“หลินเซียว แกจะทำอะไร?”
ฉินซิงอวี่ที่อยู่ด้านหลังตะโกนขึ้นทันที
“ช่วยไง”
หลินเซียวเอ่ยออกมาแค่สองคำโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมามอง
“แกจะช่วยบ้าช่วยบออะไร!”
“หยุดเลยนะ!”
ฉินซิงอวี่ก้าวไปข้างหน้า เพื่อขวางหลินเซียวไว้
“ติ๊ดๆ!”
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นอีกครั้ง
“แรงดันโพรงกะโหลกถึงขีดสูงสุดแล้ว เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว”
แพทย์คนหนึ่งมองเครื่องมอนิเตอร์แวบหนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยขึ้น “ตอนนี้ พวกคุณก็เข้าไปร่ำลาคนไข้เถอะ”
เมื่อสิ้นประโยคนั้น สายตาของทุกคนในตระกูลฉินต่างก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงและเหม่อลอย
อย่างไรเสีย คุณหญิงฉินก็เป็นญาติของพวกเขานะ!
“ให้พวกเขาอยู่ข้างนอก ผมช่วยได้”
หลินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ
“คุณจะเอาอะไรไปช่วย?”
“ตอนนี้อาการของคนไข้ มาถึงช่วงเวลาสุดท้ายแล้ว”
“ต่อให้ทำการผ่าตัดเปิดกะโหลกตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ อีกอย่าง คุณเป็นหมอเหรอ?”
แพทย์วัยกลางคนคนนั้นมองหลินเซียวอย่างดูถูกตั้งแต่หัวจรดเท้า
“เขาเป็นหมอเหรอ?”
“ถ้าเขาเป็นหมอจริง ก็รักษาขาง่อยๆ ของตัวเองให้หายก่อนเถอะ”
แม้จะมาถึงเวลานี้แล้วก็ตาม แต่ฉินซิงอวี่ก็ยังไม่ลืมถากถางหลินเซียว
“คุณยังไม่รู้แม้แต่อาการของคนไข้เลย คุณจะไปช่วยได้ไง?”
แพทย์วัยกลางคนคนนั้นเองก็มุ่นคิ้วถามเช่นกัน
หลินเซียวเลื่อนวีลแชร์ไปที่หน้าเตียงผู้ป่วย เขามองเครื่องมอนิเตอร์แวบหนึ่งก่อนจะหันไปมองสีหน้าคุณหญิงฉิน
จากนั้นก็ยื่นมือออกมาจับชีพจรพลางเอ่ยขึ้นช้าๆ
“น้ำในไขสันหลังและสมองของสมองในร่างกาย มีค่าความถ่วงจำเพาะอยู่ที่ 1.005 และมีปริมาตรรวม 130 ถึง 150 มิลลิลิตร”
“น้ำในไขสันหลังและสมองจะล้อมสมองรวมถึงไขกระดูกสันหลังไว้ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บภายนอกของสมอง สามารถกำจัดเมตาโบไลท์ในสมองและหลั่งสารเพื่อลดการอักเสบได้”
“จะขาดน้ำในไขสันหลังและสมองไปไม่ได้ แต่ถ้าการดูดซึมมีปัญหา การไหลเวียนถูกกีดขวางหรือว่ามีการหลั่งสารที่มากเกินไป ก็จะเกิดภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง ทำให้เกิดแรงดันในโพรงกะโหลก”
“ตอนนี้คุณหญิงอยู่ในภาวะที่การไหลเวียนถูกกีดขวาง”
“แค่ต้องทำลายส่วนที่มันถูกกีดขวาง ก็แก้ปัญหาได้แล้ว”
“ไม่ต้องผ่าตัดเลยด้วยซ้ำ”
หลินเซียวจับชีพจรพลางเอ่ยออกมาอย่างเฉยชา
เมื่อเอ่ยคำพูดเหล่านั้นออกมา ให้ห้องผู้ป่วยทั้งห้องก็เงียบกริบทันที
แพทย์หลายคนเบิกตากว้าง ส่วนสีหน้าของทุกคนในตระกูลฉินเองก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง
ถึงแม้พวกเขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่หลินเซียวพูดออกมา แต่ก็สามารถรู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพของหลินเซียวได้!
หรือว่าหลินเซียวจะมีความรู้ด้านการแพทย์จริงๆ?
“ฟื้ด!”
แพทย์วัยกลางคนคนนั้นสูดหายใจเข้าแรงๆ
อาการพวกนี้ กว่าพวกเขาจะวินิจฉัยออกมาได้ก็ต้องผ่านการทำซีทีสแกนสมองและใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยหลายอย่างอยู่เหมือนกัน
แต่หลินเซียวทำเพียงแค่จับชีพจร ก็สามารถรู้อาการได้อย่างชัดเจนขนาดนี้เชียวเหรอ?
นี่มันมหัศจรรย์จริงๆ!
“คุณ…ท่านนี้ ต้องการให้เราทำอะไรครับ?”
แพทย์วัยกลางคนก้าวออกมาข้างหน้าและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความสุภาพ
“สำลีก้อนฆ่าเชื้อ”
“แล้วก็ ให้ทุกคนออกไปรอข้างนอก”
เมื่อหลินเซียวเอ่ยจบ แพทย์วัยกลางคนก็รีบจัดการให้ทันที
ถึงแม้ว่าทุกคนในตระกูลฉินจะไม่ไว้ใจหลินเซียว แต่ตอนนี้ไม่มีทางไหนแล้ว
ฉินหว่านชิวมองหลินเซียวที่นั่งอยู่หน้าเตียงผู้ป่วยคนเดียว ในใจก็เกิดความรู้สึกซับซ้อนมากมายจนนับไม่ถ้วน
สองปีก่อนเขาไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากทุกคนในตระกูลฉิน
แต่ตอนนี้เขากลับแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างไว้บนบ่า
เมื่อมองแผ่นหลังของหลินเซียวแล้ว ฉินหว่านชิวก็รู้สึกเป็นครั้งแรก ว่าผู้ชายที่ชื่อหลินเซียวคนนี้ช่างเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ!
ประตูห้องปิดลง
หลินเซียวหยิบเข็มเงินออกมาและใช้สำลีที่ชุบแอลกอฮอล์แล้วมาทำการฆ่าเชื้อ
“ผมยอมรักษาให้ เพียงเพราะไม่อยากให้ฉินหว่านชิวต้องเจ็บปวดเสียใจ”
“เพราะงั้นถ้าคุณหายแล้ว ก็ทำกับหว่านชิวดีๆ หน่อยเถอะ”
หลินเซียวพึมพำ เมื่อเอ่ยจบ เข็มเงินในมือก็ฆ่าเชื้อเสร็จเรียบร้อย
ในวินาทีต่อมาก็หาตำแหน่งฝังเข็มบนศีรษะของคุณหญิงฉิน จากนั้นก็ทิ่มลงไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ในชั่วพริบตาก็มีเข็มเงินหกเล่มกระจายอยู่ทั่วศีรษะของคุณหญิง
หลินเซียวทิ่มเข็มเงินลงไปบนตำแหน่งฝังเข็มอีกสามจุดของคุณหญิงฉิน
ถ้าหลินเซียวช่วยชีวิตคุณหญิงฉินกลับมาไม่ได้จริงๆ งั้นพวกเขาก็คงหนีไม่พ้นคำตำหนิแน่ๆ!
“ไอ้ง่อยนั่น!”
“ถึงจะมีเงิน แต่ก็ยังเป็นไอ้ง่อยอยู่วันยังค่ำ”
หวางเฟิ่งเองก็ส่ายหน้าและทอดถอนใจเช่นกัน
การกระทำครั้งนี้ของหลินเซียว จะทำให้ครอบครัวของพวกเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างโหดร้ายอีกครั้ง!
“ฉันเชื่อเขา!”
ฉินหว่านชิวกัดฟันเล็กน้อยและเงยหน้าขึ้นพร้อมเอ่ยออกมา
“หึหึ เชื่อมั่นในคนปัญญาอ่อนๆ คนหนึ่งน่ะนะ?”
“เกรงว่าเธอจะไม่ได้เก่งไปกว่าคนโง่เท่าไหร่น่ะสิ”
ฉินเฟยยกมือขึ้นกอดอกและยิ้มหยัน
“ติ๊ด!”
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ในห้องผู้ป่วยก็มีเสียงสัญญาณดังขึ้นอีกครั้ง
“แย่แล้ว! หลินเซียวทำย่าตายแล้ว!”
เมื่อฉินซิงอวี่ได้ยินเสียงนั้นก็รีบตะโกนออกมาทันที
“ไม่ ไม่สิ…”
แพทย์วัยกลางคนคนนั้นส่ายหน้าเล็กน้อยและเอ่ยขึ้น “นี่ นี่มันไม่ใช่เสียงเครื่องตรวจจับการเต้นของหัวใจ แต่เป็น…”
“แต่เป็นเสียงเตือนของแรงดันในกะโหลกที่ลดลง…”
เมื่อแพทย์เอ่ยขึ้นดังนั้น ทุกคนต่างก็พากันชะงักไป
“ปึง”
เมื่อประตูห้องเปิดออก หลินเซียวก็เลื่อนวีลแชร์ออกมา
“หลินเซียว แกทำอะไรย่า?”
ฉินซิงอวี่ก้าวมาข้างหน้าทันทีและตะโกนออกมาด้วยความโกรธ
แต่แพทย์หลายคนไม่มีเวลามาสนใจเรื่องมโนสาเร่ภายในครอบครัว จึงรีบก้าวเข้าไปทันที
“คนไข้…”
“การหายใจค่อยๆ คงที่ ความดันในกะโหลกลดลงถึงค่าสูงสุดปกติ…”
“ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง กำลังซึมหายไปอย่างรวดเร็ว!”
“นี่…นี่มัน…มหัศจรรย์จริงๆ!!”
แพทย์วัยกลางคนคนนั้นเบิกตากว้างและส่งเสียงร้อยด้วยความประหลาดใจ
นี่ต้องเป็นปาฏิหาริย์ของวางการแพทย์แน่ๆ!!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ดาบพิทักษ์แผ่นดิน
รบกวนอัพเดทเรื่องนี้ให้หน่อยครัย...