เอ่ยขึ้นดังนั้น ทุกคนต่างก็พากันชะงักไป

“ปึง”

เมื่อประตูห้องเปิดออก หลินเซียวก็เลื่อนวีลแชร์ออกมา

“หลินเซียว แกทำอะไรย่า?”

ฉินซิงอวี่ก้าวมาข้างหน้าทันทีและตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

แต่แพทย์หลายคนไม่มีเวลามาสนใจเรื่องมโนสาเร่ภายในครอบครัว จึงรีบก้าวเข้าไปทันที

“คนไข้…”

“การหายใจค่อยๆ คงที่ ความดันในกะโหลกลดลงถึงค่าสูงสุดปกติ…”

“ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง กำลังซึมหายไปอย่างรวดเร็ว!”

“นี่…นี่มัน…มหัศจรรย์จริงๆ!!”

แพทย์วัยกลางคนคนนั้นเบิกตากว้างและส่งเสียงร้อยด้วยความประหลาดใจ

นี่ต้องเป็นปาฏิหาริย์ของวางการแพทย์แน่ๆ!!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ดาบพิทักษ์แผ่นดิน